ข่าว

จัดฉาก-ซักฟอก

จัดฉาก-ซักฟอก

16 ธ.ค. 2552

เป็นไปตามคาดหมายที่ “ศิวรักษ์ ชุติพงษ์" วิศวกรชาวไทย ที่เพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์แห่งกัมพูชาหลังมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นของกัมพูชา ให้จำคุกเป็นเวลา 7 ปี จากข้อหาจารกรรมส่งข้อมูลตารางการบินของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สถานทูตไท

กลับมาเหยียบแผ่นดินไทยหลังติดคุกเขมรนาน 32 วัน บินจากกัมพูชามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 16.40 น.วันที่ 14 ธันวาคม ท่ามกลางคณะส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ยกขบวนบินไปร่วมพิธีส่งมอบตัว สมทบกับ ”ทักษิณ” กันอย่างคึกคัก

 ชิงจังหวะขอโหนกระแส ”นายใหญ่” รับ "บทฮีโร่" ด้วยคน !

 ในมุมกองเชียร์เสื้อแดง-พรรคเพื่อไทย “ทักษิณ” ได้หน้าไปแบบเต็มๆ

 จากการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวระดับซี้ปึ้กกับ ”ฮุน เซน” ประสานจนช่วยเหลือ "ศิวรักษ์” ชนิดเร็วเกินคาด

 ขณะเดียวกันก็ตอกยํ้าให้เห็นความล้มเหลวทางการทูตของ "รัฐบาลประชาธิปัตย์ และกระทรวงการต่างประเทศของไทย" ที่เป็น "เป็ดง่อย” ช่วยอะไรไม่ได้และค่อยๆ หมดบทบาทหลังถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจาก ”ครอบครัวของศิวรักษ์”

 ซึ่งต้องยอมรับว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่า มีการสั่งการผ่านเลขานุการเอกสถานทูตไทยในกัมพูชา “คำรบ ปาลวัฒน์วิไชย" โทรสั่งให้ "ศิวรักษ์" เอาข้อมูลจริงหรือไม่

 แต่ในอีกมุมเสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่สงสัยว่าเป็นแค่ ละครการเมืองฉากหนึ่ง ที่ ”พรรคเพื่อไทย” เล่นไปตามบทที่เขียนเอาไว้ล่วงหน้า

 ไล่ตั้งแต่การตั้ง “ทักษิณ” เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา การเดินทางไปเขมรของ “บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ การเลือกมาขอความช่วยเหลือและให้เครดิตทักษิณ-เพื่อไทยของ นางสิมารักษ์ ณ นครพนม แม่ของศิวรักษ์

 ซึ่งมีคำถามตามมาถึงความเชื่อมโยงระหว่าง "ครอบครัวศิวรักษ์” กับ "ทักษิณ” ในอดีต จากรายงานข่าวที่ว่า "พ่อของศิวรักษ์” ซึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว เคยทำธุรกิจโรงหนังมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ "ทักษิณ” มาก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ครอบครัวจะไม่รู้จักทักษิณมาก่อน

 ขณะที่การเดินเกมหลายต่อหลายช็อตของ "ทักษิณ-เพื่อไทย" ออกอาการปล่อยไก่-ไม่แนบเนียน จนทำให้ถูกจับผิดได้

 เช่น การร่างคำขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนที่ศาลจะพิพากษา เสมือนว่ารู้คำตัดสินล่วงหน้า

 รวมทั้งการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้อภัยโทษที่สถานทูตกัมพูชาในไทยก็มีลักษณะ ”เลี้ยงข่าว-แก้เกี้ยว” เนื่องจาก ช้ากว่ากัมพูชาไป 1 ก้าว

 จึงไม่แปลกที่ ในอีกมุมหนึ่ง “ภาพฮีโร่” ที่สร้างขึ้นมาของ ”ทักษิณ-เพื่อไทย” จะกลายเป็น "ดาบสองคม"

 ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย และมองตรงกันว่าน่าจะเป็น ”คดีการเมือง” ที่ "ทักษิณ-ฮุน เซน” สมคบคิดกัน

 เอาชีวิตและเสรีภาพของคนไทยเป็นเหยื่อ เพียงเพื่อต้องการหักหน้านายกฯ อภิสิทธิ์ และรัฐบาล

 เห็นชัดจากโพลล์หลายสำนัก ไม่ว่าจะ “สำนักวิจัยเอแบคโพล" มีคน 68.6% มองว่าการที่ "ทักษิณ" ช่วยศิวรักษ์ เป็นการสร้างภาพ, 88.1% มองว่าทำเพื่อตัวเอง และ 70.7% มองว่าการเคลื่อนไหวของ "บิ๊กจิ๋ว" ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

 ก็น่าจะสะท้อนให้เห็นว่า “คนไทยไม่โง่” มองว่า การเมืองไทยไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเอาผลประโยชน์ส่วนตัว มาบริหารเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองได้ง่ายๆ

 โดยเฉพาะหากมองย้อนไปถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนที่ ”ม็อบเสื้อแดง” เคลื่อนไหวในช่วงเวลาแห่งความสุขของคนไทย 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่แม้จะพักรบชั่วคราวเนื่องจากกระแสสังคมต่อต้านอย่างหนัก

 แต่ก็ทำให้มองเห็น “ภาพของขบวนการเกี่ยวโยง” กัน ระหว่าง “กรณีทักษิณ-พท.ช่วยศิวรักษ์” กับ "ม็อบเสื้อแดง" ตาม”เกมโค่นรัฐบาล” ต่อเนื่องถึงขั้นสงครามแตกหักในปีหน้า

 ยังไม่รับการเตรียมเปิด ”ศึกซักฟอก” ที่พรรคเพื่อไทย เตรียมงัดออกมาใช้เดินเกมในสภาขยายรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาลและวางเป้าล้มรัฐบาลได้ให้

 โดยล่าสุด “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย ก็เปิดเผยว่า ศิวรักษ์ได้ให้ข้อมูลเด็ดๆ กับทักษิณว่า คนในรัฐบาลอยู่เบื้องหลังสั่งให้จารกรรมข้อมูล และ ”เพื่อไทย” ก็จะนำมาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 พุ่งเป้าเล่นงาน กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นอกจากประเด็นทุจริตคอรัปชั่นและการบริหารประเทศของรัฐบาลปชป. ขณะเดียวกันก็เปลือยให้เห็น “ธาตุแท้” ของ ”ทักษิณ” ที่สามารถงัดสารพัดเกมมาถล่มรัฐบาลและฝ่ายอำมาตย์ ที่ ”ทักษิณ” สู้อย่างไม่มีอะไรเสีย

 ขณะที่รัฐบาลปชป.ก็หวังเพียงถลก "หน้ากากทักษิณ" โดยมี "ผลกระทบความสัมพันธ์ของสองประเทศ" เป็น "เดิมพัน"

 งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "เสียด้วยกันทั้งคู่" !!!

 ณยา ใจกาวัง