ข่าว

เหยื่อปลายเบ็ด

เหยื่อปลายเบ็ด

16 ธ.ค. 2552

ในที่สุดคดีของ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบินและต้องคำพิพากษาของศาลกัมพูชาให้จำคุกเป็นเวลา 7 ปี และปรับอีก 1 แสนบาท ก็จบสิ้นลง เมื่อ สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา ได้พระราชทานอภัยโทษให้

คดีของ นายศิวรักษ์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่คนไทย เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทยกับกัมพูชาตึงเครียดเนื่องจาก สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา แต่งตั้งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษารัฐบาลและที่ปรึกษาส่วนตัวของ ฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางมาพบปะฮุน เซน ที่พนมเปญ

 ตามความเห็นของผม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่และดีที่สุดในการหาทางช่วยเหลือนายศิวรักษ์ รัฐบาลเองได้ดำเนินการตามช่องทางของกฎหมายและการทูตอย่างมีหลักการและศักดิ์ศรี กระทรวงการต่างประเทศก็ได้ให้ความช่วยเหลือตามกฎระเบียบของไทยและกัมพูชา และวิธีการสากล พรรคเพื่อไทยก็ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีอยู่กับผู้นำกัมพูชา และมารดาของนายศิวรักษ์ก็ดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกชายพ้นโทษ

 จริงอยู่ว่าการพ้นโทษกับการพ้นผิดนั้นเป็นคนละเรื่องกัน และมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่มีความเกี่ยวพันกับการเมือง และนักปฏิวัติหรือนักต่อสู้ทางการเมืองทั้งไทยและต่างประเทศหลายคนยินยอมที่จะรับโทษโดยไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ตนทำลงไปเป็นความผิด ซึ่งคนเหล่านั้นบางคนต้องจบชีวิตด้วยการถูกประหาร ทารุณกรรมต่างๆ หรือขังลืม ซึ่งย่อมไม่ใช่นายศิวรักษ์ซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งไม่อาจอดทนต่อความทุกข์ทรมานเพื่อยืนยันความถูกต้องของตนได้ ดังนั้น จึงเลือกที่จะรับสารภาพในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำ เพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษ ตามคำแนะนำของทนายความ

 ผมเองมีโอกาสสัมผัสกับคนไทยที่ต้องโทษจำคุกในต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้เข้าใจในความรู้สึกของคนเหล่านั้นในสถานการณ์ที่กดดันอย่างหนัก ทั้งสถานที่กักขัง บรรยากาศรอบข้างและปัญหาต่างๆ นานา ทั้งการสื่อสาร ระเบียบปฏิบัติ และการลงทัณฑ์ รวมไปถึงความไม่แน่ใจในสิ่งที่จะเกิดกับตนเองต่อไป ความว้าเหว่ ความเครียด แม้กระทั่งความท้อแท้สิ้นหวัง ผมจึงไม่ประหลาดใจที่มารดาของนายศิวรักษ์และตัวนายศิวรักษ์เลือกที่จะเรียกร้องความช่วยเหลือจากพรรคเพื่อไทยและ พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่ารัฐบาลและคุณอภิสิทธิ์ เพราะเวลาที่คนจะจมน้ำนั้น ฟางเส้นเดียวก็ยังต้องคว้าเอาไว้เลยครับ

 การที่นายศิวรักษ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษน่าจะทำให้เรื่องนี้ยุติลง โดยไม่จำเป็นจะต้องมีการฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือเอาหน้าเอาตากัน เพราะตลอดเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ประเทศไทยและรัฐบาลไทยเสียหน้า จนคนไทย แทบจะเอาปี๊บคลุมหัวอยู่แล้ว

 และที่สำคัญคือ จะเลิกเอาชะตากรรมของคนไทยมาเป็นเหยื่อทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในประเทศหรือการเมืองระหว่างประเทศได้หรือยังครับ?