
รองผู้ว่าฯขอนแก่นเชื่อคนในเอี่ยวฉกโบราณวัตถุ
รอง ผู้ว่าฯขอนแก่นเผยโบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ เชื่อมีคนในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรู้เห็นเป็นใจ ด้าน ตร.สืบสวนไม่กล้าแจกภาพสเกตคนร้ายหวั่นไหวตัวทัน-ของกลางไม่ได้คืน
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายแฝงตัวอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ก่อนลงมือโจรกรรมโบราณวัตถุจำนวนมากถึง 91 รายการ แบ่งเป็นพระพิมพ์ดินเผาจากกรุพระธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม จำนวน 55 รายการ พระพิมพ์ดินเผาจากเมืองฟ้าแดดสงยาง จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 12 รายการ พระพุทธรูปสำริดสมัยทวาราวดีประทับยืน ปางเสด็จจากดาวดึงส์ จำนวน 11 รายการ เทวรูปสำริดสมัยลพบุรี จำนวน 7 รายการ พระโพธิสัตว์สำริดสมัยลพบุรี จำนวน 5 รายการ และแผ่นทองคำจากกรุพระธาตุนาดูน จำนวน 2 รายการ ซึ่งแต่ละรายการมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา
นายพยัต ชาญประเสริฐ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ทางจังหวัดได้ประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เร่งทำงานอย่างเต็มที่ จึงต้องให้เวลาทำงาน และเชื่อว่าคดีนี้จะต้องคลี่คลายได้ในเร็วๆนี้ เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุกับเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ว่าพระธาตุกรุนาดูน และโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ ถูกโจรกรรมไปห่างกัน 12 ชั่วโมง คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมั่นใจว่าไม่ได้ลงมือโจรกรรมเพียงคนเดียว และโบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมไปส่วนใหญ่จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก และบางอย่างที่ถูกโจรกรรมไปนั้นขุดค้นพบแค่ชิ้นเดียว ดังนั้นจะต้องติดตามจับกุมและเอากลับคืนมาไว้ในพิพิธภัณฑสถานเหมือนเดิม
ขณะเดียวกันตามที่ชาวบ้าน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม จะร่วมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ก็เป็นสิทธิของชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่เองไม่ต้องการให้นำพระธาตุกรุนาดูนมาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น แต่อยากให้สร้างพิพิธภัณฑ์ อยู่ที่อำเภอนาดูน มากกว่า ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ต้องชี้แจงว่าช้าพระอะไร เพื่อให้ชาวบ้านสบายใจ
สำหรับโบราณวัตถุที่คนร้ายโจรกรรมไปนั้นเชื่อว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และยังคงเก็บรักษาไว้ไม่กล้านำออกมา และเชื่อว่าคนร้ายได้แยกโบราณวัตถุอย่างพระธาตุกรุนาดูนออกจากโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆแล้ว ทั้งนี้การโจรกรรมในครั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายจะต้องมีส่วนรู้เห็นกับเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่เคยทำงานในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น แน่นอนเพราะดูจากการก่อเหตุแล้วคนร้ายลงมือกลางคืน มุ่งโจรกรรมพระธาตุกรุนาดูนเป็นหลัก และรู้ว่าถูกจัดเก็บไว้บริเวณใดภายในอาคารจัดแสดง
ด้านแหล่งข่าวชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า จากการติดตามสืบสวนสอบสวน สิ่งที่น่าสงสัยและเชื่อว่าจะต้องมีบุคคลภายใน หรือบุคคลที่เคยทำงานในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นรู้เห็นเป็นใจด้วย เนื่องจากคนร้ายรู้จุดที่จะเข้าไปงัดเอาพระที่อยู่ในตู้โชว์อย่างแม้นยำ ทั้งที่อยู่ในที่มืด อีกทั้งการลงมือของคนร้ายงัดตู้เพื่อหยิบพระ และงัดประตูบริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจะต้องมีเสียงดัง แต่เจ้าหน้าที่รปภ.กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เรื่องนี้จึงเป็นข้อสงสัย
นอกจากนี้กล้องวงจรปิดเองไม่สามารถจับภาพตอนกลางคืนได้เพราะความมืดทำให้กล้องไม่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ แต่หากคนร้ายลงมือตอนกลางคืนบริเวณชั้น 2 ของอาคารจัดแสดง จะต้องมีแสงสว่างพอที่จะมองเห็นพระที่จะโจรกรรม รวมทั้งจะต้องมองเห็นจุดที่จะต้องงัดตู้โชว์ แต่กล้องวงจรปิดเองกลับมืดมองไม่เห็นแม้กระทั้งแสงไฟที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเวลา 03.00 น. วันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา จึงมองเห็นแสงไฟถูกเปิดขึ้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นคนเปิด เนื่องจากพบว่าประตูด้านหน้าทางเข้าถูกเปิดออก ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
ดังนั้นแนวทางการสืบสวนจึงให้น้ำหนักว่า จะต้องมีบุคคลในพิพิธภัณฑสถาน หรือบุคคลที่เคยทำงานในพิพิธภัณฑสถาน รู้เห็นเป็นใจ เพราะคนร้ายเจาะจงหยิบพระธาตุกรุนาดูน และรู้จุดที่จัดเก็บพระธาตุกรุนาดูนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางตำรวจเองยังไม่กล้าที่จะแจกภาพสเกตใบหน้าของคนร้าย เพราะเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน อีกทั้งเกรงว่าโบราณวัตถุที่ถูกโจรกรรมไปจะไม่ได้คืนจึงยังไม่ขอเปิดเผย



