
เอกซเรย์"อิลลูชิน อิล-76"นกเหล็กขนขีปนาวุธข้ามชาติ
แผนปฏิบัติการสะท้านโลกของตำรวจไทย ในการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติคาซัคสถานและเบลารุส รวม 5 คน พร้อมยึดเครื่องบินลำเลียงแบบ "อิลลูชิน อิล-76" เที่ยวบินที่เอดับเบิลยูจี 732 ขนขีปนาวุธและเครื่องกระสุนปืนจำนวน 145 ลัง น้ำหนักประมาณ 40 ตัน
ประเมินมูลค่าเบื้องต้นราว 600 ล้านบาท ซึ่งบินจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ โดยมีปลายทางที่ศรีลังกา ถือเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เนื่องจากเชื่อมโยงขบวนการค้าอาวุธเถื่อนนานาชาติ
ในเรื่องนี้ นายฮิวห์ กริฟฟิทส์ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติ (ซิพรี) ประเทศสวีเดน ในฐานะหัวหน้าโครงการตรวจตราบริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าอาวุธ วิเคราะห์ว่า เครื่องบินลำดังกล่าว มีประวัติยาวนานว่าเคยถูกพ่อค้าอาวุธหลายคนรวมถึง นายวิกเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชื่อดังชาวรัสเซีย ซึ่งถูกจับและคุมขังอยู่ที่ไทย ใช้เป็นเครื่องบินขนอาวุธมาหลายครั้ง
ที่ผ่านมาเครื่องลำนี้เคยจดทะเบียนโดยบริษัท 3 แห่ง ที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่าเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของนายวิกเตอร์ บูท ล่าสุด จดทะเบียนโดยบริษัท เบอิบาร์ส ซึ่งเกี่ยวข้องกับ นายโทมิสลาฟ แดมจาโนวิช นักค้าอาวุธชาวเซอร์เบีย ที่เคยถูกมองว่าอาจจะกลายเป็น "ลอร์ด ออฟ วอร์" คนใหม่
"บริษัทเบอิบาร์ส ได้ขายเครื่องบินลำนี้ให้บริษัทแอร์เวส ของจอร์เจีย แสดงให้เห็นว่า นักค้าอาวุธมักเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องบินบ่อยๆ เพื่อเลี่ยงกฎหมาย แต่ถึงแม้จะเปลี่ยนชื่อเจ้าของบังหน้า แต่เบื้องหลังแล้วยังมีคนคนเดียวกันบริหารอยู่" นายกริฟฟิทส์ยืนยัน
นักวิจัยชาวสวีเดนเปรียบเทียบว่า เครื่องบินเหล่านี้เสมือนฝูงนกอพยพ จะเปลี่ยนชื่อเจ้าของจากบริษัทหนึ่งไปเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ภายหลังจากบริษัทเดิมถูกปิดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หรือไม่ก็ถูกเปิดโปงในรายงานการลักลอบค้าอาวุธของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำหรับบริษัทเบอิบาร์สนั้น ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นที่ลี้ภัยของนักค้าอาวุธอย่าง นายแดมจาโนวิชผู้มีประวัติยาวนานในการขนอาวุธจากคาบสมุทรบอลข่านไปขายในประเทศต่างๆ รวมทั้งรวันดา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
ส่วนเครื่องบินลำที่ไทยยึดได้นี้ นายกริฟฟิทส์ย้ำอีกว่า พ่อค้าอาวุธได้เปลี่ยนชื่อประเทศที่จดทะเบียนไปเป็นจอร์เจีย เพราะสหภาพยุโรป (อียู) สั่งห้ามเครื่องบินขนส่งสินค้าทั้งหมดที่จดทะเบียนในคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่บริษัทเบอิบาร์สจดทะเบียนก่อตั้ง ทำให้เครื่องบินไม่อาจบินไปขนส่งอาวุธในประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่านได้อีกหากไม่เปลี่ยนชื่อประเทศที่จดทะเบียน
ก่อนหน้านี้ รายชื่อของผู้ที่เคยเป็นเจ้าของเครื่องบินลำนี้ ต่างเคยถูกยูเอ็นระบุว่า ลักลอบขนอาวุธไปขายให้ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน คองโก โซมาเลีย ซูดาน และชาด โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เครื่องบินลำนี้ถูกใช้ขนอาวุธจากคาบสมุทรบอลข่านไปบุรุนดีมาแล้ว
