
ถอดบทเรียนได้หรือยัง
ถอดบทเรียนได้หรือยัง โดย... สถิตย์ ธรรม
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความไว้อาลัยจากการสูญเสียเจ้าหน้าที่ ประชาชน ในเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 27 ศพ บาดเจ็บ 57 ราย
อ่านข่าว... กรณีศึกษาเหตุกราดยิงโคราช
แม้…สถิตย์ ธรรม…ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวดองแต่ในฐานะเป็นคนไทยร่วมชาติจึงต้องให้กำลังใจ ห่วงใยซึ่งกันและกัน ต่อญาติพี่น้อง ครอบครัวผู้สูญเสีย และขอเชิดชูชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติการคลี่คลายสถานการณ์ ทุกท่านทำหน้าที่ได้อย่างสมความภาคภูมิ
นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์สั่นสะเทือนประเทศอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ?!?
จำความได้ จากการติดตามทำข่าว เคยผ่านเหตุการณ์ใหญ่ๆ เมื่อ 20 ปีที่แล้วหรือประมาณปี 2542-2543 กรณีกลุ่มกะเหรี่ยง ในนาม "กองกำลังก็อดอาร์มี่” บุกสถานทูตพม่าประจำประเทศไทย จับเจ้าหน้าที่สถานทูตและประชาชนเป็นตัวประกัน โดยรัฐบาลต้องระดมสรรพกำลังเจรจาคลี่คลาย
ผ่านไปไม่นาน "ก็อดอาร์มี่” กลับมาบุกยึด รพ.ศูนย์ราชบุรี จ.ราชบุรี อีกครั้ง พร้อมจี้จับ แพทย์ คนไข้ เป็นตัวประกันรวม 1,000 คน ฝ่ายไทยตั้งชุดเจรจาต่อรองให้ปล่อยตัวประกันอย่างปลอดภัย แต่การยึดคืนพื้นที่ยืดเยื้อ ในที่สุดต้องส่งชุดปฏิบัติการพิเศษเปิดฉากยิงปะทะทำให้กลุ่มก็อดอาร์มี่เสียชีวิต 10 คน
นั่นเป็นกรณีกลุ่มคนใกล้บ้านเรือนเคียงข้ามฝั่งมาก่อเหตุ บันทึกเป็นแฟ้มคดีสำคัญในประวัติศาสตร์ แต่มาครั้งนี้ กลับเป็นทหารไทยที่ก่อสถานการณ์ยืดเยื้อข้ามวัน ด้วยสาเหตุปัจจัยอะไรหนอต้องมาสิ้นชีพในห้างเทอร์มินัล 21 โคราช ทำให้ต้องตามแกะปมอันพิศวง
พฤติกรรมคนร้ายกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นใบไม้ร่วงแบบนี้ ส่วนใหญ่เห็นจากรายงานข่าวต่างประเทศทางยุโรป สหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อเหตุมักเป็นกลุ่มก่อการร้าย หรือไม่ก็ประชาชน นักศึกษาหัวรุนแรงได้รับแนวคิดผิดๆ สร้างความตื่นกลัวไปทั่วโลก โดยที่บอกกับตัวเองว่าคงไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทยหรอก เพราะไม่ใช่ประเทศคู่กรณีความขัดแย้ง เป็นเมืองพุทธรักสงบ แต่ทว่า มันเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่เป็นคนละบริบท
เป็นการเกิดขึ้นจากทหารนายหนึ่งที่ได้รับแรงกดดันจากการตามทวงหนี้ผู้บังคับบัญชา แต่ไหงบานปลายกลายเป็นอีกประเด็นด้วยการไล่ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ !!!
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมใช้ความรุนแรงดังกล่าว เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ห่างจากคดี ผู้ต้องหาที่มีอาชีพเป็นครู ก่อเหตุปล้นร้านทองในห้างสรรพสินค้าที่ จ.ลพบุรี พร้อมกับไล่ยิงประชาชนเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 4 คน ช่างบังเอิญ คนร้ายรายนี้มีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธสงคราม ชอบยิงปืนเหมือนกับ อดีตครูปล้นร้านทอง
ทั้งหมดทั้งปวงล้วนมาจากการเสพสังคมโซเชียล ดังเห็นจากระหว่างก่อเหตุ ทหารนายนี้มีการโพสต์ข้อความเป็นระยะๆ และถ้าย้อนกลับไปดูโปรไฟล์เก่า ชอบนำเสนอภาพเกี่ยวกับอาวุธสงคราม โพสต์คลิปฝึกยิงปืน แม้แต่ชอบเล่นเกมเกี่ยวกับการยิงสังหาร มีตัวละครเป็น "โรโบคอป” หรือนายตำรวจเหล็กเป็นไอดอล
ด้วยข้อมูลองค์ประกอบเหล่านี้จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกันกับการยิงกราดประชาชน แต่นี่ คือโปรไฟล์ทหารนายนี้ซึ่งถูกสืบค้นว่าได้เข้าไปโลดแล่นอยู่ในโลกโซเชียล
เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงหลังเหตุการณ์สงบ ควรต้องมาวิเคราะห์พฤติกรรมคนร้ายว่าเหตุใดจึงก่อเหตุความรุนแรงเช่นนี้ ใช่ครับ เป็นสิ่งที่สังคมต้องการคำตอบ
ไม่ใช่แค่ต้องการรับรู้พฤติกรรมแท้จริงของทหารคลั่งเท่านั้น หากแต่ยังมีอีกมากมายหลายคำถามโดยเฉพาะคำถามว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรถอดบทเรียนจากกรณีการก่อเหตุความรุนแรงที่มีมากขึ้นและมากขึ้น”
มิพักยังมีคำถามตามมาแน่นอน ในทุกครั้งที่มีเหตุความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็น “ทำไมปืนหามาครอบครองได้ง่ายจัง” “ทำไมไม่มีโทษประหารสำหรับฆาตกรผู้เหี้ยมโหด” แม้แต่ "การทำหน้าที่สื่อไร้จรรยาบรรณ เมื่อไรควรได้รับมาตรการลงโทษสักที” เป็นคำถามวนเวียนซ้ำซากแล้วจากไป
โลกยุคใหม่ ที่มีเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์ถ้วนทั่วทุกตัวคน มีกี่เคสกี่กรณีแล้ว ที่ชอบแสดงตัวตนในการใช้ความรุนแรงให้ผู้อื่นได้เสพติดนำไปสู่ลัทธิเลียนแบบ ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ไปจนถึงผู้มีการศึกษา ตั้งแต่ไลฟ์สดทะเลาะเบาะแว้งไปจนถึงการถ่ายทอดฆ่าตัวตาย การสร้างตัวตนให้เป็นผู้นำทางผิดๆ ในโลกโซเชียล
จริงอยู่นั่นอาจไม่ได้ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายเหมือนเหตุคนร้ายกราดยิงครั้งนี้ก็ตาม แต่ก็เป็นอีกคำถามให้ชวนถอดบทเรียนหาทางป้องกันเช่นกัน



