
"ฮิลลารี่"ปลื้มไทยจับอาวุธเกาหลีเหนือ
บัน คี มูน ระบุ ไทยยึดเครื่องบินกับอาวุธเกาหลีเหนือเป็นเรื่องสำคัญที่คณะมนตรีความมั่นคงฯต้องสนใจ "ฮิลลารี้" ระบุ สหรัฐฯพอใจไทยจับอาวุธโสมแดง ด้านผู้เชี่ยวชาญ ระบุ เครื่องบินที่ยึดได้เคยใช้ขายอาวุธมาหลายรอบ และเคยเป็นของวิคตอร์ บู๊ต พ่อค้าอาวุธรัสเซีย ที่ต
(15ธ.ค.) นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติชาวเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การที่ทางการไทยยึดเครื่องบินขนส่งสินค้าผลิตในรัสเซียของเกาหลีเหนือพร้อมอาวุธ 35 ตันได้ที่กรุงเทพฯเมื่อวันเสาร์ เป็นเรื่องสำคัญ ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะต้องให้ความสนใจ และเขาคาดว่ารัฐบาลไทยจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้คณะมนตรีความมั่นคงฯที่มีจำนวน 15 ชาติที่นครนิวยอร์คของสหรัฐฯ
การยึดสินค้าครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกภายใต้มาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธและยุทโธปกรณ์เกาหลีเหนือ ที่คณะมนตรีความมั่นคงฯนำมาบังคับใช้หลังจากเกาหลีเหนือทดลองระเบิดนิวเคลียร์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ มาตรการยังได้ห้ามเกาหลีเหนือแจกจ่ายวัตถุนิวเคลียร์และเทคโนโลยีสำคัญๆด้านนิวเคลียร์ด้วย
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน ศาลไทยได้สั่งขยายระยะเวลากักตัวลูกเรือ 5 คนออกไปอีก 12วันโดยไม่ให้ประกันตัว เพื่อให้ตำรวจมีเวลามากขึ้นที่จะสอบปากคำกัปตันชาวเบรารุส และลูกเรือชาวคาซัคสถานอีก 4 คน หลังนำเครื่องบินแวะเติมน้ำมันที่ไทยเมื่อวันศุกร์ และสหรัฐฯแจ้งเบาะแสให้ไทยเข้าจับกุม ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเครื่องบินมีจุดหมายปลายทางที่ใด ขณะที่ลูกเรือทั้ง 5 คนถูกตั้งข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง
ด้านนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ฃณะปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน พร้อมกับนายมิเกล มอราตินอส รัฐมนตรีต่างประเทศเสปนว่า สหรัฐฯพอใจมากเรื่องนี้ และว่าการยึดอาวุธแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนานาชาติต่อมาตรการคว่ำบาตร และแสดงว่ามาตรการคว่ำบาตรป้องกันการแพร่กระจายของอาวุธได้
นางคลินตันกล่าวด้วยว่า เธอไม่คิดว่ามีผู้ใดสมควรแปลกใจที่เกาหลีเหนือยังคงพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และส่งอาวุธขายไปทั่วโลก เพราะเป็นแหล่งที่มาหลักของเงินสกุลต่างประเทศ เกาหลีเหนือจึงยังจำเป็นต้องขายสิ่งเดียวที่เป็นสินค้าออกได้ แต่สหรัฐฯก็พอใจมากที่เห็นทางไทยดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องนี้ แต่สหประชาชาติก็ต้องดำเนินการอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน และเธอมองว่ามีบทเรียนจากเรื่องนี้ที่คนทั่วโลกจะเห็นได้เมื่อพูดถึงกรณีอิหร่าน
ปัจจุบัน สหรัฐฯเป็นหัวหอกในการเจรจาต่อรองเพื่อสกัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน และได้ขู่จะผลักดันให้มีการใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน หากไม่ยอมให้ความร่วมมือกับข้อเรียกร้องในเรื่องนี้จากประชาคมโลก
