ข่าว

ผบ.ทอ.เผยต้องรอมติยูเอ็นจัดการขีปนาวุธ

ผบ.ทอ.เผยต้องรอมติยูเอ็นจัดการขีปนาวุธ

16 ธ.ค. 2552

“ผบ.ทอ.” เผยต้องรอ “มติยูเอ็น” จัดการ “อาวุธสงคราม” ชี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศคอมมิวนิสต์ เผยยังไม่รู้อาวุธเป็นของใคร ปัดไทยได้เงินรางวัลนำจับ

 (16ธ.ค.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ถึงการจับกุมเครื่องบินที่ขนอาวุธสงครามได้ว่า ขณะนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหารเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่นำอาวุธมาเก็บไว้ที่คลังสรรพวุธ กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งการที่กองทัพอากาศได้รับการประสานงานให้มาช่วยงานครั้งนี้ เพราะมีพื้นที่อยู่ใกล้การจับกุม ทำให้สามารถขนย้ายอาวุธได้สะดวก ซึ่งขณะนี้เราให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทำการตรวจสอบอาวุธว่ามาจากไหน และเป็นประเภทไหนบ้าง ส่วนอาวุธที่จับกุมได้ส่วนมากเป็นพวกจรวด แต่เป็นของที่ผลิตในประเทศซีกคอมมิวนิสต์ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า มาจากประเทศไหนบ้าง เพราะอาวุธมาจากหลายที่ และยังไม่มีใครหรือประเทศไหนออกมายอมรับว่า อาวุธดังกล่าวเป็นของใคร ดังนั้นต้องเก็บไว้ตรวจสอบรายละเอียด โดยจะมีเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญจากกรมสรรพาวุธกองทัพอากาศไปตรวจสอบ 

 “รายละเอียดต่างๆ กองทัพอากาศรับทราบข้อมูลหมดแล้ว เพียงแต่การให้ข่าวสารคงต้องระวังให้มาก เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางมติสหประชาชาติด้วย เป็นเรื่องความมั่นคง หากให้ข่าวคนละครั้งจะเกิดปัญหาความไม่เป็นเอกภาพได้ ดังนั้นการให้ข่าวสารทั้งหมดจะเป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนอาวุธที่จับกุมได้เหมือนกับเป็นการสั่งซื้ออาวุธของประเทศทั่วๆไปที่การสั่งซื้อจะต้องใช้เวลาในการผลิตการทำ เมื่อสั่งได้แล้วก็นำมาเก็บเตรียมหรือไว้ซ้อม เพื่อป้องปราม ไม่ได้เน้นมาทำสงคราม” ผบ.ทอ.กล่าว 

 เมื่อถามว่า เครื่องบินจะลงปลายทางที่ประเทศไหน พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า กองทัพอากาศไม่ทราบข้อมูลตรงนั้น ทราบแต่ว่า มาจากกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ และจะไปที่ประเทศศรีลังกา ส่วนจะไปปลายทางที่ไหนยังไม่ทราบ คงต้องรอผลการสอบสวน ตอนนี้เราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาวุธว่า มาจากที่ไหนบ้าง ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะสามารถตรวจสอบได้จากอินเตอร์เน็ตว่า อาวุธนี้เป็นของประเทศไหน เป็นอาวุธที่ใช้ทำอะไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบอาวุธทั้งหมดส่วนมากจะมาจากค่ายคอมมิวนิสต์ ส่วนจะมาจากไหน เป็นรุ่นไหน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รายงานมาให้ตนรับทราบ ส่วนการดำเนินการขั้นตอนต่อไป คงจะต้องเป็นมติของสหประชาชาติว่า จะทำอย่างไรต่อไป 

 เมื่อถามว่า ต้องทำลายอาวุธหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับมติของสหประชาชาติว่า จะทำอย่างไร แต่การทำลายอาวุธประเภทนี้คงต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง ส่วนที่มีข่าวว่า มีรางวัลในการนำจับอาวุธ ความจริงประเทศไทยไม่ได้รางวัลนำจับ

 เมื่อถามว่า หากมีประเทศปลายทางที่ขนอาวุธมาขออาวุธคืนจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อ.อิทธิพร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครออกมายอมรับ แต่การจะส่งคืนให้ประเทศปลายทางหรือไม่ คงต้องแล้วแต่มติของสหประชาชาติว่า จะมีมติอย่างไร ซึ่งประเทศไทยคงต้องทำตามมติของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตามอาวุธนี้เป็นอาวุธร้ายแรงคงยากที่จะส่งคืน