
ซักซ้อม รพ.และนักวิจัย พร้อมสู้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า
ดร.สุวิทย์ รัฐมนตรี อว. ซักซ้อมโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์และนักวิจัยไทย พร้อมสู้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า
วันนี้ (3 ก.พ. 2563) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม(อว.) ได้หารือร่วมกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์จาก ทั่วประเทศ กว่า20 หน่วยงาน เพื่อซักซ้อม เตรียมการและสร้างความมั่นใจในความพร้อมของบุคลากรทาง การแพทย์ การดูแลผู้ป่วยตลอดจนเครื่องมือ อุปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลภายในสังกัดกระทรวง อว. ให้สามารถบริการ ดูแลประชาชน ตรวจวินิจฉัยและรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ได้มีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพร้อมปฏิบัติตามทุกมาตรการที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการประชุมสืบเนื่องจากการ ประชุมเตรียมการครั้งแรก
เมื่อ 28 ม.ค. 2563 ที่ได้หารือร่วมกับนักวิชาการและผู้แทนกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทีมวิจัยและระบาดวิทยา ระดมสมองการนำองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยมาใช้ในการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา รวมทั้งกำหนดมาตรการและแนวทางการดูแนักศึกษา ไทยในประเทศจีน และนักศึกษาจีนที่มาศึกษาต่อในประเทศไทย ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆ ในความดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีคณะแพทยศาสตร์ จำนวน 23 แห่ง ซึ่งโรงพยาบาลมีจำนวนกว่า 14,475 เตียง และมีแพทย์พยาบาลที่มีประสบการณ์ มากกว่า 23,758 คน พร้อมรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้มอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ หลักในการดำเนินการด้านการวิจัยและวิชาการทั้งในระยะสั้นและระยะยาวโดยจะดำเนินการใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องโดยเครือข่ายนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศ การจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการเพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานของศูนย์ ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานอื่นๆรวมทั้งการ ขับเคลื่อนให้เกิดการวิจัยเชิงรุกเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งนี้ วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยพิเศษและเร่งด่วน
ในประเด็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้วตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. 2563 ตลอดจนได้จัดประชุม “รวมพลคนวิจัย นักวิจัยไทยพร้อมสู้ภัยไวรัสโคโรนา” ไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา มีนักวิจัยเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อรวบรวมสรรพกำลังด้านการวิจัยรวมทั้งประเด็นวิจัยเร่งด่วนที่เห็นควรดำเนินการโดยเร็ว การบูรณาการการทำงานอย่างเร่งด่วนของหน่วยงานทั้งในกระทรวง อว. และนอกกระทรวงจะสามารถ สร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกกรณีได้อย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว. นิศานาถ สมัครไทย ทีมข่าวเฉพาะกิจคมชัดลึก



