
ผู้เชี่ยวชาญจีนแจงต้นเหตุพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าพุ่งสูง
เปิดเบื้องหลังการพุ่งทะยานของจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจีน
31 มกราคม 2563 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) ประกาศจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ได้รับการยืนยันผลอยู่ที่ 9,692 ราย และจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิตอยู่ที่ 213 ราย เมื่อนับถึงสิ้นวันพฤหัสบดี (30 มกราคม) โดยมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากไวรัสฯ รายใหม่ 1,982 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสฯ รายใหม่ 4,812 ราย
อ่านข่าว - ไทยพบรายแรกที่มีการติดเชื้อในประเทศ
คณะกรรมการสุขภาพนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน ระบุว่า อู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสฯ ได้อนุมัติการใช้งานอุปกรณ์ตรวจโรคตามสถาบันและโรงพยาบาลที่กำหนดกว่า 12,000 ชิ้น ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจตัวอย่างสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยต้องสงสัยภายในหนึ่งวันได้เกือบ 2,000 ราย สูงกว่าช่วงการระบาดระยะแรกที่สามารถตรวจได้เพียง 200 ราย
หม่ากั๋วเฉียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครอู่ฮั่น กล่าวว่า ขณะนี้บรรดาเจ้าหน้าที่สามารทดสอบตรวจหาโรคในหูเป่ย โดยไม่ต้องส่งตัวอย่างไปปักกิ่งแล้ว
หลี่ซิงวั่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อประจำโรงพยาบาลปักกิ่ง ตี้ถัน และสมาชิกคณะผู้เชี่ยวชาญระดับชาติด้านการต่อต้านไวรัสฯ เสริมว่าการตรวจหาโรคที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นช่วยให้ระบุตัวผู้ติดเชื้อบางรายที่ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาได้ด้วย
อย่างไรก็ดี “ศักยภาพการแพร่กระจายจากคนสู่คน” ในระดับรุนแรงของไวรัสตัวนี้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลพุ่งสูงขึ้น
เฝิงจื่อเจี้ยน รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (CDC) ระบุว่า นักวิจัยพบว่าไวรัสฯ ใช้เวลาเพียง 6 - 7 วัน ในการทวีคูณจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นเท่าตัว แตกต่างจากไวรัสโรคซาร์สที่ใช้เวลาราว 9 วัน
ส่วนสาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายและปล่อยตัวอยู่ในระดับต่ำ เป็นเพราะอาการของผู้ป่วยจะต้องตรงตามมาตรฐานการปล่อยตัวอย่างเคร่งครัด จึงจะสามารถกลับบ้านได้
หลี่ เสริมว่า โดยทั่วไปผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงจะใช้เวลารักษาตัวราว 1 สัปดาห์ ส่วนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงจะต้องใช้เวลารักษาตัวตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
“หากอาการของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาเริ่มบรรเทาลง บวกกับอุณหภูมิของร่างกายกลับสู่ระดับปกติ ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการตรวจหาไวรัสทั้งหมด 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อแล้วจึงได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน” หลี่ อธิบาย
เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ ส่วนใหญ่มีอาการที่ค่อนข้างน่าพึงพอใจ และอาการของโรคในเด็กค่อนข้างไม่รุนแรง
หลี่ เสริมว่า ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบางรายไม่ปรากฏอาการของโรคปอดอักเสบ แต่มีเพียงไข้อ่อนๆ ไอแห้งๆ เป็นบางครั้ง หรืออ่อนเพลีย ซึ่งหลี่อธิบายว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน แต่หากไม่ไอก็อาจไม่แพร่เชื้อ
--------------------
ที่มา : xinhuathai.com