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันจันทร์ โดยอ้างถ้อยแถลงของนายฮิวห์ กริฟฟิทส์ นักวิจัยของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติหรือ SIPRI ที่กรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนว่า เครื่องบินลำที่ทางการไทยยึดได้พร้อมกับอาวุธยุทโธปกรณ์น้ำหนัก 35 ตันของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ มีประวัติยาวนานว่าเคยถูกใช้ในการขนส่งอาวุธสำหรับบรรดาพ่อค้าอาวุธต่างๆ
กริฟฟิธส์กล่าวด้วยว่า ล่าสุด เครื่องบินลำนี้จดทะเบียนโดยบริษัทชื่อ เบอิบาร์ส (Beibars ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายโทมิสลาฟ แดมจาโนวิช นักค้าอาวุธชาวเซอร์เบีย และก่อนหน้านี้ เครื่องบินลำนี้เคยจดทะเบียนโดยบริษัท 3 แห่ง ที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯระบุว่า เป็นบริษัทภายใต้การควบคุมของนายวิคตอร์ บู๊ต พ่อค้าอาวุธชื่อดังชาวรัสเซีย ผู้ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่ไทย กริฟฟินส์กล่าวด้วยว่าในเมื่อสามารถไขปัญ หาเรื่องเครื่องบินได้แล้ว ตอนนี้ คณะเจ้าหน้าที่สอบสวนรู้คำตอบแล้วว่าจะต้องไปถามใคร เพื่อหาจุดหมายปลายทางของอาวุธที่ยึดได้
SIPRI เป็นบริษัทถังความคิดผู้นำของโลกในการตามรอยนักค้าอาวุธ และวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายทางทหาร ซึ่งกริฟฟิธส์เป็นหัวหน้าโครง การตรวจตราบริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าอาวุธ
เขากล่าวด้วยว่า รายงานที่ว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทเบอิบาร์สเคยขายเครื่องบินลำนี้ให้กับบริษัทชื่อ" แอร์เวสต์" ของจอร์เจีย แสดงให้เห็นว่า นักค้าอาวุธมักเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องบินเพื่อเลี่ยงกฏหมาย โดยแม้จะเปลี่ยนชื่อเจ้าของบังหน้า แต่ในเบื้องหลังมีคนๆเดียวกันบริหารอยู่
เขาเปรียบเทียบว่าเครื่องบินเหล่านี้เป็นเหมือนฝูงนกอพยพและเปลี่ยนชื่อจากบริษัทหนึ่งไปเป็นอีกบริษัทหนึ่งเพราะบริษัทเดิมถูกปิดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หรือไม่ก็ถูกเปิดโปงในรายงานการลักลอบค้าอาวุธของสหประชาชาติ และบริษัทเบอิบาร์สเป็นที่ลี้ภัยของนักค้าอาวุธที่ถูกเปิดโปง อย่างนายแดมจาโนวิช ผู้มีประวัติยาวนานในการขนอาวุธจากคาบสมุทรงบอลข่านไปขายในประเทศต่างๆรวมทั้งรวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
สำหรับในกรณีของเครื่องบินลำที่ไทยยึดได้นี้ เขาบอกว่าพ่อค้าอาวุธได้เปลี่ยนชื่อประเทศที่จดทะเบียนไปเป็นจอร์เจีย เพราะสหภาพยุโรปได้สั่งห้ามเครื่องบินขนส่งสินค้าทั้งหมดที่จดทะเบียนในคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่บริษัทเบอิบาร์สจดทะเบียนก่อตั้ง ทำให้เครื่องบินไม่อาจบินไปขนส่งอาวุธในประเทศแถบคาบสมุทรบัลข่านได้อีก หากไม่เปลี่ยนชื่อประเทศที่จดทะเบียน
เขาปิดท้ายด้วยว่า บรรดาอดีตเจ้าของๆเครื่องบินลำนี้ได้ถูกระบุโดยสหประชาชาติว่า ได้ใช้เครื่องบินลักลอบขนอาวุธไปให้ไลบีเรีย, เซียร่า เลโอน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก,โซมาเลีย ,ซูดาน,และชาด ขณะที่เมื่อเดือนตุลาคม เครื่องบินลำนี้ได้ถูกใช้ขนอาวุธจากคาบ
สมุทรบอลข่านไปบุรุนดีด้วย



