
คมชัดลึกตอน"เปิดเส้นทางค้าอาวุธข้ามโลก"
การจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 5 คน ที่ขนอาวุธสงครามร้ายแรงมาทางเครื่องบินลำเลียง ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงจะเข้าตรวจอาวุธสงครามทั้งหมดที่เก็บรักษาไว้ในกองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
เบื้องต้นอาวุธที่จับกุมได้เป็นอาวุธหนัก กลุ่มที่จับกุมได้เป็นกลุ่มใหญ่ รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม เสนอตอน "เปิดเส้นทางค้าอาวุธข้ามโลก" ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เรื่องที่เกิดขึ้นและการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือไม่
ดร.วิเชียร อินทะสี นักวิจัยโครงการเกาหลีศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มธ.
"เกาหลีเหนือมีรายได้จากการค้าอาวุธ"
เกาหลีเหนือมีรายได้จากการค้าอาวุธเฉลี่ยประมาณ 1,000 ล้านเดอลลาร์สหรัฐ ราว 3 หมื่นกว่าล้านบาท เป็นรายได้หลักอาจเพราะหลังถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐการค้าการลงทุนก็ไม่เกิดขึ้น ซึ่งเกาหลีเหนือมีความเชี่ยวชาญการผลิตอาวุธหรือไม่หากเทียบกับอเมริกาคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ที่ผ่านมาได้ศึกษาการผลิตหรือการซื้อขายเทคโนโลยีจากรัสเซีย จีน หรือปากีสถาน มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ การผลิตอาวุธเกาหลีเหนือจะส่งคนไปศึกษาที่รัสเซีย วันนี้ความสามารถในการผลิตนิวเคลียร์คงไม่ถึงขั้นประเทศอื่นๆ
สรศักดิ์ สุบงกช คอลัมนิสต์ด้านการทหาร นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์
"ชนิดของอาวุธชี้กลุ่มคนใช้เป็นใคร"
การขนอาวุธจะมากน้อยแค่ไหนจะดูจากอำนาจการทำลายล้าง แต่จากข่าว 35 ตัน ก็ถือว่ามากในการทำลายล้าง และคงไม่น่าไปจบที่ศรีลังกา เพราะกบฏอีแลมก็ไม่น่ามีอะไร แต่อาจเป็นแหล่งรวมและแยกไปที่อื่นหรือไม่ และดูจากวิสัยเครื่องบินที่อายัดได้สามารถบินไกลได้ประมาณ 2,000-3,000 กิโล ไปไกลถึงแอฟฟริกาคงไม่จอดเพียงแค่ศรีลังกาเท่านั้น
ชนิดของอาวุธจะรู้ว่ากลุ่มคนใช้เป็นใคร ดูว่าอาวุธร้ายแรงเพียงไร ไปลงที่ไหน มีไม่กี่กลุ่มที่ค้าอาวุธสงครามหรือครอบครองเทคโนโลยีผลิตอาวุธเช่นรัสเซีย หรือเซอร์เบีย ที่สามารถทำขีปนาวุธ อเมริกา ส่วนเกาหลีเหนือถือเป็นน้องใหม่ เทคโนโลยีก็ดีราคาถูก แต่มีมติของสหประชาชาติว่า 1874/2009 หลังจากเกาหลีเหนือทดลองอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จได้สั่งห้ามเกาหลีเหนือส่งอาวุธหนักและอาวุธการทำลายล้างหนักออกนอกประเทศ รวมถึงอาวุธต่างๆ ส่วนตะวันออกกลางอาจน้อย อิรักและอิหร่านก็คงไม่ใช่ เพราะอเมริกาเข้าไปครอบครองแล้ว จากภาพข่าวที่เรายึดอาวุธได้ ใกล้เคียงกับ BM 27 เฮอริเคน สำหรับประเทศไทยมีอาวุธไว้ป้องกันตัว ไม่ใช่มีไว้สะสม แต่เมื่อไว้เพื่อความสบายใจ
พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง รอง ผอ.กองศึกษาวิจัยทางยุทธศาสตร์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย
"การใช้อาวุธน่าเป็นพื้นที่เฉพาะเลี่ยงถูกจับ"
เท่าที่น้ำหนักอาวุธที่จับได้คงไม่ธรรมดา เป็นการเปลี่ยนเส้นทางการขนย้ายใหม่ เดิมเชื่อว่ามีการขนย้ายทางเรือ ทางอากาศคงไม่มีการคาดคิดมาก่อน การเปลี่ยนวิธีการขนย้ายดังกล่าวคงไม่ค่อยได้เจอเครื่องบินที่เหมาลำเช่นนั้นประเด็นอยู่ที่น้ำหนัก พิกัด คงมีกระบวนการที่สลับซับซ้อน กลุ่มที่ถูกจับคงไม่แปลก แต่ที่สำคัญเรามองว่าใครเป็นคนตั้งต้น คนใช้และการเคลื่อนย้าย เชื่อว่าไม่จบที่ศรีลังกาตามข่าว แต่การบินแต่ละครั้งก็ต้องคำนวณ เพราะต้องสามารถขนย้ายได้จำนวนมากและหลายแห่ง การใช้อาวุธน่าเป็นพื้นที่ที่เฉพาะ สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับ
ส่วนการจับอาวุธจะสร้างปัญหาอะไรหรือไม่ ทหารคงไม่กล้าคิดต้องอยู่ที่รัฐบาล ทหารคงระวังเรื่องการเข้าไปสู่การเมือง การจับกุมครั้งนี้ฝ่ายนโยบายได้กลั่นกรองแล้ว จึงสั่งให้ดำเนินการ คิดว่าให้คนมีอำนาจหน้าที่เป็นคนตอบคำถามดีกว่า
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ
"การรวบตัวทำตามมติสหประชาชาติ"
ในวันที่ 15 ธันวาคม จะเริ่มตรวจสอบไปจนเสร็จสิ้นทั้งหมด เพราะมีจำนวนมานับร้อยลัง เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงทำงานในหลายประเทศและมีเครือข่ายกว้างขวางสามารถทำการได้ในระบบสากล มีการเช่าเครื่องบิน มีบริษัทนายหน้า มีคนหลายสัญชาติสามารถบนไปพื้นที่เป้าหมาย แหล่งผลิตอาวุธต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนปลายทางที่ศรีลังกานั้น หลายฝ่ายก็สอบสวนกันอยู่ เพราะการให้ปากคำของลูกเรือสวนทางกัน การรวบตัวครั้งนี้เราทำตามมติสหประชาชาติ และกฎหมายสากล บางเรื่องของอาวุธเราไม่เชี่ยวชาญต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งยูเอ็นมีเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว และอาจทำลายทิ้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะร้องขอไปยังยูเอ็นว่าจะช่วยได้มากน้อยเพียงไร
การสั่งอาวุธอาจเป็นประเทศที่บริโภค หรือประเทศที่ยังไม่มีความสงบ การขายอาวุธสงครามไม่ใช่ผิดกฎหมายเสมอไป เพราะเขามีศักยภาพในการทำ เทคโนโลยีการสร้างอาวุธมีไม่กี่ประเทศ จีน รัสเซีย อเมริกา รัสเซีย ปากีสถาน



