ข่าว

"บิ๊กตู่" วิดีโอคอลให้กำลังใจ 138 คนไทยกลับจากอู่ฮั่น

"บิ๊กตู่" วิดีโอคอลให้กำลังใจ 138 คนไทยกลับจากอู่ฮั่น

06 ก.พ. 2563

นายกฯ วิดีโอคอล 138 คนไทย สธ. พบ 3 คนเอกซเรย์ปอดผิดปกติ แท็กซี่ติดเชื้อรายแรกหายดีกลับบ้านแล้ว

 

              เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563  นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) นำคณะแถลงความคืบหน้าคนไทย 138 คนที่กลับจากอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยแถลงที่สโมสรสัญญาบัตร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ในฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ระบุว่า คนไทยบางคนเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ อาจเพราะยังไม่คุ้นชินพื้นที่ อย่างไรก็ตาม วันนี้จะมีการปฐมนิเทศให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้

อ่านข่าว - ข่าวปลอมแพร่ ไว กว่า ไวรัสโคโรน่า

 

 

 

              นอกจากนี้ คนไทย 4 คน ที่ถูกแยกตัวไปสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เช้านี้ไม่มีไข้ โดย 3 คนเอกเซรย์ปอดผิดปกติ อีก 1 คน ท้องเสีย อยู่ระหว่างให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลซ้ำ แต่ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ส่วนอีก 134 คน อยู่ในพื้นที่ควบคุมอาคารรับรอง อ่าวดงตาล มีคนท้อง 1 คน อายุครรภ์ 6 เดือน และมีเด็กเล็ก 2 คน ทั้งหมดแข็งแรงดี ล่าสุด มีการเติมชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกเพื่อให้มีสุขภาพจิตที่ดีที่สุด แต่ยังห้ามใช้โทรศัพท์ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เตรียมจอขนาดใหญ่และวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้ติดต่อสื่อสารไว้พร้อมแล้ว คาดว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ครอบครัวและญาติจะสามารถพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในความดูแลได้ ส่วนทีมนักบินเจ้าหน้าที่ 16 คน เรียบร้อยดี โดยเป็นแพทย์พยาบาล 9 คน ลูกเรือ 7 คน ใส่ชุดป้องกันทั้งขาไป - กลับสมบูรณ์ 100% ปลอดเชื้อ

 

 

 

              มีรายงานจากกองทัพเรือแจ้งว่า ภาพรวมเรือนรับรอง 5 อาคารถูกล้อมด้วยรั้ว มีพื้นที่เดินเล่นอิสระผ่อนคลาย มีอาคารรวมสังสรรค์รับประทานอาหาร รอประเมินความพร้อมจิตเวช มีหน่วยแพทย์ตรวจเช้าเย็น มีรถพยาบาลรอรับนำส่ง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

              ขณะที่ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ตรวจประเมินอาการคนไทยทั้ง 134 คน โดยเบื้องต้น พูดคุย ประเมินภาวะเสี่ยง ซึ่งหลายคนนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ และในวันนี้จะมีทีมแพทย์ ทีมนักจิตวิทยา เข้าไปดูแลเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ส่วน 4 คนที่อยู่ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เช้านี้ไม่มีอาการไข้ อาการทั่วไปค่อนข้างดี แต่จะต้องติดตามอาการต่อ โดยจะรักษาให้ดีที่สุด และเมื่อหายดีก็จะส่งเข้ามายังบ้านพักรับรอง ซึ่งทั้ง 3 คนที่เอกซเรย์พบมีจุดดำๆ เล็กน้อย แต่ผลการตรวจเลือดยังไม่พบว่าติดเชื้อ ทั้งนี้ ขอตรวจซ้ำและจะยืนยันผลอีกครั้ง

 

 

 

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยปฏิบัติงานตามปกติ และวันนี้ไม่มีกำหนดการและวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ที่อยู่ระหว่างกักตัวตามขั้นตอนเป็นเวลา 14 วัน

              อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ เวลา 18.00 น. เพจไทยคู่ฟ้า ได้เผยแพร่คลิป รายการ Government weekly EP.26 (Special) โดย นายกฯ ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับตัวแทนคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น ที่พักอยู่ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นนักศึกษาชาย 2 คน ซึ่งบอกว่าได้รับการดูแลอย่างดี ขอบคุณทุกคนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ตอนนี้ก็มีความสุข พร้อมเล่าถึงการระวังป้องกันตัวตอนที่อยู่เมืองจีน ส่วนที่อยากได้คือโทรศัพท์เพื่อใช้ติดต่อกับครอบครัว ซึ่ง นายกฯ ได้ให้กำลังใจและบอกว่าอีกไม่นานก็ได้กลับบ้านพบครอบครัวแล้ว

