ข่าว

รวบยกแก๊งอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่30ล้าน

รวบยกแก๊งอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่30ล้าน

14 ธ.ค. 2552

รวบยกแก๊งไทย-ไต้หวัน อุ้มนักธุรกิจชาวไต้หวันพร้อมครอบครัว เรียกค่าไถ่ 30 ล้าน อ้างตัวเป็นตำรวจไทย จีนและไต้หวัน ดักอุ้มเหยื่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนแยกแม่ หลานสาวและหลานชายขังบ้านพักย่านสวนหลวง ถูกทรมานทั้งช๊อตไฟฟ้า เทน้ำใส่รูจมูก ขณะที่ ตร.แกะรอยบ.ตัว

ที่บก.ป. เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม  พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.ช่วยราชการ กก.1 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานกงสุลไต้หวัน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและไต้หวัน รวม 6 คนที่ลักพาตัวนักธุรกิจชาวไต้หวันพร้อมครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ ประกอบด้วย นายอำพล แซ่หว่าง อายุ 20 ปี นายศราวุธ แซ่หยาง อายุ 23 ปี นายเฉิน จื้อ เหวิ่น อายุ 23 ปี ชาวไต้หวัน นายสมุทร หยางยิง อายุ 28 ปี นายจาง จา หลุน หรือต้าเกอ อายุ 30 ปี ชาวไต้หวัน และนายชิงฉาง แซ่หลี อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง เครื่องซีพียูคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 2 ตัว เครื่องเล่นดีวีดี 1 เครื่อง เงินสด 1 หมื่นบาท กระเป๋าเดินทาง 4 ใบ หนังสือเดินทางไต้หวัน 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง โซ่เหล็กพร้อมแม่กุญแจ และอุปกรณ์การเล่นพนันอีกจำนวนหนึ่ง

 นอกจากนี้ยังสามารถให้การช่วยเหลือ นายเติ้น ลี่ เหวย (TENG LI WEI) อายุ 35 ปี นักธุรกิจสิ่งทอ นางหย่วน อี้ อิง อายุ 58 ปี มารดานายเติ้น ด.ญ.เติ้น อี้ เจี้ย (TENG YU CHIEH) อายุ 9 ปี และด.ช.เติ้น อี้ ถิง (TENG YU TING) อายุ 7 ปี ลูกสาวและลูกชายของนายเติ้นมาได้หลังจากถูกแก๊งคนร้ายกลุ่มนี้อุ้มตัวไปแยกกักขังไว้ โดยจับตัวนายเติ้นไปขังไว้ที่บ้านเลขที่ 59/169 หมู่บ้านกลางเมือง ถนนศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่วนนางหย่วน และเด็ก 2 คนถูกแยกไปขังไว้ที่บ้านเลขที่ 1471/20 ถนนพัฒนาการ ซอย 31/1 แขวงและเขตสวนหลวง กทม.

 ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา บิดานายเติ้น พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตไต้หวันประจำประเทศไทยเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามว่า นายเติ้น นางสี อี้ เฟิน (HSU YU FEN) อายุ 36 ปี ภรรยานายเติ้น พร้อมกับลูก 2 คน และนางหย่วน อี้ อิง มารดานายเติ้น ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ถูกแก๊งคนร้ายอุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 ล้านบาท

 หลังรับเรื่อง พ.ต.อ.สุพิศาล ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. เข้าสืบสวนคลี่คลายคดี และให้การช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกอุ้มตัวไป โดยเริ่มแกะรอยจากข้อมูลที่ญาตินายเติ้นให้ไว้ว่า นายเติ้นได้ติดต่อญาติที่ไต้หวันให้ช่วยโอนเงินมาให้ที่ประเทศไทยคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9 แสนบาท เมื่อตรวจสอบแล้วทราบว่าจะมีการนัดรับตั๋วแลกเงินจากตัวแทนบริษัทรับโอนเงินระหว่างประเทศไต้หวันกับไทยแห่งหนึ่งที่บริเวณห้างฯบิ๊กซี สาขาลาดพร้าว แขวงและเขตลาดพร้าว เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา จึงนำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบไปดักซุ่ม

