
ยูเอ็นชี้ฝิ่นสามเหลี่ยมทองคำพุ่ง
กรุงเทพฯ-ยูเอ็นชี้สามเหลี่ยมทองคำปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพม่าและลาว แต่ยังน้อยกว่าอัฟกานิสถาน ที่ยังแชมป์ผลิตฝิ่นรายใหญ่ของโลก
สำนักงานอาชญากรรมและยาเสพติดของสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) เผยรายงานฉบับใหม่ของสำนักงาน เมื่อวันจันทร์ (14 ธ.ค.) ระบุว่าการปลูกฝิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 ในปีนี้ จาก 187,000 ไร่ในปี 2551 เป็น 208,000 ไร่ อันเป็นผลจากการที่ราคาฝิ่นเพิ่มขึ้นในลาว และความไม่มั่นคงทางการเมืองในพม่าที่ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นฝิ่นผิดกฎหมายมากขึ้น
ยูเอ็นโอดีซีระบุว่า เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว สามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นจุดเชื่อมพรมแดนทางเหนือของประเทศไทยที่ จ.เชียงราย ติดกับพม่าและลาว มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนซึ่งสกัดมาจากฝิ่นถึงร้อยละ 70 ของเฮโรอีนทั่วโลก แต่ด้วยการสนับสนุนให้ปลูกพืชทดแทน และโครงการพัฒนาอื่นๆ ทำให้การปลูกฝิ่นในภูมิภาคนี้ลดลง จนกระทั่งเมื่อปี 2549 ที่เริ่มมีแนวโน้มปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในพม่า
นายแกรี ลิวอิส ผู้แทนยูเอ็นโอดีซีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แสดงความวิตกเรื่องแนวโน้มการปลูกฝิ่นในพม่าเพิ่มขึ้นว่า มาจากความหละหลวมเรื่องการควบคุมการปลูกฝิ่น จนทำให้มีการปลูกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 47 ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐฉาน ทางตะวันออกของประเทศ ขณะที่ลาวมีการปลูกเพิ่มขึ้นร้อยะ 19 อันเป็นผลจากราคาฝิ่นในลาวสูงถึง 1,327 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.6 หมื่นบาท) ซึ่งแพงกว่าราคาที่ขายในพม่าถึง 4 เท่า
อย่างไรก็ดี แม้พม่าจะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก แต่ปริมาณผลผลิตกลับลดลง จาก 123 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,300 ล้านบาท) ในปี 2550 เหลือ 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,640 ล้านบาท) ในปีที่แล้ว และแม้พม่าจะมีการปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้น แต่ยังมีผลผลิตเท่ากับ 1 ใน 4 ของฝิ่นที่ปลูกในอัฟกานิสถาน ซึ่งปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่สุดของโลก
ส่วนประเทศไทยที่มีประวัติการปลูกฝิ่นเพียงเล็กน้อย แม้จะมีการขนส่งเฮโรอีนจำนวนมากจากสามเหลี่ยมทองคำ พบว่ามีพื้นที่การปลูกฝิ่นลดลงร้อยละ 27 เหลือเพียง 1,302 ไร่ในปีนี้
ด้านนายอันโตนิโอ มาเรีย คอสตา ผู้อำนวยการสำนักงานยูเอ็นโอซีดียังเตือนด้วยว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ และผู้บริจาคทั้งหลาย ยังคงจำเป็นต้องสนับสนุนงานปราบปรามให้เดินหน้าต่อไป พร้อมรับประกันเรื่องความต่อเนื่องของการดำเนินการ และเงินทุนในด้านที่เกี่ยวกับการปราบยาเสพติดชนิดนี้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านความมั่นคง การพัฒนา และสาธารณสุข
นายคอสตายังเตือนอันตรายเรื่องการเพิ่มจำนวนของผลผลิต และการเสพยาเสพติดสังเคราะห์ในสามเหลี่ยมทองคำว่า จะกลายเป็นชัยชนะที่แลกมากับการสูญเสียอันใหญ่หลวงสำหรับการปราบปรามยาเสพติด หากฝิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แค่ถูกแทนที่ด้วยสารกระตุ้นประเภทแอมเฟตามีน



