ข่าว

อภิสิทธิ์ชี้ไทยจับขีปนาวุธทำตามมติยูเอ็น.

อภิสิทธิ์ชี้ไทยจับขีปนาวุธทำตามมติยูเอ็น.

16 ธ.ค. 2552

“อภิสิทธิ์" ชี้ไทยจับอาวุธสงคราม เป็นการทำมติยูเอ็น. โยนจนท.แจงจะเก็บอาวุธไว้ใช้หรือไม่ ยืนยันไทยไม่อยู่ในเป้าหมายความขัดแย้ง ย้ำคดีนี้ไม่เกี่ยวกับวิคเตอร์ บุท

 (16ธ.ค.) ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา 12.50 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนการจับกุมเครื่องบิน IL 64   สัญชาติจอร์เจียที่ลักลอบขนอาวุธสงคราม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ว่า เรื่องนี้อยากจะเรียนให้เข้าใจว่าหน่วยงานทางการข่าวทำงานกันเป็นเครือข่ายหลายประเทศ ไม่ได้เป็นเรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของสมาชิกองค์การสหประชาชาติที่ต้องดำเนินการ เพราะสิ่งที่เราทำไปนั้นเป็นสิ่งที่เราพิสูจน์ว่าเราเป็นสมาชิกที่ดีของประชาคมโลก และได้ดำเนินการตามมติขององค์การสหประชาชาติ

 เมื่อถามว่า การจับกุมในครั้งนี้ไทยอาจตกเป็นเป้าโจมตีของขบวนการก่อการร้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า   ไม่มีหรอก เพราะว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นที่เทียบเคียงได้กับหลายที่ และไทยไม่ได้นำตัวเองเข้าไปอยู่ในความขัดแย้ง เรามีหน้าที่ทำตามมติองค์การสหประชาชาติเท่านั้น ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องก็มีความเข้าใจดี   เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยเรื่องรางวัลนำจับในครั้งนี้และเรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่ไทยจะได้รับรางวัลนำจับจากองค์การสหประชาชาติ หรือสหรัฐอเมริกา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี   เมื่อถามว่า ไทยจะได้อะไรในการจับกุมครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากเรียนว่า การที่เราจับกุมตามมติองค์การสหประชาชาติทุกคนในโลกได้ประโยชน์ และหากเราไม่ทำและเกิดมาพบเข้าว่าสิ่งเหล่านี้ผ่านและเกิดขึ้นที่ไทย เราจะเสียหายมาก ฉะนั้นสิ่งที่ถามว่าไทยได้อะไรนั้น จริงๆ แล้ว เราทำเพื่อคนไทย และพิสูจน์ให้โลกให้เห็นว่าเราเป็นสมาชิกที่ดี ขณะเดียวกันเราไม่ได้นำตัวเองเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่าค่าใช้จ่ายต่างๆในการจับกุมและดูแลอาวุธครั้งนี้ใครจะรับผิดชอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ลงลึกขนาดนั้น จริงๆแล้วหลักการจะเป็นเพียงแค่ค่าขนส่งเท่านั้นที่ยังไม่ได้ทำมา และได้ประสานไปยังองค์การสหประชาชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนจำนวนอาวุธที่จับกุมได้นั้นก็เป็นไปตามที่มีรายงานข่าว ส่วนแนวปฏิบัตินั้นจะหารือให้เรียบร้อย แต่อาวุธบางส่วนนั้นเราอาจยึดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ได้ เมื่อถามว่า การทำลายอาวุธนั้นจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจมีน้อยมาก เมื่อถามว่า นายกฯบอกว่าอาวุธบางส่วนอาจเก็บไว้ใช้เองนั้น คืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจงเพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคว่าอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการและมีอะไรบ้าง ซึ่งไม่ได้มีข้อกำหนด