 เมื่อถึงเวลานัดหมายนายอำพล แซ่หวาง ได้มารับตั๋วแลกเงิน ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวขอตรวจสอบและซักถามจนทราบว่ามีการอุ้มตัวนายเติ้น พร้อมครอบครัวไปเรียกค่าไถ่จริง โดยนางหย่วน อี้ อิง มารดานายเติ้น พร้อมหลานสาวและหลานชายถูกนำตัวไปกักขังไว้ที่บ้านเลขที่ 147/20 ถ.พัฒนาการ ซ.31/1 เขตสวนหลวง จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าวโดยให้การช่วยเหลือเหยื่อทั้งสามคนที่ถูกขังอยู่ในห้องนอนชั้นสองของบ้าน รวมทั้งจับกุมนายศราวุธ และนายเฉิน ที่ทำหน้าที่เฝ้าบ้านเอาไว้ได้

 จากนั้นชุดสืบสวนได้ขยายผลจับกุม นายสมุทร หยางยิง และนายจาง จา หลุน มาได้ที่ริม ถ.ศรีนครินทร์ ใกล้สี่แยกพัฒนาการ ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนขยายผลจนทราบว่านายเติ้นนั้นถูกขังอยู่ที่บ้านเลขที่ 59/169 หมู่บ้านกลางเมือง ถ.ศรีนครินทร์ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงเข้าให้การช่วยเหลือ และจับกุมนายชิงฉาง แซ่หลี ที่อยู่เฝ้าเหยื่อเอาไว้ได้  ทั้งนี้ระหว่างการเข้าช่วยเหลือนายเติ้น ตำรวจยังพบชายชาวไต้หวันคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อถูกจับใส่กุญแจมืออยู่ในบ้านหลังดังกล่าวด้วย ทราบชื่อต่อมาคือ นายผัน ฉี เซิน จึงให้การช่วยเหลือออกมา แต่เหยื่อรายนี้ยังไม่ยอมให้การใดๆกับเจ้าหน้าที่

 จากการสอบสวนนายอำพล รับสารภาพว่า เป็นผู้รับเงินที่เหยื่อโอนมาให้ ส่วนนายศราวุธ และนายเฉิน จื๊อ เหวิ่น รับว่า อ้างตัวเป็นตำรวจไทย และตำรวจไต้หวันเพื่อลักพาตัวเหยื่อมากักขังไว้ ขณะที่ นายสมุทร และนายจาง จา หลุน ซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจจีน นั้น ยังคงให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบประวัติของนายจาง จา หลุน พบว่าเคยต้องโทษคดียาเสพติดมาแล้วก่อนหน้านี้

 นอกจากนี้จากการสอบสวนขยายผลยังพบว่าแก๊งคนร้ายได้สั่งให้ นางสี อี้ เฟิน ภรรยานายเติ้น ได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ซึ่งครอบครัวทำธุรกิจอยู่ที่นั่นเพื่อเบิกเงินจากธนาคารมาไถ่ตัวสามี และลูกๆด้วย

 พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ตำรวจจีน และตำรวจไต้หวัน ในการลักพาตัวเหยื่อทั้งหมดจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาไปแยกกันกักขังไว้เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงินไทยถึง 30 ล้านบาท แต่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบจึงให้การช่วยเหลือเหยื่อและจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาได้

 พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนร้ายวางแผนมาอย่างดี และติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายมาตลอด ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทยจึงเชื่อว่าน่าจะยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย แต่กลุ่มที่ลงมือก่อเหตุในประเทศไทยขณะนี้จับกุมไว้ได้ทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและเอาตัวเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ส่วนภรรยานายเติ้นที่ทราบว่าเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อจะนำเงินมาไถ่ตัวสามีและลูกๆนั้นขณะนี้ได้ประสานงานกับสถานทูตไต้หวัน และทางการสิงคโปร์เพื่อแจ้งข่าวให้ทราบว่าตำรวจไทยได้ช่วยเหลือคนในครอบครัว และจับกุมคนร้ายได้แล้ว
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเติ้นมาพบกับมารดา และลูกทั้งสองคน โดยทันทีที่ทั้งหมดพบหน้ากันต่างก็ร้องไห้ และโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ โดยนายเติ้น กล่าวกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไต้หวันว่า เป็นห่วงมารดา และลูกๆทั้งสองคนมากเพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายแต่เมื่อทราบว่าทั้งหมดไม่เป็นไรก็รู้สึกดีใจมาก ส่วนตนนั้นถูกขังอยู่ 15 วันระหว่างนั้นถูกมัดมือ ทำร้ายร่างกายด้วยการช๊อตไฟฟ้า และเอาน้ำเทใส่รูจมูกด้วย