ข่าว

 รักคุณเท่าฟ้า

รักคุณเท่าฟ้า

17 ธ.ค. 2552

ผมเกิดมาเป็นคนชีพจรลงเท้าต้องเดินทางขึ้นล่องไปทั่วโลก หลายปีที่ผมอยู่ต่างประเทศมากกว่าปีละหนึ่งร้อยวัน ยังไม่ต้องนับการเดินทางภายในประเทศ ที่จำเป็นต้องไปเกือบทุกสุดสัปดาห์

 ในอดีตเมื่อต้องเดินทางภายในประเทศ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านในย่านอาเซียนด้วยกัน ผมเลือกที่จะขับรถส่วนตัวไปเองมากกว่าพาหนะอื่น แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ ผมต้องหันไปใช้บริการของสายการบิน และแน่นอนว่ากว่าร้อยละเก้าสิบผมเลือกที่จะเดินทางกับสายการบินไทยเท่านั้น

 แม้ว่าบางครั้งจะพบเจอการบริการที่ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับงานบริการที่ต้องทำโดยมนุษย์ซึ่งยังตกอยู่กับรักโลภโกรธหลง แม้แต่สายการบินอื่นๆ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นระดับหัวแถวของโลก ผมก็ล้วนแต่เคยเจอะเจอกับการบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาแล้วทั้งสิ้น

 เรื่องที่ใครบางคนจะค่อนขอดว่าพนักงานบริการแก่ไปบ้าง ไม่สวยบ้างผมก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเพียงแค่บริการดีก็พอใจแล้วเนื่องจากว่าไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน เพื่อไปเสาะแสวงหาคู่ครองมาแต่งงานด้วยสักหน่อย สาวแก่สูงต่ำดำขาวจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

 สิ่งที่ผมในฐานะผู้โดยสารอยากเห็นการบินไทยในยุคนี้ปรับตัวเพื่อแข่งขันทางธุรกิจคือ การปรับเบาะที่นั่งและสารพันอุปกรณ์เพื่อการบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเดินทางต่างประเทศที่ต้องใช้เวลาเกินกว่าสามชั่วโมงขึ้นไป คงไม่มีใครทนได้กับการที่ต้องถูกบังคับให้ดูภาพยนตร์บนจอรวมกันและแหงนหน้าจนเมื่อยคอ

 อีกประการหนึ่งคืออาหารเช้าสำหรับเส้นทางการบินในประเทศ ที่เคยมีมาอย่างไรก็ยังคงอยู่อย่างนั้นนานนับสิบปี ในขณะที่สายการบินเล็กๆ อื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งใช้เวลาการบินสั้นๆ เท่ากัน เช่น ไหหนานแอร์ไลน์, เสิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ หรือ เซาเทิร์นไชน่าแอร์ไลน์ ที่บินในประเทศของเขาด้วยเวลาการบินไม่เกินหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีโดยประมาณ เขาบริการกันด้วยข้าวต้ม, เกี้ยมฉ่าย และไข่เค็ม หรือถึงขั้นข้าวมันไก่ไหหลำของแท้กันไปแล้ว

 เพราะรู้ดีว่าคนที่เดินทางโดยเครื่องบินซึ่งส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจนั้น เวลาเป็นเงินเป็นทองด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อลงจากเครื่องบินจึงอยากที่จะเจรจาธุรกิจกันได้ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องหาอาหารเพิ่มเติมใส่ท้องให้เสียเวลาไปอีก

 ในขณะที่การบินไทยในประเทศของเรา ยังคงงมอยู่กับกล่องกระดาษใบโตข้างในมีเพียงแซนด์วิชชิ้นเล็กกับผลไม้สามชิ้น ที่สะดวกต่อการบริการแต่ขาดรสชาติและความเป็นไทย ส่วนใหญ่จึงกลายเป็นอาหารว่างของบรรดาคนขับรถ ที่ไปรับส่งเจ้านายตามสนามบินเสียมากกว่า

 แน่นอนว่าอาหารบางอย่างใช้เวลาในการเตรียมและบริการมากกว่าอาหารกล่อง แต่หากวางแผนการกันดีแล้วก็เชื่อได้ว่า ข้าวเหนียวหมูปิ้งหรืออาหารไทยที่จัดในแบบค็อกเทล  หรือแม้แต่ปาท่องโก๋จิ้มนมก็น่าจะสามารถนำขึ้นไปบริการบนเครื่องบินได้ไม่ยาก

 ถึงทุกวันนี้ผมยังสุขสบายและพึงพอใจกับการใช้บริการของการบินไทยมากกว่าสายการบินใดๆ ในโลก แต่ผมเชื่อว่าอาหารการกินเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเดินทางเอามาเป็นตัวเลือกใช้บริการ ส่วนเรื่องอาหารในเส้นทางต่างประเทศนั้น ทุกวันนี้เราอยู่ในระดับแถวหน้าที่ดีมากกว่าหลายสิบสายการบินแล้ว ปรับเพียงแค่การจองตั๋วออนไลน์ และอาหารสำหรับเส้นทางในประเทศให้ดีขึ้น เพียงเท่านี้ผมก็ต้องปรับตัวเองให้มากขึ้นยิ่งกว่า “รักคุณเท่าฟ้า” แล้วครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