
เจ็บจี๊ดๆ
การชิงชัย เวียงจันทน์เกมส์ ช่วงนี้ไฮไลท์มักจะอยู่ในช่วงบ่ายครับ ทำให้ช่วงเวลาเช้าๆ จนถึงเกือบๆ ก่อนเที่ยงไม่ค่อยมีเหรียญทองให้ได้ลุ้นกัน
การชิงชัย “เวียงจันทน์เกมส์” ช่วงนี้ไฮไลท์มักจะอยู่ในช่วงบ่ายครับ ทำให้ช่วงเวลาเช้าๆ จนถึงเกือบๆ ก่อนเที่ยงไม่ค่อยมีเหรียญทองให้ได้ลุ้นกัน พวกเรา 4 หนุ่ม “คม ชัด ลึก” เลยพอมีเวลาจะไปนู่นไปนี่บ้าง ผมเองน่ะไม่เท่าไร เพราะล่วงหน้ามาก่อนเป็นสัปดาห์เลยไปมาแล้วเกือบจะทุกที่ แต่กับ 2 หนุ่มที่ตามมาทีหลังนี่สิยังไม่ค่อยได้ไปไหนเลย
จังหวะที่พอมีเวลาแบบนี้แหละ พวกเราเลยตัดสินใจตื่นกันตั้งแต่เช้า (เหมือนทุกวัน) แล้วมุ่งหน้าสู่ “ตลาดเช้า” แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของนครหลวงเวียงจันทน์
ใครมาเวียงจันทน์ถ้าไม่ได้ไป “ตลาดเช้า” ต้องบอกว่ามาไม่ถึงครับ
ตอนได้ยืนชื่อ “ตลาดเช้า” ครั้งแรก ผมนึกว่าเป็นตลาดขายของสดแบบบ้านเรา หรือไม่ก็ตลาดของคนท้องถิ่น แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่อย่างที่คิด
“ตลาดเช้า” ออกจะเป็นลักษณะคล้ายๆ “จตุจักร” บ้านเรา คือมีสินค้านานาชนิดให้เลือกจับจ่าย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หนังสือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ อีกจิปาถะ
พื้นที่ของ “ตลาดเช้า” มีทั้งแบบโอเพ่นแอร์ และแบบเป็นห้างสรรพสินค้าเล็กติดแอร์ แล้วแต่ว่าเราจะเลือกเดินดูของแบบไหน
ถ้าเป็นฝั่งโอเพ่นแอร์ บริเวณชั้น 1 จะมีของขายหลากหลายอย่าง พวกของฝาก เสื้อผ้า และ “เครื่องเงิน” ที่ถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของเมืองลาวเหมือนกัน
ส่วนชั้น 2 จะเป็นพวกร้านทอง เครื่องเงิน หรือ “จิวเวลรี่” ล้วนๆ แต่พวกเราปักหลักกันอยู่ที่ชั้น 1 อยู่นานสองนาน เพราะแทบจะเหมาซื้อเสื้อลาวแบบยกร้านกันเลยทีเดียว
เสื้อสกรีนข้อความ “สะบายดี” ที่แปลว่าสวัสดีตามภาษาลาว หรือไม่ก็ “เบยลาว” (เบียร์ลาว) คือเป้าหมายที่เราค้นหา และใช้เวลาอยู่เนิ่นนานในการเลือกสีและแบบที่ถูกใจ
เบ็ดเสร็จแล้วพวกเรากวาดกันไปหลายสิบตัวครับ เพราะสนนราคาค่อนข้างจะถูกกว่าที่อื่น ตกตัวละแค่ 50-60 บาทเท่านั้น
ที่ว่าถูกกว่าที่อื่นเพราะพอเดินออกมาด้านนอกตรงรอยต่อจากเข้าไปในห้างที่ติดแอร์ก็เจอแฟนบอลไทยกลุ่มหนึ่งมายืนถามราคาอยู่ ปรากฏว่าเจอแม่ค้าตั้งราคาไว้ถึงตัวละ 100 บาท
ผมเลยสะกิดบอกให้ลองเดินเข้าไปข้างในจะดีกว่า เพราะไม่อยากให้แฟนบอลกลุ่มนี้ต้องมาโดนแม่ค้าลาวหลอกซื้อของแพงให้เซ็งจิตอีก ลำพังแค่ผลงานของฟุตบอลไทยที่ตกรอบก่อนกำหนดก็ทำให้เซ็งแย่แล้ว
เซ็งแค่ไหนผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ แฟนบอลกลุ่มนี้ยังบ่นถึงผลงานของทีมฟุตบอลไทยกับผมไม่หยุดเลยครับ จนผมต้องขอตัดบทลาเพราะต้องพา 2 หนุ่ม “คม ชัด ลึก” ที่ยังไม่เคยไป “ประตูซัย” ไปแวะถ่ายรูปที่สถานที่ดังของลาวเขาหน่อย
พอไปถึง “ประตูซัย” ก็ยังไม่วายเจอแฟนบอลไทยอีกกลุ่มที่เข้ามาพูดคุยบ่นเสียอารมณ์กับผลงานของนักเตะไทย และสวดไล่ภาวนาให้ สตีฟ ดาร์บี้ กุนซือทีมฟุตบอลไทยไปให้พ้นๆ ไปจากเมืองไทย
ยืนฟังแฟนบอลไทยบ่นทีมชาติตัวเองยังไม่จบ สายตาก็มองไปเห็นรถขนกองเชียร์ลาว และเวียดนามโบกสะบัดธงชาติของตัวเองวิ่งบนถนนแบบคึกคัก เพราะเขาเตรียมตัวไปเชียร์ทีมฟุตบอลของตัวเองลงเตะในรอบรองชนะเลิศ
เห็นแล้วมันรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในใจจริงๆ ให้ตายเหอะ