 

 

 

              ต่อมา นายกฯ ได้พูดคุยกับคณะแพทย์จาก รพ.ราชวิถี ผู้หาวิธีรักษาโรคจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 พร้อมพูดคุยสถานการณ์ในไทยที่สามารถสกัดการระบาดไว้ได้ ทั้งนี้ในช่วงต้นของคลิป นายกฯ ได้ให้กำลังใจคนไทยและคนจีน รวมทั้งเจาหน้าที่จับมือร่วมกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

              มีรายงานว่า ภายหลังจากรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น มีคนไทย 3 คนที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย โดย 2 คน ทางการจีนตรวจพบว่ามีไข้สูง ส่วนอีก 1 คนที่ไม่ได้เดินทางกลับมาด้วยเนื่องจากวีซ่าขาด ล่าสุดเฟซบุ๊ก Manoon Jarornloy ของ กัปตันมนูญ เจริญลอย สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้เผยแพร่ภาพและข้อความถึงภารกิจการไปรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่นสำเร็จลุล่วง โดยโพสต์ภาพและข้อความประทับใจภารกิจดังกล่าวตั้งแต่การได้รับการประสานงานจากรัฐบาลไทยกระทั่งเดินทางกลับถึงไทย พร้อมยกย่องให้ทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และลูกเรือทุกคนเป็นฮีโร่ตัวจริง

 

 

 

              ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า (5 กุมภาพันธ์) ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นการติดเชื้อในประเทศรายแรกที่ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่และมีประวัติเคยรับนักท่องเที่ยวชาวจีน จากนั้นเข้ารับการรักษาในสถาบันบำราศนราดูร มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อแล้วถือว่าหายเป็นปกติและกลับบ้านได้ ส่วนญาติและผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกคนมีการติดตามเฝ้าระวังอาการตามมาตรฐานซึ่งทุกรายเป็นปกติ

              ส่วนสถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้เหลือผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 16 คน กลับบ้านแล้วจำนวน 9 คน รวมผู้ป่วยสะสม จำนวน 25 คน โดยผู้ป่วยที่ยังอยู่โรงพยาบาลได้รับรายงานว่ามีแนวโน้มอาการดีขึ้น รายที่อาการหนัก วันนี้อาการยังทรงตัวและอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

 

 

              ขณะที่ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อย่าด่วนสรุปว่าคนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นติดเชื้อจากญี่ปุ่นหรือไทยหรือที่ใด เช่นเดียวกับคนเกาหลีใต้ที่เดินทางกลับจากไทยก็กำลังประสานข้อมูลว่ามีการเดินทางในรายละเอียดอย่างไรกับกระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้อยู่ เพราะตามหลักการระบาดวิทยาร่วมกับหลักการระหว่างประเทศ เมื่อผู้ป่วยเดินทางกลับจากที่ใดจะลงในรายงานข้อมูลสอบสวนโรคว่าเดินทางไป ณ ประเทศนั้นๆ

              นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงกรณีหน้ากากอนามัยขาดตลาด พร้อมกำชับให้หามาตรการแก้ไขปัญหา ทั้งด้านการผลิตและการตลาด เพื่อให้มีสินค้าขายทั่วไปในท้องตลาดให้มากขึ้น ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ขณะเดียวกันขอความร่วมมือผู้จัดจำหน่ายให้ขายสินค้าตรงกับป้ายราคา และไม่ฉวยโอกาสขายสินค้าเกินราคาที่กำหนดไว้

 

 

 

              นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลัง ครม. ประกาศให้หน้ากากอนามัย​ เจลแอลกอลฮอล์ล้างมือ​ เป็นสินค้าควบคุมห้ามขายเกินราคา​ ล่าสุดวันนี้ได้ส่งชุดสายสืบกระจายกำลังลงพื้นที่ 10 เส้นทาง เพื่อตรวจสอบตลาดร้านขายหน้ากากอนามัยในพื้นที่ต่างๆ หลังพบว่าผู้ค้าบางรายยังฉวยโอกาสขายในราคาสูงเกินจริง ส่วนผู้บริโภคพบเห็นผู้ที่ค้าขายแพงเกินจริงให้ถ่ายรูปหรือเก็บใบเสร็จไว้และแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจับปรับ ไม่ให้เอารัดเอาเปรียบประชาชน สำหรับการกักตุนหน้ากากอนามัยและขายเกินราคา มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท

