
เอ็นจีโออีสานจัด"มหกรรมประชาชน" หวังรวมพลังป้องทรัพยากรท้องถิ่น หลังถูกทุนต่างชาติฮุบ
ขอนแก่น - กป.อพช.อีสาน ร่วมกับเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ 19 จังหวัดอีสาน จัดงาน "มหกรรมประชาชน ครั้งที่ 2" ชูประเด็นปกป้องทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่น
นายวิพัฒนาชัย พิมพ์หิน ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) อีสาน เปิดเผยว่า วันที่ 25-27 มกราคม 2553 นี้ กป.อพช.อีสาน ร่วมกับองค์กรเครือข่ายพัฒนาเอกชนทั้ง 19 จังหวัดภาคอีสาน กำหนดจัดงาน "มหกรรมประชาชนอีสาน ครั้งที่ 2" ขึ้น ที่สวนดอกคูน ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายใต้คำขวัญ “ร่วมปกป้องทรัพยากรท้องถิ่น" เป็นทางออกเพื่อฝ่าฟันให้พ้นวิกฤติสังคม รวมทั้งปลุกกระแสท้องถิ่นอีสาน ต่อต้านกระแสวัฒนธรรมจากต่างประเทศ เปิดพื้นที่การตลาดแลกเปลี่ยน ตลาดนัดไทบ้าน ที่เป็นพื้นบ้านและสีเขียว โยงยึดหลักการตลาด “นายฮ้อย” ต่อต้านตลาดเสรีนิยมที่เข้ามาบุกถึงชุมชนทุกหัวระแหง
อีกทั้งเพื่อเชื่อมประสานญาติมิตร เมือง ชนบท นักเรียน นักศึกษา เยาวชนส่วนต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างพลังมุ่งสู่สังคมใหม่ สร้างระบบตรวจสอบอย่างเกาะติดกับโครงการอภิมหาประชานิยมของรัฐบาล ประสานเครือข่ายต่างๆ ทั้งพื้นที่และสากลสร้างเครือข่ายขบวนการสังคมใหม่ ทำความเข้าใจต่อขบวนการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแนวทางสังคมนิยมสีเขียวต่อผู้สนใจ และองค์กรเป้าหมาย พร้อมเสนอปัญหา 14 กรณีที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งเรื่องของการจัดการทรัพยากรป่าไม้-ที่ดิน การคุ้มครองผู้บริโภค ทรัพยากรน้ำ-แร่ สุขภาพทางเลือก หนี้สิน แรงงาน และพลังงานทางเลือก
"รูปแบบการจัดงานจะจัดเป็นซุ้มย่อยสะท้อนกลุ่มชาติพันธุ์ในอีสาน และภูมินิเวศน์รูปแบบต่างๆ จัดตลาดแลกเปลี่ยน ตลาดนัดไทบ้าน ที่มีสินค้าอาหารพื้นบ้าน และจัดซุ้มกลางเพื่อเป็นที่อภิปรายทางวิชาการ วิพากษ์ วิเคราะห์ ชี้นำเส้นทางสู่อนาคตของการเมืองภาคประชาชน"
นายวิพัฒนาชัยกล่าวว่า ได้ทำสื่อด้านต่างๆ และจัดพื้นที่พิเศษเพื่อจำหน่าย “สินค้าแบกะดิน” ที่เป็นหัตถกรรม หัตถศิลป์ ของคนอีสาน และศิลปะร่วมสมัย เพื่อเคลื่อนไหวและแสดงทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ย้อ ผู้ไท กำมุ (ขมุ) โซ่ เขมร ส่วย ลาว ฯลฯ รวมทั้งการแสดง “คนเล่าเพลง” ของนักดนตรีเพื่อชีวิต และระดมข้อเสนอต่อรัฐบาลและคำประกาศสู่สาธารณะ เพื่อสะท้อนจุดยืนการเมืองภาคประชาชนท่ามกลางการขัดแย้งทางความคิด 2 ขั้ว
"งานนี้จะให้เป็นเวทีสรุปบทเรียน และนำเสนอผลงานของเครือข่ายที่ทำมากว่า 3 ทศวรรษ โดยเน้นเรื่องการรุกคืบเข้ามาของกลุ่มทุนที่เข้ามายึดเอาทรัพยากรท้องถิ่น จนทำให้คนในชุมชนได้รับผลกระทบ และเราจะปลุกกระแสให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของตนเองเพื่อรักษาเอาไว้ให้ลูกหลาน" นายพิพัฒนาชัยกล่าว



