ข่าว

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5

31 ม.ค. 2563

เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5 นวัตกรรมเตือนภัยผู้ป่วยทางเดินหายใจ       

             หมอกจางจางและควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้...เชื่อว่าช่วงนี้ ชาวกรุงอาจคลอเพลงนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ด้วยบรรยากาศขมุกขมัว คล้ายๆ ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวน กรุงเทพฯ และปริมณฑลถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มหันตภัยร้ายในร่างจิ๋ว

              ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีขนาดเล็กกว่าเซลล์ของมนุษย์ และสามารถสูดดมเข้าสู่ปอดและกระแสเลือดของคนได้ ซึ่งฝุ่นละอองเหล่านี้ร่างกายจะไม่สามารถย่อยสลายหรือขับออกมาได้ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการแสบจมูก ตา คอ และเมื่อฝุ่นละอองสะสมในร่างกายเราเรื่อยๆ อาจเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคเยื่อบุตาอักเสบ โรคผิวหนัง โรคหัวใจ และหลอดเลือดในระยะยาวได้

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5 ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ นักวิจัยสวทช.

     

        ทั้งนี้เพื่อป้องกันหรือแจ้งเตือนหากอยู่ในสถานที่เสี่ยงที่อาจมีฝุ่นในปริมาณที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จึงมีการประดิษฐ์คิดค้นผลงานที่มีชื่อว่า “มายแอร์” ซึ่งเป็นผลงานของ ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ นายณัฐพล วัฒนวิสุทธิ์ และนายถนอม โลมาศ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยงานวิจัยนี้ได้มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอรูปแบบในการพัฒนาเซ็นเซอร์เพื่อให้เกิดเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดสำหรับนำมาใช้ ด้วยการออกแบบเป็นเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ติดตัวขนาดเล็ก ที่ใช้ในการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ในอากาศ รวมไปถึง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ และ AQI เพื่อให้เกิดการนำไปใช้งานที่ง่ายและสะดวกในการพกติดตัว  

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5

                มายแอร์ เป็นเครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แบบกระเจิงแสงขนาดเล็ก โดยเทคนิคการส่งผ่านฝุ่นด้วยไมโครปั๊มชนิดเปียโซเพื่อใช้ในการออกแบบเครื่องประดับสำหรับตรวจวัดค่าฝุ่น และ AQI แบบฐานเวลาจริง (MyAir : Wearable PM 2.5 Detector Using Tiny Light Scattering Sensor by Piezoelectric Diaphragm Micro Pump to Deliver Particle Matter for Accessories Design)

                 งานวิจัยนี้ได้นำเสนอรูปแบบในการพัฒนาเซ็นเซอร์ เพื่อให้เกิดเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดสำหรับนำมาใช้ในการออกแบบเป็นเครื่องประดับหรืออุปกรณ์ติดตัวขนาดเล็กที่ใช้ในการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ในอากาศ รวมไปถึงค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เพื่อให้เกิดการนำไปใช้งานที่สะดวก พกพาง่าย เนื่องจากตัวอุปกรณ์มีรูปแบบที่เล็ก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวัน

              นอกจากนี้นวัตกรรมดังกล่าวยังถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงาน โดยทำงานผ่าน Bluetooth Low energy และออกแบบให้เหมาะกับการใช้งาน สำหรับการสวมใส่ สามารถใช้งานร่วมกับโมบาย แอพพลิเคชั่น เพื่อใช้ในการแจ้งเตือนในกรณีที่มีค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 สูงกว่าปกติ ช่วยให้ทราบถึงความอันตรายของอากาศที่อยู่รอบๆ ตัวของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ และโมบาย แอพพลิเคชั่น จะแนะนำให้สวมใส่หน้ากากอนามัยในทันที

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5

              “มายแอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของประโยชน์ทางการแพทย์ และความสวยงามในรูปแบบของเครื่องประดับ” ดร.อดิสร เจ้าของผลงานเด่นกล่าว

           ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กล่าวว่า ผลงานมายแอร์ เป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เนื่องใน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2563” (Thailand Inventors’ Day 2020) ซึ่งนอกจากผลงานชิ้นนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอีกกว่า 1,500 ผลงาน โดยเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับด้านความมั่นคง การเกษตร อุตสาหกรรม นวัตกรรมการเรียนรู้ นวัตกรรมสำหรับผู้สูงวัย เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นของไทย สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าร่วมชมงานได้ในวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00-17.00 น. ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 102–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

               สำหรับ “วันนักประดิษฐ์” จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะเบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และเป็นครั้งแรกของโลก 

                 อีกทั้งยังเป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขเพื่อประชาชน ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์ไทย โดยให้เวทีนี้เป็นเวทีระดับชาติในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม รวมทั้งการเผยแพร่ ถ่ายทอด และขยายผลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักประดิษฐ์ไทย และเยาวชนรุ่นใหม่ ในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอีกด้วย

   

เปิดโลกนวัตกรรมงานวันนักประดิษฐ์ปี 2563  

            กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) นำโดยผู้อำนวยการศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล นำผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่จะนำมาจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2563 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีก่อนการประชุม ครม. ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 28 มกราคม 2563 โดยได้รับความสนใจจากนายกรัฐมนตรีและคณะเป็นอย่างมาก โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 22  

งานวิจัยสุดล้ำ"มายแอร์"เครื่องประดับตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม2.5

              การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพร้อมใช้และความก้าวหน้าด้านการประดิษฐ์คิดค้นของประเทศให้เกิดการขยายผล และนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ สอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) และเป้าหมายประเทศไทย 4.0 ในการนำการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมของประเทศ ภายใต้แนวคิด “สิ่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ พัฒนาก้าวไกล นวัตกรรมไทยยั่งยืน”

              สำหรับในปีนี้ งานวันนักประดิษฐ์ มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 กุมภาพันธ์ ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 102–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2563 ด้วย

              ส่วนกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” นิทรรศการรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทย และบัญชีนวัตกรรมไทย และนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และมหาวิทยาลัย ใน 6 กลุ่มเรื่อง คือ ด้านความมั่นคง ด้านการเกษตรสร้างมูลค่า ด้านอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ด้านนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ ด้านนวัตกรรมสังคมผู้สูงวัยและคุณภาพชีวิตคนไทย 4.0 และด้านนวัตกรรมสีเขียว รวมทั้งมหกรรมสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ

              นอกจากนี้ ยังมีการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับเยาวชนในโครงการ “Thailand New Gen Award : I New Gen Award 2020” การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การเสวนา และกิจกรรมนเวที และอื่นๆ อีกมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด