ข่าว

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

05 ก.พ. 2563

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

 

 

                  เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 5 ก.พ.2563 ที่ลานอเนกประสงค์ศาลากลางจังหวัดยโสธร นางมะลิจิตร เอกตาแสง อายุ 59 ปี แกนนำกลุ่มชาวนาบ้านเชียงเพ็ง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร พร้อมด้วยชาวนาในพื้นที่ตำบลเชียงเพ็งกว่า 70 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนให้เร่งรัดดำเนินการจัดหาเครื่องสูบน้ำการเกษตรทดแทนเครื่องเก่าที่ถูกพายุโซนร้อนโพดุล และคาจิกิ พัดสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อการเกษตรจนพลิกคว่ำไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.62 ส่งผลให้เกษตรกรบ้านเชียงเพ็งหมู่ 1,หมู่ 7 ได้รับความเดือดร้อนเพราะเกษตรกรมีความจำเป็นที่จะต้องทำนาปรังเพื่อทดแทนนาปี โดยมีนายสุวัฒน์  เข็มเพชร ปลัดจังหวัดยโสธร ลงมารับหนังสือ นอกจากนี้ภายในลานยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองทั้งในกว่า 40 นายร่วมรักษาความปลอดภัย

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

 

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

 

 

 

                    นางมะลิจิตร กล่าวว่าเนื่องด้วยพื้นที่ ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ได้ประสบอุทกภัยเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโพดุล โดยในพื้นที่มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างตามริมของฝั่งลำเซบาย ซึ่งเริ่มท่วมขังพื้นที่ลุ่มตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.62 และเริ่มท่วมเกือบทั้งตำบล ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.-10 ก.ย.62 จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ไร่นาได้รับวามเสียหายโดยทั้งหมด อีกทั้งในช่วงน้ำหลากทำให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในเขต ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ได้รับความเสียหาย ทางชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้มีการดำเนินการติดตามเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่มีความจำเป็นในการใช้สถานีสูบน้ำเพื่อทำนาปรังเพื่อทดแทนนาปีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งได้ลำดับการดำเนินการดังนี้

             1.วันที่ 7 ต.ค.62 เข้ายื่นหนังสือต่อนายอำเภอป่าติ้วเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังไฟฟ้าเสียหายจากพายุโพดุล

            2. วันที่ 10 ต.ค.62 เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอให้มีการ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเรื่องสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังไฟฟ้าเสียหายจากพายุโพดุล

           3.วันที่ 16 ต.ค. 62 เข้าประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง เรื่องการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม ทางองค์การบริหารส่วนดำบลได้มีการเปิดประชุมวิสามัญ 2 ครั้งในวันที่ 18 และ 20 ต.ค.62 ซึ่งทาง อบต. เชียงเพ็งได้อนุมัติให้มีการใช้เงินสะสมเพื่อแก้ไขปัญหา

           4.วันที่24 ต.ค.63 เข้าประชุมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

            5.วันที่ 5 พ.ย.62 ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน ชุมนุมหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง เพื่อเรียกร้องให้มีการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็งได้ชี้แจง ขั้นตอนการดำเนินงานและทำหนังสือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นตามชั้นตอน ในวันที่ 31 ม.ค.63 

           6.วันที่ 28 ม.ค.63 ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อน เข้าติดตามการดำเนินงานที่องค์การบริหาร ส่วนตำบลเชียงเพ็ง เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังไฟฟ้า ซึ่งอบต.เชียงเพ็งได้ให้คำตอบว่ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและมีปัญหาในขั้นตอนการประมูลรับเหมาประมูลก่อสร้างสถานีสูบน้ำ

              นางมะลิจิตร กล่าวต่อว่าจากการติดตามเพื่อขอร้องให้มีการช่วยเหลือและดำเนินการแก้ไขซึ่งเป็นระยะเวลารวมกว่า 4 เดือนแล้ว แต่พบว่าทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง ไม่สามารถดำเนินการตามที่ได้ให้ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ซึ่งถือว่าไม่ใด้ให้ความสำคัญต่อปัญหาของประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านได้เดินทางเข้ามาในจังหวัดเพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือดังต่อไปนี้

             1.ตรวจสอบการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็งในขั้นตอนการดำเดินการเกี่ยวกับสถานีสูบน้ำการเกษตรด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีความล่าช้า และไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจนให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ

             2.ให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือ เร่งรัดทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง ให้เกิดการดำเนินการจัดหาเครื่องสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตรด้วยพลังไฟฟ้าเร่งด่วน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีโอกาสในการปลูกพืชหลังฤดูการเก็บเกี่ยว และทำนาปรังทดแทนนาปีที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา      อย่างไรก็ตามในการเดินทางเข้ามาเพื่อพบผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนี้ ทางชาวบ้านผู้เดือนร้อนได้มีการเจรจา การประชุม การติดตามเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ในระดับพื้นที่แต่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ อีกทั้งไม่มีคำตอบที่ชัดเจน หรือการชี้แจงคลี่คลายความสงสัยให้กับประชาชนและเป็นการไม่จริงใจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในการทำโครงการ"จัดทำสถานีสูบน้ำ” ในครั้งนี้ ดังนั้นทางชาวบ้านจึงได้ร่วมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปสู่แนวทางการตรวจสอบช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งการดำเนินการของทางจังหวัดให้ชาวบ้านได้ทราบ

           นายสุวัฒน์ กล่าวว่าเบื้องต้นรับการชี้แจงจากผู้นำท้องที่ว่าจะดำเนินการขอยืมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงในพื้นที่มาติดตั้งเพื่อเป็นการบรรเทาให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยพลังไฟฟ้าเพื่อทดแทนเครื่องเก่าที่เสียหายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ชาวบ้านบุกศาลากลางร้องพ่อเมืองขอเครื่องสูบน้ำไม่คืบ

ภาพ/ข่าว  สมัย  คำแก้ว  ผู้สื่อข่าวยโสธรรายงาน