
เบรกศิวรักษ์ขอบคุณบิ๊กจิ๋ว-พท.ลบสร้างภาพ
พท.ตัดหน้ารัฐบาลแถลงผลงาน 21ธ.ค.นี้ กลับลำเบรกศิวรักษ์ยกเลิกขอบคุณบิ๊กจิ๋ว-เพื่อไทยอ้างไม่อยากให้มองสร้างภาพ จัดฉาก โฆษกเสด็จพี่ ขู่แฉเบอร์ตัวการสั่งเอาข้อมูล ฃ สิมารักษ์ โต้ ปณิธาน ตั้งแต่เหยียบเมืองไทย คำรบ ยังไม่เคยโทรหา
(15ธ.ค.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะยุทธศาสตร์และการเมืองว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีที่รัฐบาลต่ออายุ 5 มาตราการ ช่วยเหลือประชาชนไปอีก 3 เดือน โดยเรื่องว่าเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเป็นมาตราที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวชและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าวันนี้เศรษฐกิจยังไม่ดีตามที่รัฐบาลได้บอกมาก่อนหน้านั้น และวันที่21ธ.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะแถลงถึงผลงานของรัฐบาลว่ามีความล้มเหลวเรื่องอะไรบ้าง
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ชุติพงศ์ วิศกรชาวไทยที่ถูกจับตัวที่กัมพูชา ว่า ทางแม่ของนายศิวรักษ์ได้ขอพบกับทางประธานพรรคเพื่อไทย และผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อขอบคุณ ซึ่งตนได้คุยกับผู้ใหญ่ในพรรคได้เรียนว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้รับการขอบคุณจากคุณแม่ และการช่วยครั้งนี้ โดยช่วยเพื่อตามหลักมนุษยธรรมไม่ได้ช่วยเพื่อจัดฉาก อีกทั้งตนได้แจ้งที่ประชุมฯว่า นายศิวรักษ์ไม่สบาย ผู้ใหญ่ในพรรคจึงเห็นว่าไม่ควรทำให้นายศิวรักษ์และครอบครัวต้องลำบากอีก หลังจากนี้พรรคจะตรวจสอบต่อไปว่าใครมีการติดต่อใครและใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสั่งการ โดยเฉพาะคนที่เหนือนายคำรป ปาลวัฒน์วิไชย ขึ้นไป ซึ่งตนมีข้อมูลแล้ว โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์คุ้นๆที่มีอยู่ขณะนี้ หากเปิดเบอร์โทรศัพท์ออกไปผ่านสื่อมวลชน รับรองว่าทุกคนรู้ว่าเป็นใคร และจึงขอให้ผู้บริหารในกระทรวงต่างประเทศอย่าเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หนี อย่าบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม และเตรียมไปตอบคำถามในสภาได้เลย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า นางสิมารักษ์ ยังฝากบอกสื่อมวลชนด้วยว่า กรณีที่นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายคำรบได้โทรศัพท์หานายศิวรักษ์ ทันที เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยว่า นายคำรบไม่เคยโทรศัพท์มาหา ตั้งแต่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไรที่ออกมาพูดดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมารสุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ ระบุว่าให้อธิบดีกรมการกงศุลไปรับที่กัมพูชาในวันที่เดินทางกลับนั้นก็ไม่เห็นหน้า มีเพียงรองอธิบดีกรมการกงศุลไปรับเท่านั้น และก็ไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น นอกจากนี้ ได้มีการร้องขอ รปภ.เพื่อช่วยกันนักข่าวจำนวนมาก ที่มารอสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆให้ทั้งสิ้น
"กษิต-คำรบ"เมินแจง กมธ.-ย้ำช่วย"ศิวรักษ์"เต็มที่แล้ว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการรกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกอัครทูตราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ สั่งการให้นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ตรวจสอบตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพราะสิ่งที่ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปนั้นได้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายรวมทั้งนายคำรบด้วยที่ดำเนินการเสาะหาข้อมูล และที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ในการเดินทางไปเยี่ยมลูกจนกระทั่งได้รับอิสระ ซึ่งกระทรวงได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนอะไรอีก
“ส่วนที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉาก ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคำนึงถึงเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองที่ผู้ได้รับผลกระทบมาจากการแทรกแซงกิจการการเมืองระหว่างประเทศ แต่ในเมื่อขณะนี้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ก็ไม่อยากจะให้รื้อฟื้น หรือต่อความยาวสาวความยืดกันอีก เพราะบุคคลทั้ง 3 คน ต่างก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เพียงพอแล้ว ทุกคนที่คิดว่ารักประเทศไทย ควรหยุดเรื่องนี้ และให้กำลังใจทั้ง3 คนดีกว่า” นายชวนนท์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายคำรบได้พยายามติดต่อนายศิวรักษ์แล้ว ในช่วงเกิดเหตุ 1-2 วันแรก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ นายชวนนท์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่คนทั้งสองคนจะพูดคุยกัน ซึ่งเรื่องนั้นไม่ถือว่าเป็นปัญหา อย่างไรก็ตามกระทรวงเองก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ทั้งสองพูดคุยกัน เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมทั้งคู่จะได้ทำความเข้าใจกัน
เมื่อถามว่า นายคำรบจะแถลงข่าวต่อหน้าสาธารณชนหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ต้องดูว่านายคำรบ จะสบายใจย่างไร
ต่อข้อถาม นายกษิตและนายคำรบ จะเดินทางไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 16 ธันวาคม เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า กระทรวงได้มอบให้ นายอิศร ปกมนตรี เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง เป็นผู้ไปชี้แจงแทน เนื่องจากนายกษิต ติดภารกิจที่ประเทศจีน ส่วนนายคำรบปฏิบัติหน้าที่ในนามของกระทรวง ดังนั้นการชี้แจงจึงผ่านผู้ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวง เช่นเดียวกัน