              เวลา 13.30 น. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.ต.อนันต์ บัวแก้ว สว.กก.1 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิเศษศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้เข้าควบคุมตัว น.ส.วรวรรณ (สงวนนามสกุล) จากพัทยา ไปส่งมอบให้ พ.ต.ท.กฤช เสนียวงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยผู้ต้องหารายนี้ได้แชร์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวปล่อยข่าวปลอมว่า “พัทยามีคนป่วยโคโรน่า ตาย 1 คน ทำไมต้องปิดข่าวหรอ ประชาชนจะได้ระวังตัวกัน ห่วงเศรษฐกิจมากกว่าประชาชน”

 

 

 

              นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเข้าตรวจค้นหลายจุดใน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าจับกุมกลุ่มปล่อยข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ ที่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนกรณีไวรัสโคโรน่า โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่และเข้าร่วมสอบปากคำด้วยตัวเอง

              วันเดียวกัน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า

              เนื่องจากหลายปัจจัยรุมเร้า โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศจีน รวมทั้งความล่าช้าร่าง พ.ร.บ.งบ 2563 ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดย กกร. ขอเสนอเรื่องด่วนต่อภาครัฐเพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชนและเพิ่มเงินหมุนเวียนของภาคเอกชน โดยขอให้ลดค่าไฟฟ้า 5% ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดระยะเวลา 6 เดือน , ยกเว้นการจ่ายประกันสังคมของลูกจ้างทั้งหมด และในส่วนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นเวลา 6 เดือน , ขอให้คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้เร็วขึ้นไม่เกิน 30 วัน เนื่องจากตอนนี้กระแสเงินสดเอกชนลดลงมาก , ตั้งคณะกรรมการ กกร. ร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสมและจัดซื้อสินค้าแบรนด์ไทย รวมทั้งช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีส่วนร่วมเข้าประมูลของภาครัฐ ขณะเดียวกันภาคเอกชนจะเร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศ

 

 

 

              ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% มาอยู่ที่ 1% จากเดิม 1.25% ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์เพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า ความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 และปัญหาภัยแล้ง

              ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม อยู่ที่ 67.3 จากเดือนธันวาคม 2562 ที่อยู่ในระดับ 68.3 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 ต่ำสุดในรอบ 69 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557

 

 

 

              สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) แถลงว่า ณ วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นอีก 65 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 490 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3,887 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 24,324 ราย ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลหลังจากมีอาการดีขึ้น 892 ราย

              อย่างไรก็ตาม มีผู้เสียชีวิตนอกจีน 2 ราย คือที่ฟิลิปปินส์และฮ่องกง แห่งละ 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าทั่วโลกที่มีการแจ้งข้อมูลในช่วงเช้าวันนี้ รวมเพิ่มเป็น 492 รายแล้ว ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 25 คน เป็นอันดับสองรองจากจีน ส่วนสิงคโปร์ 24 คน ญี่ปุ่น 22 คน ฮ่องกง 17 คน เกาหลีใต้ 16 คน ออสเตรเลีย 13 คน เยอรมนี 11 คน สหรัฐและไต้หวัน แห่งละ 11 คน มาเก๊าและมาเลเซีย แห่งละ 10 คน เวียดนาม 8 คน ฝรั่งเศส 6 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 คน แคนาดา 4 คน อินเดีย 3 คน อิตาลี รัสเซีย ฟิลิปปินส์ และอังกฤษ แห่งละ 2 คน เนปาล กัมพูชา เบลเยียม สเปน ฟินแลนด์ สวีเดน และศรีลังกา แห่งละ 1 คน

 

 

 

              ขณะเดียวกัน นายคัตสึโนบุ คาโตะ รมว.สุขภาพ - แรงงานและสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ประชาชน 10 คนที่อยู่บนเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ของญี่ปุ่น ที่ถูกกักบริเวณใกล้เมืองโยโกฮามา ได้รับการตรวจสอบแล้วพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งมีต้นตอมาจากเมืองอู่ฮั่นของจีน โดยเรือสำราญดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมกันราว 3,700 คน ถูกกักบริเวณอยู่นอกชายฝั่งเมืองโยโกฮามา หลังจากผู้โดยสารจากฮ่องกงวัย 80 ปีรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ทั้งนี้ผู้โดยสารและลูกเรือ 273 คนที่ติดต่อใกล้ชิดกับผู้โดยสารที่ติดเชื้อดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบ ซึ่งผลสอบเบื้องต้นสำหรับผู้โดยสาร 31 คนพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 10 คน และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว

              หนังสือพิมพ์เซาท์มอร์นิงไชน่าโพสต์รายงาน (5 กุมภาพันธ์) ว่า มีรายงานว่าทารกแรกคลอดในเมืองอู่อั่นกลายเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหลังจากคลอดออกมาได้เพียงแค่ 30 ชั่วโมง สร้างความวิตกถึงความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากการติดเชื้อในครรภ์มารดาได้