
บัวแก้วเชิญทูตหลายประเทศชี้แจงจับขีปนาวุธ
กระทรวงการต่างประเทศเชิญทูตหลายประเทศชี้แจงจับอาวุธสงครามจากเกาหลีเหนือ "ปณิธาน"เผยมีเครือข่ายหลายประเทศ เอเซีย-ตะวันออกกลางตลาดใหญ่
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 ธ.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนกนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรายละเอียดอาวุธสงครามที่ยึดได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ว่า จากการสำรวจด้วยตาเปล่านั้นยังไม่สามารถบอกได้หมด เพราะว่ายังมีอีกหลายลังที่ยังไม่ได้เปิด ซึ่งในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดลังเพื่อตรวจสอบ
โดยเท่าที่ตรวจสอบได้พบเครื่องยิงลูกระเบิด (อาร์พีจี) จรวดขนาดเล็กพาดบ่า และอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ที่เหมือนส่วนประกอบระบบของอาวุธชิ้นใหญ่ หัวจรวดต่างๆ และท่อขนาดใหญ่ ทั้งนี้ในชั้นต้นมีผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ถ้าระบุไม่ได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของอะไร ก็ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานสากล โดยเฉพาะวิธีการทำลาย และจะทำตาม มติ 1874 ของสหประชาชาติหรือยูเอ็น ซึ่งเป็นมติที่ระงับยับยั้งไม่ให้มีการถ่ายโอนอาวุธดังกล่าวในประเทศสมาชิก และในประเทศสมาชิกมีหน้าที่ต้องตรวจยืนยัน อาญัติ ทำลาย และรายงาน
วันนี้จะได้ทราบว่าอาวุธดังกล่าวผลิตจากประเทศอะไร ซึ่งเครื่องบินขาไปมาจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ไปยังเปียงยาง โดยแวะเติมน้ำมันที่ประเทศไทย และขากลับออกจากเปียงยาง ไปโคลัมโบ โดยขอลงเพื่อเติมน้ำมันที่ประเทศไทย ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การว่าจะไปหนึ่งในประเทศของตะวันออกกลางโดยไม่ทราบว่าจะไปที่ใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้วิเคราะห์หรือไม่ว่าเป็นการผลิตที่เกาหลีเหนือ จีน หรือรัสเซีย และวัตถุประสงค์ที่ซื้อนั้นเพื่ออะไร นายปณิธาน กล่าวว่า อาวุธบางอย่างทางประเทศเกาหลีเหนือนั้นผลิตได้น้อย รวมถึงอิเลคทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งก็ต้องรอตรวจสอบ
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญทูตจากหลายประเทศเพื่อมาชี้แจง รวมทั้งประเทศเกาหลีเหนือ และแลกเปลี่ยนข้อมูลยืนยันในเรื่องของเอกสาร และหน่วยงานในหลายประเทศที่สนใจก็เข้ามาร่วมให้ข้อมูลยืนยัน ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของฝ่ายปฏิบัติจะดูในเรื่องของกฎหมาย 2 ทาง คือกฎหมายระหว่างประเทศ มติของสหประชาชน และกฎหมายของไทย ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้กระทำผิดกฎหมาย โดยการครอบครองอาวุธสงคราม และนำอาวุธสงครามเข้าในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้จะดำเนินตามขั้นตอนได้ถึงที่สุด
ขบวนการเหล่านี้เป็นขบวนการซึ่งมีเครือข่ายหลายประเทศ โดยขณะนี้การส่งมอบอาวุธให้กับใคร อย่างไร นั้นมีการตรวจสอบอยู่ ซึ่งตลาดใหญ่ ๆ อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา ประเทศในเอเชีย ในตะวันออกกลาง เป็นหลัก ตลาดที่รับซื้ออาวุธแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือประเทศที่มีสงครามความขัดแย้งกลางเมืองจะใช้อาวุธขนาดเล็ก จรวดพาดบ่า ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นประเทศที่ต้องการแสดงศักยภาพ ซึ่งต้องการอาวุธขนาดใหญ่ อาทิเช่น ขีปนาวุธ จรวดขนาดใหญ่ ขนาดกลาง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนั้น ต้องดูว่ามีข้อตกลงความเข้าใจ บันทึกช่วยจำที่จะต้องแลกเปลี่ยนตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ และที่สำคัญประเทศนั้นจะต้องมีผู้ต้องหาคนไทยที่ถูกดำเนินคดีข้อหาใกล้เคียงกัน