 เมื่อถามว่าแสดงว่าอาวุธที่ยึดไว้นั้น ไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ภายในประเทศได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าไม่จำเป็นต้องทำลายก็นำมาใช้ประโยชน์ได้ เมื่อถามว่าตอนนี้พอทราบแล้วหรือไม่ว่าประเทศใดสั่งซื้ออาวุธ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนเพียงแต่พอว่าจะมีการเดินทางต่อไปเท่านั้นและเครื่องบินหนักมาก รับน้ำหนัก 30 - 40 ตันจึงจำเป็นต้องเติมน้ำมันบ่อยและเราทราบข้อมูลในการเติมน้ำมันครั้งต่อไป    เมื่อถามว่าสรุปได้หรือไม่ว่าที่มาของอาวุธเหล่านี้มาจากไหน เพราะกองปราบปรามระบุว่า มีการใช้ภาษาอังกฤษเขียนไว้ที่อาวุธ และไม่น่าจะมาจากเกาหลีเหนือ   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทราบเพียงว่าเครื่องบินมาจากที่ใด ส่วนอาวุธและเส้นทางนั้นคงมีความสลับซับซ้อน  

 เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าเกาหลีเหนือไม่ได้เป็นประเทศส่งอาวุธ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงยังไม่มีใครยืนยันแบบนั้น เมื่อถามว่าจะตรวจสอบบริษัทเจ้าของเครื่องบินลำนี้หรือไม่ เพราะเครื่องบินของบริษัทนี้ได้นำเครื่องบินขึ้น - ลงในไทยหลายครั้งแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มี แต่ว่าการเข้ามาในแต่ละครั้งต้องอยู่ที่ว่ามีเหตุต้องสงสัยหรือไม่ เราถึงจะดำเนินการ เมื่อถามว่าการจับกุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับนายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธรายใหญ่ของโลกที่รัฐบาลไทยกักขังไว้ หรือไม่   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนดูมายังไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องไปโยงเกี่ยวกันตนมองว่าเวลานี้มีความพยายามที่จะทำให้เรื่องนี้ขยายออกไป ซึ่งจริงๆแล้วตนคิดว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นคือเรามุ่งเพื่อสกัดกั้นไม่ให้อาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้หรือนำไปค้าขายโดยไม่ถูกต้อง

 เมื่อถามว่า นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาชื่นชมเจ้าหน้าที่ไทยในการจับกุมครั้งนี้ ไทยจะร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาอย่างไร   นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อใครชมมาก็ขอบคุณ อย่างที่บอกคือมันเป็นเรื่องของการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกที่ดี เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการคุยกันเพราะเรามีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าเรื่องนี้เราไม่เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง  

 เมื่อถามว่าจะทำลายอาวุธเมื่อใด จะกระทำหลังจากคดีนี้สิ้นสุดแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าตนเข้าใจว่าเรื่องการทำลายอาวุธอาจจะไม่มี หรือมีไม่มากเพราะมันไม่ใช่อาวุธประเภทที่จะต้องมีการทำลาย เมื่อถามว่าเทคโนโลยีของไทยในการตรวจสอบอาวุธนั้นเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่มีปัญหา ส่วนการสอบสวนผู้ต้องหาที่จะขยายผลไปทางใดบ้างนั้น มันต้องว่าไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายใน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่

"ประวิตร” สั่งให้ ทอ.ดูแลอาวุธสงครามให้ดี

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ทุกอย่างมีกฎหมายก็จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอยู่ว่าเครื่องบินลำดังกล่าวบินเข้ามาในประเทศไทยกี่ครั้ง เมื่อถามว่า การจับกุมอาวุธสงครามจะกระทบเรื่องความสัมพันธ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องของการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่ามีรางวัลนำจับนั้น ตนไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ใครเป็นคนพูด ถ้าเป็นฝ่ายค้านพูดก็ต้องไปถามเอง

 เมื่อถามว่า การออกมาพูดของฝ่ายค้านครั้งนี้ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐาน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะต้องดู เพราะทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ต้องว่ากันไป ทั้งนี้ในส่วนของกองทัพอากาศก็จะต้องดูแลอาวุธสงครามที่เก็บเอาไว้ ส่วนการดำเนินการเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะสั่งการอย่างไร