
คลัง-มหาดไทยผนึกพลังเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ
คลัง-มหาดไทย ผนึกพลังเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ กรณ์ สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศลุยอีสานหวังเพิ่มยอดนิยม เมืองช้างคว้าแชมป์จนสุด รมต.ภูมิใจไทยได้ทีหาเสียง ผลงานแจกเบี้ย คนชรา-คนพิการ รับมีร้องเรียนงาบเงินค่าหักหัวคิว
(16ธ.ค.)ที่ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรี 4 กระทรวง กระทรวงมหาดไทย คมนาคม พาณิชย์ และคลัง โดยมีผู้เข้าร่วมอาทิ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ อย่างไรก็ดีในการประชุมครั้งนี้ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องนโยบายการลงทะเบียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติ โดยเมื่อจังหวัดและอำเภอ ได้รับบัญชีรายชื่อลูกหนี้ที่มาลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองจากกระทรวงการคลัง โดยให้ประสานตรวจสอบรายละเอียด นัดหมายให้เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2553 นอกจากนี้ให้จังหวัดและอำเภอ จัดระบบการเจรจาระหว่างลูกหนี้ และเจ้าหนี้ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ให้ทำการเจรจาหนี้ทุกราย ให้เสร็จภายในระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ -16 มิถุนายน 2553 โดยมีผลการปฏิบัติงานเดือนละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนลูกหนี้ ที่ได้รับจากกระทรวงการคลัง
ด้านนายกรณ์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบว่า จากการดำเนินการลงทะเบียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้ประชาชนที่มีปัญหาเข้ามาในโครงการของรัฐที่เปิดให้มีการลงทะเบียนหนี้นอกระบบปัจจุบันลงทะเบียนแล้ว 3 แสนราย เฉลี่ยวันหนึ่งจะมีคนมาลงทะเบียน 2-3 หมื่นคน เมื่อครบกำหนดหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะธนาคารของรัฐจะเข้าไปบริหารจัดการประนอมหนี้ เพื่อให้ผู้เข้ามาในโครงการนำเงินไปจ่ายเงินเจ้าหนี้นอกระบบได้ ประเด็นปัญหาที่พบนับแต่เริ่มโครงการมีเช่น การทำความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล เพราะพบว่า ประชาชนยังลังเลในการเข้าร่วมโครงการ
“ขอให้ผู้ว่าฯไปทำความเข้าใจกับประชาชน ธนาคารออมสิน ธกส. เพราะพบว่า เจ้าหนี้ก็เกิดความกังวลจะถูกปราบปรามหากลูกหนี้ของตนมาลงทะเบียน เนื่องจากมีตำรวจไม่เข้าใจนโยบายจะไปไล่จับเจ้าหนี้ จึงขอทำความเข้าใจกับตำรวจให้เข้าใจกระบวนการแก้ปัญหา ล่าสุดรัฐบาลมอบหมายให้พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบเรื่องนี้ เพื่อไปทำความเข้าใจกับตำรวจ ส่วนระดับจังหวัดขอให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศช่วยดูแลให้ด้วย” รมว.คลัง ระบุ
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อจะได้มีประชาชนมาลงทะเบียนมากขึ้น ตนจะลงพื้นที่ไปพบประชาชนชาวอีสานเพื่อรับทราบปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ โดยจะเริ่มที่ จ.ขอนแก่น เป็นแห่งแรก จังหวัดที่มาลงทะเบียนหนี้นอกระบบมากที่สุดตอนนี้ คือ สุรินทร์ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ จังหวัดที่มาลงทะเบียนน้อยที่สุด แม่ฮ่องสอน ตราด ลำพูน ระนอง สมุทรสงคราม
นายกรณ์ กล่าวย้ำว่า ขอให้ผู้ว่าฯ มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนลูกหนี้ โดยจะคอยประเมินจำนวนลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทุกวัน เพราะหากพื้นที่ไหนมีการลงทะเบียนสูง - ต่ำ ผิดกว่าปกติ กระทรวงการคลังจะติดต่อไปยังผู้ว่าฯ โดยตรง เพื่อเร่งแก้ปัญหา
ขณะที่นายบุญจง กล่าวว่า ขณะนี้ รมว.มหาดไทยได้แต่งตั้งให้ตนเป็นผอ.ศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ และมีนายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรอง ผอ. โดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายแนวทางการทำงานว่า เมื่อจังหวัดและอำเภอ ได้รับบัญชีรายชื่อที่มาลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองจากกระทรวงการคลังแล้ว ทางจังหวัดจะต้องทำหน้าที่ประสานนัดหมายระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ก.พ. 53
จากนั้นตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. - 16 มิ.ย. 53 เป็นช่วงเวลาของการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีเป้าหมายว่า ในแต่ละเดือนจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนลูกหนี้ ซึ่งทางจังหวัดจะต้องรายงานมายังกระทรวงเป็นระยะ นอกจากนี้ ทางจังหวัด และอำเภอ จะต้องทำการเช็คในพื้นที่อีกครั้งว่า ยังมีลูกหนี้ที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนตกค้างอยู่หรือไม่ หากพบจะต้องอธิบายชี้แนะเพื่อให้ลูกหนี้เข้าสู่การลงทะเบียนเพื่อดำเนินการเจรจาชำระหนี้ต่อไป
“ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ตรวจสอบเรื่องการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี ในกรณีจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี เดือนละ 500 บาท ที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บางแห่งมีการจ่ายเงินล่าช้าโดยเก็บเงินไว้ถึง 5-6 เดือน รวมถึงมีการหักเงินจำนวน 30 -50 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมธนาคาร ที่เบิกจ่ายนั้น ซึ่งหากเบิกที่ธนาคาร ธกส. และธนาคารกรุงไทย จะไม่เสียค่าธรรมเนียม จึงขอให้ผู้ว่าฯ กำชับให้ อปท.ยึดระเบียบตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ว่า จะต้องจ่ายเงินภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน” รมช.มหาดไทย กล่าว
สำหรับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของผู้พิการที่มาเรียกร้องขอเงินสวัสดิการ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 3.7 แสนราย ขณะเดียวกันผู้พิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันขึ้นทะเบียนออกสมุดประจำตัวให้กับผู้พิการเพิ่ม ในระหว่างวันที่ 3 - 30 ธ.ค. 2552 ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงได้รับงบประมาณสำหรับให้ผู้พิการจำนวน 4 แสนคน หากมีคนพิการขึ้นทะเบียนมากกว่างบประมาณที่จัดเตรียมไว้ กระทรวงมหาดไทยจะของบกลางเพิ่มต่อไป
ส่วนเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 9.8 แสนคน เดือนละ 600 บาท ซึ่งบางจังหวัดไม่ได้ถึง 600 บาท และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยังไม่มีการจ่ายเงินให้ จึงอยากฝากผู้ว่าฯให้เข้าไปดูแล เนื่องจากได้มีการโอนเงินไปยังอบจ. ซึ่งอบจ.จะประสานไปยังสาธารณสุขจังหวัดในการจ่ายเงินให้กับ อสม. เนื่องจาก อบจ. ในบางพื้นที่มีปัญหาขัดแย้งกับสาธารณสุขจังหวัด



