
ปิดฉาก...มังกรไต้หวันอุ้มรีด30ล้านนักธุรกิจ
เป็นเรื่องจับตามองยิ่งเมื่อประเทศไทยกลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมของชาวไต้หวัน เพียงเดือนเดียวมีนักธุรกิจชาวไต้หวันถูกปล้นทรัพย์และจับตัวไปเรียกค่าไถ่ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เงินสดไป 11 ล้านบาท และรายล่าสุดจับครอบครัวนักธุรกิจสิ่
สองสัปดาห์ก่อนสถานกงสุลไต้หวันประจำประเทศไทย ประสานงานมายัง พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป.ว่าอัยการไต้หวันแจ้งมาว่ามีครอบครัวชาวไต้หวันถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ในประเทศไทยและอยู่ในอันตราย จึงขอความร่วมมือไปยังสถานกงสุลขอรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัวผู้เสียหายได้ความว่า นายเติ้น ลี่ เหวย วัย 35 ปี ถูกจับไปพร้อมกับ นางสี อี้ เฟิน ภรรยาวัย 36 ปี ด.ญ.เติ้น อี้ เจี้ย วัย 9 ขวบ ด.ช.เติ้น อี้ ถิง วัย 7 ขวบ และนางหย่วน อี้ อิง มารดานายเติ้นวัย 58 ปี
เมื่อได้ข้อมูลจากญาติผู้เสียหาย พ.ต.อ.สุพิศาล รายงานเหตุอุกฉกรรจ์ให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก.ทราบและสั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.บก.ทล.ช่วยราชการ กก.1 บก.ป. พ.ต.ต.นิคม ไทยเจริญ พ.ต.ต.ศานุวงศ์ คงคาอินทร์ พ.ต.ต.พุทธิพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมชุดสืบสวนประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กงสุลไต้หวันเป็นระยะ โดยเน้นความปลอดภัยของตัวประกันเป็นหลัก
ทั้งนี้ แนวทางการสืบหาตัวคนร้ายและตัวประกันมีเพียงว่า แก๊งคนร้ายอ้างเป็นตำรวจไทยและตำรวจไต้หวันจับเหยื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 30 ล้านบาท โดยให้ญาติโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ของไทยแห่งหนึ่ง จากนั้นให้ส่งแฟกซ์สลิปไปยังร้านแลกเปลี่ยนเงินตราแห่งหนึ่งบนถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ ชุดสืบสวนจึงไปเฝ้าสังเกตการณ์และขอความร่วมมือกับเจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา ได้ความว่านายจาง จา หลุน หรือต้าเกอ วัย 30 ปี ได้มาติดต่อเอาไว้ และไม่สามารถติดต่อกลับได้ ต้องรอให้นายจางติดต่อกลับมาเท่านั้น
ชุดสืบสวนวางแผนให้เจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเงินตราออกอุบายว่า หากนายจางติดต่อมาให้บอกว่ามีสลิปส่งมาแล้วให้ไปรับเงินสดเบื้องต้นก่อน 9 แสนบาท แต่ติดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ธนาคารปิดทำการจึงไม่สามารถไปเบิกเงินได้
ไม่นานชุดสืบสวนก็ได้รับการติดต่อกลับมาว่า นายจางกับเจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเงินตรานัดไปรับเงินสดกันที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว จึงวางกำลังไว้โดยรอบห้างแล้วพยายามสังเกตพฤติกรรมคนที่เข้ามารับเงิน ชั่วครู่ก็มีชายชาวเอเชียคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของร้านแลกเปลี่ยนเงินตรา พูดคุยกันสักระยะก่อนจะรับห่อเงินสดเดินผละไป ชุดสืบสวนสะกดรอยตามไปห่างๆ ด้วยเกรงว่าจะมีเพื่อนร่วมขบวนการสังเกตการณ์อยู่ หากจู่โจมตัวประกันอาจตกอยู่ในอันตราย