"ในเมื่อสามารถไขปริศนาเรื่องที่มาของเครื่องบินได้แล้ว ตอนนี้ คณะเจ้าหน้าที่สอบสวนรู้คำตอบแล้วว่าจะต้องไปถามใคร เพื่อหาจุดหมายปลายทางของอาวุธที่ยึดได้" นายกริฟฟิทส์กล่าวทิ้งท้าย
กล่าวกันถึงเครื่องบิน "อิลลูชิน อิล-76" หรือที่ "นาโต" เรียก "แคนดิด" เป็นเครื่องบินขนส่งแบบลำตัวกว้างขนาด 4 เครื่องยนต์ ออกแบบโดยบริษัทเครื่องบินชื่อดัง "อิลลูชิน" ซึ่งมีแนวคิดสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1967 และทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ.1971 ครั้งแรกมันถูกส่งเข้าประจำการที่กองทัพอากาศโซเวียต ต่อมาก็ผลิตสำหรับใช้ในการขนส่งพลเรือน โดยในปี ค.ศ. 1975 ถูกส่งมาให้บริการในสังกัดของสายการบินแอโรฟล็อต
ว่ากันว่า "อิลลูชิน อิล - 76" ถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องบินลำเลียงเพื่อการพาณิชย์ โดยต้องการให้มันเข้ามาแทนที่ "อันโตนอฟ อัน-12" ซึ่งเป็นเครื่องบินสินค้าเครื่องยนต์แบบ turboprop เพื่อใช้ลำเลียงเครื่องไม้เครื่องมือขนาดใหญ่ หรือเครื่องจักรกลหนัก ที่ไม่มีเครื่องบินแบบอื่นรับได้ เพื่อนำไปยังพื้นที่ทุรกันดาร มีสนามบินไม่ได้มาตรฐานของรัสเซีย เช่น ไซบีเรีย โดยคุณสมบัติจะต้องทนต่อสภาพอากาศแปรปรวนแบบไซบีเรียได้เป็นอย่างดี รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ 40 ตัน และบินได้ไกล 5,000 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมง
ต่อมา มีการปรับเปลี่ยนแผน และหันมาพัฒนาเป็นเครื่องบินทางการทหารแทน โดยออกแบบเครื่องบินให้เป็น 2 ชั้น เพื่อใช้ในการลำเลียงทางทหาร มันก็เลยแตกต่างจากเครื่องบินโดยสารลำตัวกว้างอื่นๆ เช่น ไหล่สูง หางรูปตัวที และประตูสำหรับการโหลดสัมภาระที่ใต้หาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 250 คน แต่มีการล้มเลิกแผนไปก่อน
โดยหลักการโครงสร้างของ "อิลลูชิน อิล-76" คล้ายกับ ซี-141 สตาร์ลิฟเตอร์ ของล็อกฮีต ของสหรัฐอเมริกา แต่"อิลลูชิน อิล-76" กว้างกว่าและมีเครื่องยนต์ที่ให้พลังมากกว่า
จุดเด่นของ "อิลลูชิน อิล-76" คือ ถูกออกแบบมาให้สามารถขึ้นลงบนสนามบินที่มีรันเวย์สั้นและขรุขระได้ดี ในการบินขึ้นลงในรันเวย์แบบนี้ ความเร็วของเครื่องบินจะต้องต่ำ จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ปีกมากมายที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการบินขึ้นลงด้วยความเร็วที่ต่ำ
นอกจากนี้ ยังมีล้อถึง 20 ล้อ โดยล้อชุดหน้ามี 4 ล้อ ส่วนล้อหลังมี 2 ชุด แต่ละชุดมี 2 แถว และแต่ละแถวมียาง 4 เส้น ยางของล้อเหล่านี้สูบลมแบบไม่แข็งมากนัก
"อิลลูชิน อิล-76" เป็นที่นิยมใช้กันทั้งในเอเชีย แอฟริกา และยุโรปตะวันออก หรือแม้แต่ในสหรัฐ มีข้อมูลว่า มีการผลิตถึง 860 ลำ โดยโรงงานผลิตอยู่ที่กรุงทัชเคนท์ ของอุซเบกิสถาน
ข้อมูลระบุว่า "อิลลูชิน อิล-76" มีหลายรุ่น โดยเวอร์ชั่นเบสิก ถูกนำออกมาใช้แพร่หลายมากที่สุด ส่วนรุ่น "อิล-76 T" สามารถบรรทุกน้ำมันได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ "อิล-76 TD" บรรทุกได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ โดยใช้เครื่องยนต์แบบ D30KP2s ส่วน "อิล-76 M" เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ และเป็นพื้นฐานสำหรับรุ่น "อิล-76 MD" ซึ่งมีระยะทำการบินไกลกว่าและใช้งานได้ยาวนานกว่า ขณะที่รุ่น "อิล-76 MP" ใช้ในการดับเพลิง
ทั้งนี้พบว่ากำลังมีการพิจารณาผลิตเครื่องบิน "อิลลูชิน อิล-76" ในรัสเซีย ด้วยความร่วมมือของอุซเบกิสถาน



