
"พระปกเกล้าฯ"รับลูกรัฐบาลเจ้าภาพปฏิรูปการเมืองเสนอทำพรรคเข้มแข็ง
พระปกเกล้าฯเตรียมรับลูกรัฐบาล เจ้าภาพปฏิรูปการเมือง เสนอทำพรรคเข้มแข็ง จำกัดอำนาจนักการเมือง ย้ำรัฐธรรมนูญไม่เรื่องสำคัญ แต่ต้องสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่เหมาะกับคนไทย "ดร.เจตน์ชี้พระปกเกล้ารับหน้าที่ปฏิรูปการเมืององค์กรเดียวไม่สำเร็จแน่ ศุภชัยเสนอปฏิร
(6มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ 1 ได้จัดการเสวนาทางการเมืองในหัวข้อ “ ปฏิรูปการเมืองไทย ทางรอดไทย ทางเลือกใด ” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร. เจตน์ โทนวณิก คณบดี คณะนิติศาสตร์ ม.สยาม นาย ณรงค์ โชควัฒนา นักธุรกิจ นาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีต ส.ว. นาย ศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นาย ชูเกียรติ ดิลกแพทย์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ นาย นันทศักดิ์ พูลสุข อัยการฝ่ายคดีศาลสูง นาง เตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.
โดยพล.อ. เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.หลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า กล่าวในการเปิดงานสัมมนาว่า เราได้เห็นว่าในอดีตการเมืองวนไปมาเป็นวัฏจักร ทำท่าเหมือนจะดีแต่ก็กลับไปลงเหว ฝ่ายทหารมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองจนการเมืองหยุดชะงัก ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการปฏิรูปการเมือง ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยมีการยกเลิกตลอดเวลา บางประเทศที่มีการพัฒนาการเมือง เขาไม่ยกเลิกแต่ปรับปรุงตลอดเวลาอย่างนี้จะดีกว่าหรือไม่
พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับทางการเมืองที่ผ่านมาเราคิดว่าการได้เสียงมากคือความชอบธรรม แต่จริงๆเราควรสร้างสมดุล ระหว่างนักการเมืองที่มาครองอำนาจ กับข้อจำกัดทางอำนาจ ส่วนเกินจากข้อจำกัดทางอำนาจนี้ต้องมอบสู่ภาคอื่นๆ หรือองค์กรอิสระ ไม่ใช่ว่าได้คะแนนเสียงมากจะจัดการอะไรได้เบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องฟังเสียงใคร
“ผมมองว่า รัฐบาลอยากปฏิรูปการเมือง แต่หากทำเองแม้จะสำเร็จ แต่ก็เหมือนไม่สำเร็จ เพราะไม่เกิดการยอมรับจากฝ่ายตรงข้าม รัฐบาลจึงมองว่า จะทำให้การเมืองนิ่งเสียก่อน การพูดของนายกฯวานนี้เป็นการเปิดใจของผู้นำรัฐบาล หากเทียบกับก่อนหน้านี้ที่มีปัญหา และใส่ใจการปฏิรูปการเมือง เป็นการปล่อยวางไม่ทำเอง มอบอำนาจให้หน่วยงานที่เป็นกลาง และในที่สุดจึงมาที่สถาบันพระปกเกล้า เราจะประชุมวันที่ 9 มี.ค. ว่าจะรับหรือไม่ รัฐบาลต้องการว่าหากรับแล้วจะมีกระบวนการในการทำงานอย่างไร และมีกำหนดเวลาขนาดไหน โจทก์ไม่ใช่อยู่ที่รัฐธรรมนูญแต่อยู่ที่การสร้างวัฒนธรรมทางการาเมืองที่สอดคล้องกับคนไทยจริงๆ"พล.อ.เอกชัยกล่าว และว่า ตนเคยทำเรื่องการเมืองที่ปรารถนาในอีก 10 ปี เราจะให้ความสำคัญกับพรรคการเมือง เช่นพรรคการเมืองต้องมีหน้าที่ให้ความรู้ เปิดเวทีประชาธิปไตยในพื้นบ้านในชุมชน พรรคมีหน้าที่ค้นหาบุคคลากรรที่ดีที่ชอบธรรม ต้องเริ่มจากการเมืองท้องถิ่นเข้ามาก่อนถึงระดับชาติ และให้รากฐานทางการเมืองมาจากรากฐานประชาชนมที่แท้จริง เช่นกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่มีพรรคการเมืองของตัวเอง
