ข่าว

ข่าวร้ายที่รอวันระเบิดในปีหน้า (3)

ข่าวร้ายที่รอวันระเบิดในปีหน้า (3)

14 ธ.ค. 2552

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

ชนวนความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่ทำให้ 2 ผู้นำมหาอำนาจเกิดใหม่อย่างจีนกับอินเดียถึงกับดำริจะติดตั้งสายฮอตไลน์ถึงกันโดยตรงนั้น มาจากปัญหาการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ "ทาวัง"

 บริเวณเชิงเขาหิมาลัย ซึ่งแดนภารตอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นอรุณาจัลประเทศ ส่วนแดนมังกรอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขตปกครองตนเองทิเบต ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของจีนด้วย ข้อพิพาทในพื้นที่นี้เคยเป็นชนวนให้ 2 ประเทศทำสงครามชายแดนมาแล้วเมื่อปี 2505 ก่อนจะเซาสงบลงพักใหญ่

 อย่างไรก็ดี พื้นที่นี้ได้หวนกลับมาเป็นจุดอ่อนไหวอีกครั้งถึงขั้นที่ 2 ประเทศได้ส่งทหารไปเสริมกำลังบริเวณนั้น ทางการอินเดียรายงานว่าเมื่อปีที่แล้วทหารจีนได้ลาดตระเวนล่วงล้ำเข้าไปยังพื้นที่ของอินเดียถึง 270 ครั้ง และหวุดหวิดจะเกิดการเผชิญหน้ากันเกือบ 2,300 ครั้ง ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคมนี้ นายมันโมฮัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจดูสถานการณ์ในพื้นที่นั้น ทำให้ทางการปักกิ่งต้องประท้วงอย่างเป็นทางการ

 ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา คงจะถือภาษิตว่า "กันไว้ดีกว่าแก้ เดี๋ยวแย่จะแก้ไม่ทัน" จีงรีบเสนอแนะนายซิงห์ว่าควรจะติดตั้งฮอตไลน์กันดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาชายแดนลามไปเป็นการเผชิญหน้าทางทหารหรืออาจเลวร้ายถึงขั้นการทำสงครามนิวเคลียร์ 

 ข่าวร้ายข่าวที่ 4 ที่รอวันปะทุในปีหน้าในสายตาของนายโจชัว คีทติ้ง แห่งเว็บข่าวออนไลน์ของวอชิงตัน โพสต์ ก็คืออาจ เกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นอีกครั้งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในแดนอินทรีอเมริกา หลังจากรัฐบาลทุ่มเงินมหาศาลผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจนทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เริ่มฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้ราคาบ้านในช่วงกลางปีนี้เริ่มปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากมีแต่ดำดิ่งมาตลอด

 นายโรเบิร์ต ชิลเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์ผู้เป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิดดัชนีเอส แอนด์ พี/เคส-ชิลเลอร์ เพื่อใช้เป็นมาตรวัดราคาบ้านทั่วสหรัฐให้ความเห็นว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนดังขึ้นอีกครั้ง โดยข้อมูลจากการสำรวจครั้งล่าสุดพบว่าเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เข็ดหลาบจากภาวะฟองสบู่แตกเมื่อเริ่มหวนกลับมาคิดแบบเดิมๆ ว่าราคาบ้านคงจะปรับตัวขึ้นสูงอีกในช่วงทศวรรษหน้า แล้วก็เริ่มกะเก็งทำกำไรอีกครั้ง อันจะทำให้ราคาบ้านทะยานสูงเข้าสู่ภาวะฟองสบู่อีกครั้ง

 ข่าวร้ายทั้ง 4 ข่าวนี้เป็นมุมมองของนักข่าวตะวันตก ส่วนดิฉันนั้นเตรียมจัดข่าวฮาในรอบปีมาประชันด้วย ซึ่งข่าวไหนก็ไม่ฮาเท่าข่าวนักโทษหนีคุกสวมบทจำอวดช่วยปล่อยคนไทยออกจากคุกเขมรเป็นแน่