ข่าว

การปราบทุจริต

การปราบทุจริต

16 ธ.ค. 2552

การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ในสภาพล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ หรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ ล้วนแล้วแต่ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง เพราะเป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลเหนือกฎหมาย หรือมีบุคคลเช่นว่าหนุนหลัง เป็นแบ

 ด้วยหลักการอันเลวทรามที่ว่า "เงินซื้อได้ทุกอย่าง ทุกคนล้วนมีราคา ขึ้นอยู่กับว่า เท่าไหร่ ?"

 เรามีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทำหน้าที่นี้มา 10 ปีเศษ ผลงานที่ปรากฏออกมาไม่สมราคากับที่ประเทศชาติและประชาชนคาดหวังไว้

 มีการกล่าวหาว่าเลือกดำเนินการตามกระแสสังคม การปล่อยให้คดีขาดอายุความ หรือใกล้ขาดอายุความ การวินิจฉัยคดีบางเรื่องขัดแย้งกับนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิชาการกฎหมายจำนวนมาก ฯลฯ

 หรือแม้แต่ความสงสัยจากผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับคดีสำคัญบางเรื่องที่ถูกดองเงียบหายไปนาน พอมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นเข้ามาดำเนินการก็กุลีกุจอแถลงว่า กำลังจะนำเข้าคณะกรรมการพิจารณา มีอะไรค้ำคอหรือจุกอยู่ที่คอท่านผู้เฒ่าผู้แก่ในองค์กรสำคัญของชาติแห่งนี้หรือ ?

 นี่ก็มีข่าวจากแหล่งข่าวว่า เมื่อไม่กี่เดือนมานี้มีการสืบสวนจับกุมแก๊งอุปโลกน์ที่อ้างเป็นกระบวนการฟอกเงินแก๊งใหญ่ อาศัยอำนาจตามกฎหมาย (ที่อ้างว่ามี) ไปทำการอายัดเงินในบัญชีของพวกที่เขาหากินทางตั้งบ่อนการพนัน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดและค้าของหนีภาษี ต่อมามีการตกลงกันให้รับสารภาพแล้วจะถอนอายัดเงินในบัญชีให้ แต่ต้องแบ่งมาครึ่งหนึ่งนะ เป็นค่าเมตตากรุณา

 ปรากฏว่ามีเงินตกหล่นเข้าบัญชีของคน 2-3 คนที่ร่วมกันแถลงข่าวหน้าตาถมึงทึงรวมแล้วร้อยกว่าล้านบาท !?!

 อย่างนี้ ป.ป.ช.สนใจหรือไม่ ท่านสมควรพิจารณาใช้อำนาจในการสั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดๆ ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตามมาตรา 42 นำมาใช้กับผู้บังคับการตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจ ที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถหาประโยชน์อันมิชอบให้แก่ตนได้

 หากต้องการปราบทุจริตจริงๆ

คมพิทักษ์ราษฎร์