ดร.เจตน์ กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองเป็นกระบวนการ ไม่ใช้หลักการ เพราะไม่ใช่เรื่องตายตัว เราต้องคิดว่าหากกำหนดหลักการ แต่มีคนที่หลากหลาย แต่ละคนจะกำหนดหลักการของตัวเองและยึดหลักการนั้น หากเป็นเช่นนั้นจะไม่เกิดความร่วมมือกัน แต่หากเป็นกระบวนการทุกคนจะเข้ามาพร้อมๆกัน เพื่อปฏิรูปให้ดีขึ้น หากจะเข้าใจปฏิรูปการเมืองก็ต้องเข้าใจว่า การเมืองเป็นการเล่นเกมอันหนึ่งซึ่งเป็นเกมระดับเมือง หากเราจะปฏิรูปก็คือการทำให้ประเทศชาติดีขึ้น เราสร้างกระบวนการไม่ได้ ถ้าไม่มองปรากฏการณ์ที่เกิดขี้นในสังคม เช่น ปรากฏการณ์ที่มีเสื้อเหลือเสื้อแดง ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากไม่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ก็จะทำให้ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ และทำให้เห็นว่าหากเราไม่สามารถประสานได้ก็จะเกิดการผลักดันกระบวนการในสังคมไปสู่การละเมิดกฎหมาย หากเราปล่อยให้ไปถึงจุดนั้น การปฏิรูปการเมืองก็จะเกิดไม่ได้
ดร.เจตน์ กล่าวต่อว่า ตนไม่มั่นใจว่าสถาบันพระปกเกล้าจะตัดสินใจอย่างไรในการที่รัฐบาลขอให้เป็นเจ้าภาพการปฏิรูปการเมือง ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้ เพราะให้สถาบันพระปกเกล้าองค์กรเดียวทำไม่ได้ ต่อให้เป็นกลางแค่ไหนก็ทำไม่ได้ เพราะการปฏิรูปต้องให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ต้องไม่มีองค์กรเฉพาะ ไม่มีสถาบันเดียว แต่หากเป็นเพียงฝ่ายเลขาฯอาจจะพอทำได้
ด้านนายศุภชัย กล่าวเสริมว่า ตนไม่ได้มีสีใดมาเกี่ยว ตนไม่ใช่สีเหลือง และไม่เห็นด้วย ไม่ว่าวิธีการหรือวิธีคิด และตนไม่ใช่สีแดง แต่ตนเป็นคนที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนตั้งแต่ปี 2549 ตนเป็นนักการเมืองช่วงอยู่กับพรรคไทยรักไทยมาสองครั้ง มาอยู่พรรคพลังประชาชน และเริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะแกนนำกลุ่ม“เพื่อนเนวิน”ทีตัดสินใจแก้วิกฤตประเทศ แต่วันนี้ตนถูกกล่าวหาว่าเป็นสีเหลือง วันนี้ตนเป็นพวกประชาธิปัตย์ แต่ตนก็ไม่ใช่สีเหลือง
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ครั้งแรก มีพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ถึงแม้ต่อมาจะมีในปี 2548 จากหลายๆพรรคที่คือผลพวงจากการปฏิรูปครั้งแรก แต่สุดท้ายก็มีปรากฏการณ์ประหลาดว่าพรรคไทยรักไทยไดคะแนนสูงสุดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ควรจะแข็งแกร่ง แต่กลายเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ไม่ได้ แม้จะมีถึง 377 เสียง คำถามคือเกิดอะไรขึ้น ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน
นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราย้อนเข้าจุดเดิมที่ต่างจังหวัด เลือกรัฐบาล แต่คนเมืองหลวงล้มรัฐบาล ตนรู้สึกว่าหลังจากเลือกตั้งแล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้ ตนกลัวในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย เรากำลังใช้บางอำนาจอย่างสิ้นเปลือง เช่น อำนาจตุลาการ บางอำนาจรุกมาในแดนอำนาจอื่น ตุลาการมีอำนาจอะไรในการสั่งจำคุกกกต. ซึ่งมีศักดิ์และศรีไม่ด้อยกว่า มีเหตุผลอะไรที่ตุลาการมีอำนาจยุบพรรค การล้ำเข้าไปในแดนอื่นเป็นสิ่งที่น่าลัวในตัวของศาลเอง หากเราจะเริ่มปฏิรูปใหม่คงมีหลายเรื่อง รวมไปถึงการขีดเส้นว่าแต่ละอำนาจไม่ควรก้าวเข้าไปตรงไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการเสวนา พระพะยอม กัลยาโน ได้เข้ามร่วมรับฟังและแสดงความเห็นว่า กล่าวว่า ตนมาในวันนี้เพราะเห็นในหนังสือพิมพ์ และเห็นคำวาทางรอดของไทย ซึ่งทางรอดพระพุทธเจ้าพูดได้สอนเรื่องทางสายกลาง เวลานี้ความสุดโต่งอาตมาประจักษ์ด้วยตัวเอง ถูกผลักไปไว้ทางหนึ่ง ไปบิณฑบาตรถูกบอกว่า ทำไมไม่ห่มแดงมาบิณฑบาต ทั้งๆเราห่มเหลืองมาก่อนเสื้อเหลืองอีก หรืออย่างจะไปบิณฑบาต ก็มีคนบอกว่ามาเลยที่นี่เสื้อแดงทั้งนั้น อาตมายังดุไปว่า มาบิณฑบาตกับชาวพุทธ ไม่ใช่เสื้อสีไหน แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีสายกลางเข้ามามากขึ้น มีการ์ดพันธมิตรมาบวชที่วัด แต่พวกที่สุดโต่ง เมื่อสักครู่ตนเจอนายพิภพ ธงไชย เขายังยกมือไหว้ แต่พันธมิตรบางคนไม่มองเลย อย่างนี้สุดโต่งไป บางคนช่วยเสื้อเหลือเสื้อแดงจนหมดตัว อย่างนี้ก็เกินไป
พระพยอม กล่าวอีกว่า ตนสงสารเพื่อพระสันติอโศก พระสันโดษควรจะรักษาเลี้ยงไว้บ้าง ตนกับท่าจันทร์ สนิทกันมา เราจะทำไง แย่กันทั้งคู่ บางทีจะไปบางโรงเรียนในพื้นที่เสื้อเหลืองก็ถูกยกเลิกสุดท้ายเด็กก็เสียโอกาสฟังธรรม เขาไม่อยากเดินทางสายกลางจึงจบกันไม่ได้ คลองแม่น้ำย่อมมีขอนลอย แต่ตลิ่งไม่เคยกวักเรียขอน สักพักก็จะออกทะเล และหากเป็นขอนที่แวะซ้ายขวาติดเหลืองติดแดงก็ไม่ได้ออกทะเลสักที
นายวัลลภ กล่าวว่า เราเข้าใจว่าการเมืองถ่วงดุลด้วยสามอำนาจ แต่การปฏิรูปการเมืองตนมองเป็นสามส่วนที่ต้องไปด้วยกัน แต่บังเอิญไปไม่เท่ากัน ระบบรัฐสภาที่โตมาก การเมืองการปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนนี้ก็พูดกันมากขึ้น แต่การเมืองที่ยังอ่อนแอ คือการเมืองภาคพลเมือง แต่ตนเข้าใจว่าตอนนี้เรากำลังพูดการเมืองภาคพลเมืองน้อย
นายวัลลภ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทุนการเมืองเล่นข้างเขาต้องมั่นใจว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล ต่อมาลงมาเล่นเองแล้วเล่นพลาด และตอนนี้มีการปรับมาเป็นเล่นเป็น ไม่ว่าใครขึ้นเป็นรัฐบาลเขาก็เป็นรัฐมนตรี ในขณะที่สื่อต้องจับตามมองเพราะความแตกแยกอยู่ที่สื่อ สื่อถูกนักการเมืองใส่ข้อมูลที่ผิดๆให้ชาวบ้าน เลยเกิดความแตกแยก ตนจึงรอดูว่าเราจะมีกรอบกติกาอย่างไร เราควรปฏิรูปสื่อไปพร้อมๆกัน การปฏิรูปต้องมีทั้งส่วนนักการเมือง นักวิชาการ และชาวบ้าน อง์กรชุมชนต้องเรียกร้อง เข้ามามีส่วนร่วมแต่ต้น รัฐธรรมนูญบางมาตราเรื่องการเสนอกฎหมายโดยประชาชน ยังให้เราเสนอแค่สิทธิและนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เราต้องให้ประชาชนเสนอกฎหมายที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้ เพราะที่ผ่านมาสภาทำไม่ได้ เรื่องง่ายๆในสภาอย่างชกต่อยกันท่านยังตรวจสอบกันเองไม่ได้แล้วจะไปตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างไร รวมไปถึงกฎหมายที่กระทบกับชุมชนประชาชนต้องมีสิทธิเข้าร่วม



