ข่าว

แซ่บหลาย

แซ่บหลาย

16 ธ.ค. 2552

ผจญภัยในนครหลวงเวียงจันทน์มาจนใกล้จะเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว นับเวลาจากวันแรกจนถึงตอนนี้ปาเข้าไปกว่า 2 สัปดาห์เต็มๆที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอีกฝั่งโขง พอลองสำรวจตัวเองดูก็เริ่มจะเห็นความแตกต่างจากวันแรกจนถึงวันนี้อยู่พอสมควร แต่สิ่งที่ยังอยู่เหมือนเดิมดูจะ

   ช่วงชีวิตที่อยู่เมืองลาว บรรดานักกีฬาไทยและคนไทยที่ไกลบ้านไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอาหารการกินครับ อาหารลาวไม่ได้แตกต่างจากบ้านเรามากนัก เพราะคนไทยส่วนใหญ่เคยลิ้มรสอาหารสไตล์อีสานมาตลอดอยู่แล้ว
   เมนูหลักๆ หนีไม่พ้น ข้าวเหนียว ส้มตำ หรือว่า “ตำบักหุ่ง” ตามภาษาลาว ส่วนใครจะเลือกตำไทย ตำลาว (ใส่ปลาร้า) ก็แล้วแต่สะดวก
   แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะว่าคำว่า “แซ่บ” ที่คนไทยส่วนใหญ่สื่อความหมายว่าเผ็ด หรือรสเด็ดจี๊ดจ๊าดนั่นไม่ใช่ความหมายที่ถูกต้องของชาวลาว
   คำว่า “แซ่บ” ตามความหมายของลาวแปลว่า “อร่อย”
 

  ไม่ว่าจะเผ็ด จืด เปรี้ยว เค็ม หากสัมผัสปลายลิ้นแล้วรู้สึกอร่อย คนลาวเขาจะบอกว่า “แซ่บ” ถ้าอร่อยมากๆก็ต้อง “แซ่บหลาย”
   ที่เมืองลาวมีร้าน “ตำบักหุ่ง” เยอะแยะมากมาย เกือบถนนทุกเส้นทางจะเห็น “ครก” ตั้งอยู่หน้าร้านแบบเป็นเรื่องปกติ
   นอกจากเมนู “ตำบักหุ่ง” แล้ว อาหารสไตล์อีสานบ้านเราก็มีอีกเพียบ อย่าง ก้อย หรือ ลาบ นี่มีขายกันทั่วไป แต่ก้อยที่ลาวจะหนักไปทาง ก้อยปลา ที่มีขายกันเยอะมาก
   รสชาติอาหารลาวต่างจากที่เมืองไทยไม่มาก อยู่ที่ว่าจะสั่งแบบไหน ผมเองไม่ถนัดอาหารสไตล์อีสาน เลยไม่สามารถสวมบท “แม่ช้อยนางรำ” วิพากษ์ได้ แต่ที่บอกได้แน่ๆ คือคนลาวหุง ข้าวเหนียว กันได้เนียนจริงๆ
   หนุ่มเหนือแบบผมถนัดข้าวเหนียวมาตั้งแต่เล็ก พอได้ข้าวเหนียวของลาวมาเป็นอาหารหลักเลยรับประทานอย่างอิ่มอร่อยเกือบทุกมื้อ
 

   หากใครไม่ชอบข้าวเหนียวไม่ต้องหวั่นใจ คนลาวเขาก็มี “ข้าวเจ้า” หรือข้าวสวยเหมือนที่ไทย รวมถึงอาหารอื่นอย่าง ก๋วยเตี๋ยว หรือ “เฝอ” ที่มีขายกันเยอะแยะมากมาย
  คนลาวเรียกก๋วยเตี๋ยวว่า “เฝอ” เหมือนที่เวียดนามเลยครับ แต่ว่ารสชาติอาจจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
  ร้านเฝอชื่อดังของลาวคือ “เฝอ แซ่บ” ที่เปิดขายมากว่า 51 ปีเต็ม ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่ จนมาถึงคุณลูก คุณหลาน และมีคนดังแวะเวียนมาชิมความอร่อยไม่เคยขาด
  คนดังจากฝั่งไทยอย่าง “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ และผู้ประกาศข่าวอีกหลายรายต่างเคยมาแวะรับประทาน และมีการถ่ายรูปยืนยันความอร่อยติดในร้านให้เห็นกันอย่างชัดเจน
 

  นอกจากความอร่อยแล้วสิ่งที่โดดเด่นของ “เฝอ แซ่บ” คือขนาดของถ้วยเฝอที่ไซด์บิ๊กระดับ “จัมโบ้” ชนิดที่ว่ากินชามเดียวอิ่มไปทั้งวัน เพราะขนาดชามใหญ่เกือบจะเท่าๆ กับกาละมังขนาดเล็กบ้านเราเลย
   ใครมาเมืองลาวต้องไม่พลาดไปลองชิม “เฝอ แซ่บ” ดูครับ ร้านนี้เขาดังและขายดีจริง ป้าเวียงวิไล เจ้าของร้านบอกว่าแต่ละวันขายได้เป็น ล้านกีบ หากคิดเป็นเงินไทยอยู่ราวๆ 2-3 หมื่นบาทต่อวัน
   ร้านก๋วยเตี๋ยวขายได้วันละขนาดนี้ต้องถือว่าไม่ธรรมดาละครับ “เฝอ แซ่บ” เขา แซ่บหลายจริงๆ เด้อ