
แจงฐานะการคลังปี52อัดฉีดเงินขาดดุล4%กระตุ้นศก.แทน
คลังเผยฐานะการคลังปีงบ 52 ขาดดุล 4% หรือ 3.49 แสนล้านบาท สะท้อนการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแทนภาคเอกชนได้ตามเป้าหมาย
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงฐานะการคลังปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551-กันยายน 2552) ว่า ภาครัฐบาลมีรายได้รวม 2,175,839 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งต่ำกว่าปีที่แล้ว 129,654 ล้านบาท หรือ 5.6% เนื่องจากรายได้ทั้งในส่วนของรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลดลง ขณะที่รายจ่ายภาครัฐบาลมีจำนวน 2,525,570 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว 223,648 ล้านบาท หรือ 9.7% จากสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายรัฐบาลภายใต้นโยบายงบประมาณขาดดุล และส่งผลให้ดุลการคลังภาครัฐบาลขาดดุลการคลังจำนวน 349,731 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของจีดีพี
“ปีงบประมาณ 2552 เป็นภาวะที่ภาคเอกชนชะลอการลงทุน แต่รัฐบาลได้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งการอัดฉีดเงินสุทธิเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหรือขาดดุลการคลัง 349,731 ล้านบาท เป็นการสะท้อนถึงบทบาทของนโยบายการคลังในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย” นายสาธิต กล่าว
สำหรับฐานะการคลัง ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2552 แยกเป็นรายละเอียดดังนี้ รัฐบาลมีรายได้ 1,470,550 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน 9.3% เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ 3 กรมหลัก ลดลงจากปีก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ นิติบุคคล ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และอากรขาเข้า นอกจากนี้การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจก็ลดลงเช่นกัน ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ 332,531 ล้านบาท ลดลง 2.1% เนื่องจากเงินที่รัฐบาลแบ่งให้ อปท. ลดลง ขณะที่บัญชีเงินนอกงบประมาณมีรายได้รวม 372,757 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว 28,308 ล้านบาท หรือ 8.2% เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายได้จากการนำส่งรายได้เข้ากองทุนจากภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น และกองทุนอ้อยและน้ำตาลมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปีที่แล้วมีการปรับลดเงินเข้ากองทุนน้ำมัน



