ข่าว

อภิสิทธิ์จี้แก้กม.ท้องถิ่น4ฉบับลบภาพแชมป์ทุจริต

อภิสิทธิ์จี้แก้กม.ท้องถิ่น4ฉบับลบภาพแชมป์ทุจริต

16 ธ.ค. 2552

“อภิสิทธิ์”จี้แก้กฎหมายอปท. 4 ฉบับหลังซิวแชมป์ทุจริต พร้อมดันกม.ให้ปชช.มีส่วนร่วมมากขึ้น ชี้ ส่วนกลางอาจโกงมากกว่าแต่คนไม่สังเกต

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการกล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาครบรอบ 10 ปี ของการจัดทำนโยบายว่าด้วยการกระจายอำนาจในประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย( UNDP ) ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค สุขุมวิทว่า ความสำคัญของการเมืองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นได้ชัดเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน ที่เป็นเรื่องที่คนที่อยู่ในการเมืองระดับชาติซึ่งไม่เคยคิดลงไปทำงานท้องถิ่น แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องปกติมาก เพราะน่าสนใจมากกว่าการเมืองระดับชาติ แต่ไม่ทราบมีแรงจูงใจอะไรแต่เป็นตัวชี้วัดว่าท้องถิ่นมีความสำคัญอย่างชัดเจน การที่ท้องถิ่นมีโครงการต่างๆเป็นเรื่องที่เชิดหน้าชูตาเพราะเป็นการแสดงความเหนือกว่าส่วนกลางถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี

 ขณะเดียวกันเราก็มาถึงจุดที่จะมาทบทวนว่าที่เดินมาถึงขั้นนี้ยังมีอะไรที่ต้องทำได้มากและดีกว่านี้ ส่วนเรื่องที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนในเรื่องของการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นคือภาพลักษณ์ปัญหาในเรื่องความสุจริตในการบริหารงาน เพราะจากการสำรวจสถานการณ์ทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง เงินขาดบัญชี พบว่าสื่อไปพาดหัวข่าวแล้วว่าท้องถิ่นเป็นแชมป์ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการเดินหน้าการกระจายอำนาจต่อไปถ้าไม่สามารถที่จะล้างภาพตรงนี้ได้ เพราะนี้คือประเด็นที่ถูกหยิบยกมามากที่สุดขณะนี้

 “แต่ผมว่าเป็นธรรมกับท้องถิ่น เพราะความเชื่อของผมอย่างหนึ่งคือคนมีความรู้สึกว่าท้องถิ่นทุจริตมากเพราะเวลาทุจริตแล้วมันเห็นง่าย แต่การทุจริตที่ไปจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคอาจจะหนักกว่าก็ได้ แต่คนไม่สังเกตเพราะจะสนใจที่ปลายทาง ก็อาจไม่เป็นธรรมว่าท้องถิ่นทุจริตมากกว่าหรือเลวร้ายมากกว่าส่วนกลาง แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามี และมีเยอะ และถ้าไม่แก้ไขก็เป็นตัวที่จะทำลายศรัทธาในเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวว่า เราจำเป็นที่ต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับท้องถิ่นอย่างน้อย 4 ฉบับ ทั้งเรื่องของขั้นตอนการกระจายอำนาจ เรื่องบุคลากร เรื่องรายได้ และประมวลกฎหมายท้องถิ่น และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่ขณะนี้ครม.เห็นชอบทั้งหมดแล้วและเรื่องอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษีกา

 “ผมอยากให้เร่งรัดอยากให้เข้าสู่วาระการประชุมสภาที่เพิ่งปิดไป แต่ว่าไม่ทัน ผมจึงเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างกฎหมายของสมาชิกฯเข้าไปก่อน เพื่อเป็นตัวกระตุ้น และถ้ากฤษฎีกาช้าจริง ๆ ผมก็ไม่ขัดข้องถ้าสภาฯจะหยิบยกร่างของสมาชิกขึ้นมาพิจารณาก่อน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นอกจากนี้กำลังมีการทำกฎหมายในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในภาพรวม เพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติว่าคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในท้องถิ่นมีอำนาจในการส่วนร่วมในการเสนอข้อบัญญัติกับในเรื่องของการถอดถอน แต่เราอยากจะมีกฎหมายที่ไปไกลกว่านั้น เพราะนอกเหนือจากปัญหาการทุจริตที่มีการวิจารณ์ อีกข้อหนึ่งที่ตนคิดว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ยังทำตัวเหมือนราชการมากเกินไป เพราะถ้าต้องการได้ประโยชน์จากการกระจายอำนาจจริง ๆ การทำงานของท้องถิ่นต้องใกล้ชิดและส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นรูปธรรมต่อเนื่องชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่

 “เพราะฉะนั้นกฎหมายในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นอีกฉบับที่ขณะนี้สถาบันพระปกเกล้าศึกษาเสร็จเรียบร้อยและกำลังผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป”นายกฯ กล่าว