กระทั่งชายต้องสงสัยกำลังจะขึ้นแท็กซี่ และชุดสืบสวนมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม จึงจู่โจมเข้าจับกุมและนำตัวไปสอบปากคำที่ บก.ป.อ้างชื่อ "อำพล แซ่หว่าง" วัย 20 ปี จากการตรวจสอบไม่ปรากฏชื่อในสำนักทะเบียนราษฎร อย่างไรก็ดีไม่นานอำพลก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เชื่อมโยงไปถึงเพื่อนร่วมขบวนการที่เหลือ นำไปสู่การช่วยเหลือตัวประกันในเวลาต่อมา
อำพลบอกว่าเขากับนายจาง จา หลุน และเพื่อนร่วมแก๊งจะไปดักรออุ้มเหยื่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเพื่อนในแก๊งคอยชี้เป้าเลือกเหยื่อเฉพาะชาวไต้หวัน ในส่วนของครอบครัวนักธุรกิจสิ่งทอนั้น พวกเขาได้นำตัวไปคุมขังไว้ที่บ้านเลขที่ 1471/20 ถนนพัฒนาการซอย 31/1 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ชุดสืบสวนจึงขอหมายค้นจากศาลตอนตี 2 ของวันที่ 13 ธันวาคม 2552
บ้านเป้าหมายเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ชั้นล่างไฟยังคงเปิดอยู่ ชุดสืบสวนจึงย่องเข้าไปก่อนแล้วสำรวจรอบๆ บ้าน และให้สัญญาณเข้าชาร์จพร้อมกัน ปฏิบัติการเป็นไปอย่างรวดเร็ว บริเวณชั้นล่างตำรวจสามารถจับกุมนายเฉิน จื้อ เหวิ่น อายุ 23 ปี อ้างตัวเป็นตำรวจไต้หวัน กำลังอีกส่วนบุกขึ้นชั้นบนจับกุมนายศราวุธ แซ่หยาง วัย 23 ปี ส่วนตัวประกันประกอบด้วย นางหย่วน อี้ อิง ด.ญ.เติ้น อี้ เจี้ย และ ด.ช.เติ้น อี้ ถิง ถูกขังอยู่อีกห้องในสภาพประหม่าตื่นตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
อย่างไรก็ดีตัวประกันยังหายไป 2 คน คือ นายเติ้น ลี่ เหวย และนางสี อี้ เฟิน สองสามีภรรยา ทำให้ชุดสืบสวนร้อนใจกระทั่งนายศราวุธยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนายจาง จา หลุน และนายสมุทร หยาง ยิง อายุ 28 ปี เพื่อนร่วมแก๊งที่ขับรถออกจากบ้านไปตามนายอำพลที่ไปรับเงินสดนานผิดปกติ ก่อนหน้าชุดสืบสวนจะเข้าจู่โจมเพียงไม่นาน
ชุดสืบสวนเร่งกระจายกำลังออกติดตามยานพาหนะตามที่ได้จากนายอำพล โดยค้นหาติดตามบนถนนศรีนครินทร์ จนพบรถตรงตามตำหนิรูปพรรณจอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ริมถนน จึงจู่โจมเข้าจับกุมนำตัวมาสอบสวนที่ บก.ป.ผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ ยกเว้นนายศราวุธที่ยอมเปิดปากว่านายเติ้นเหยื่อค่าไถ่ถูกขังไว้ที่บ้านเลขที่ 59/169 บ้านกลางเมือง ถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่วนนางสีภรรยาเดินทางไปสิงคโปร์ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าไถ่ให้ครอบครัว
กำลังตำรวจจำนวนหนึ่งตรงเข้าปิดล้อมบ้านที่ใช้กักขังนายเติ้น จับกุมนางชิงฉาง แซ่หลี หนึ่งในแก๊งค่าไถ่วัย 26 ปี และช่วยเหลือนายเติ้นที่อยู่ในอาการตกใจกลัวพร้อมกับตัวประกันชาวไต้หวันอีกคน ที่เพิ่งเดินทางเข้าประเทศไทยมาหาแฟนสาว



