
รมว.ท่องเที่ยวฯแจงยิบ ปมดราม่าจุดพลุงานวิ่งตี 3
รมว.ท่องเที่ยวฯแจงยิบ ปมดราม่าจุดพลุงานวิ่งตี 3 ขอรับผิดเพียงผู้เดียว
จากกรณีการจัดงานวิ่งผ่าเมือง หรืองาน Amazing Thailand Marathon 2020 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ที่บริเวณสนามราชมังคลา และ ที่บริเวณโลหะปราสาท ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นจุดปล่อยตัวของนักวิ่ง
จนกระทั่งเวลาประมาณตี 4 ในวันนั้น ได้มีการจุดพลุเกิดขึ้นภายในงาน ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ถึงความเหมาะสมในการจุดพลุช่วงกลางดึก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาพักผ่อน อีกทั้งการจุดพลุยังเป็นการสร้างมลพิษอีกด้วย
ล่าสุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ชี้แจงผ่านทางรายทุบโต๊ะข่าว โดยระบุว่า
การจัดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2020” มีการประชุมเตรียมงานมากว่า 1 ปี ซึ่งมีบริษัทเอกชนทำการประมูลงานไปดำเนินการ และการจัดงานถือว่าจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งต้องการยกระดับสนามวิ่งประเทศให้ติดอันดับของโลก เนื่องจากปัจจุบันมีสนามมาราธอนที่โดนเด่นทั้งหมด 6 สนาม จากทั่วโลก
ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้ จึงต้องการความยิ่งใหญ่ ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทย เป็นสนามที่ 7 ของโลก จากสถิติจำนวนผู้เข้าร่วมงานในวันดังกล่าว 28,000 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 20% ทำให้ภายในพื้นที่ในสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีจำนวนนักวิ่งมาราธอนเต็มพื้นที่ การจุดพลุจึงเป็นสัญญาณการเริ่มปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งบริษัทเอกชนที่รับงานได้ใช้สัญญาณพลุเป็นการปล่อยตัว
ส่วนกระแสดราม่า และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน ที่จุดพลุตอนตี 3 นั้น ตนขอแสดงความรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ที่ขาดความรอบคอบ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการตรวจสอบรายละเอียดการจัดงานไม่เข้มงวด ยืนยันว่าปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการจุดพลุ แต่ปีนี้มีความผิดพลาดที่ไม่สามารถควบคุมงานได้ จึงฝากขอโทษมา ณ โอกาสนี้ ฝากขอโทษสำหรับนักเรียนนักศึกษาในย่านหัวหมาก ซึ่งทราบว่าในวันดังกล่าวมีการสอบ ทำให้ต้องมีการปิดการจราจร จนกระทั่งถึงเวลา 07.30 น. การจราจรในพื้นที่ใกล้เคียงติดขัด ขอยืนยันว่าปีหน้าจะมีการแก้ไขปรับปรุง และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนอย่างรอบคอบ
CR.รายการทุบโต๊ะข่าว



