ข่าว

ศาลไม่ให้ประกันตัว5ผู้ต้องหาขนขีปนาวุธ

ศาลไม่ให้ประกันตัว5ผู้ต้องหาขนขีปนาวุธ

14 ธ.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ชี้ขนอาวุธข้ามชาติเกี่ยวหลายชาติต้องระวัง ยอมรับมีเครื่องบินขนอาวุธผ่านไทยไปมา รอง อสส. ชงเรื่อง อสส. ตั้งอัยการต่างประเทศร่วมสอบคดีแก๊งค้าอาวุธเกาหลีเหนือ ขณะที่ทนายแก๊งค้าอาวุธ ยื่นเงินสดขอประกันคนละ 4 แสน รอศาลพิจารณาคำร้อง

 เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 14 ธ.ค. ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบข้อมูลภายหลัง การจับกุมเครื่องบินต่างชาติลักลอบขนอาวุธสงครามกว่า 40 ตัน ที่สนามบินดอนเมืองว่าต้องใช้เวลา เนื่องจากรายละเอียดของสิ่งที่ยึดได้มีความหลากหลายพอสมควร ซึ่งต้องนำไปเทียบเคียงกับข้อมติของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ของแต่ละประเทศว่ามีแนวปฏิบัติเป็นอย่างไร ตนเข้าใจว่ามาการยึดตามมตินี้ไปแล้วครั้งหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

 เมื่อถามว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้มีการทำงานร่วมหลายหน่วยงาน

 เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ากระบวนการขนอาวุธเคยเข้ามาในเมืองไทยมาก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของเครื่องบินตนเข้าใจว่าเคยบินผ่านไปมา แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าในการเข้ามาแต่ละครั้งมีหลักฐานอะไรแค่ไหน ส่วนจะเข้ามากี่ครั้งแล้วตนไม่ทราบรายละเอียด

 เมื่อถามว่าที่ผ่านมาเคยทราบเบาะแสบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า มีการประสานเป็นระยะๆเกี่ยวกับกระบวนการนี้

 เมื่อถามว่าเรื่องของการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถที่จะทำได้ รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าตำรวจทำให้เรียบร้อยแล้วนำมาเปิดเผย เพราะเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายประเทศ เราต้องมีความระมัดระวังในเรื่องความละเอียดอ่อน ซึ่งต้องชี้แจงถึงแนวปฏิบัติของเราทั้งหมด ว่าเป็นไปตามข้อมติของสหประชาชาติอย่างไร

ทนายยื่น2ล้านขอประกันตัวนักค้าขีปนาวุธ

นายถาวร พานิชพันธ์ รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงการดำเนินคดีกับ 5 ผู้ต้องหาชาวคาซัคสถาน และบาเลรุส นักค้าอาวุธเกาหลีเหนือ ว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรและกระทำผิดต่อเนื่องในราชอาณาจักรไทยซึ่งตาม พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2551 มาตรา 20 บัญญัติว่าให้อำนาจอัยการสูงสุด เป็นพนักงานสอบสวนหรือให้อัยการสูงสุดแต่งตั้งพนักงานสอบสวนผู้หนึ่งผู้ใดหรืออัยการคนหนึ่งคนใดเป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดี หรือให้อัยการสูงสุดแต่งตั้งพนักงานสอบสวนและอัยการ ร่วมเป็นพนักงานสอบสวน

 ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เขาได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแล้ว และได้ทำความเห็นเสนอนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดวันนี้ ให้ใช้อำนาจตาม มาตรา 20 แต่งตั้งอัยการร่วมสอบสวนคดี กับพนักงานสอบสวน โดยเสนอให้มีพนักงานอัยการจากสำนักงานต่างประเทศ 2 คน คือนายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ และ ร.ต.ต.โสภณ เกษมพิบูลย์ชัย อัยการประจำกรมสำนักงานต่างประเทศ เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

 นอกจากนี้ หากพบว่า คดีดังกล่าวมีการสอบสวนคดีในต่างประเทศด้วย อัยการก็จะต้องใช้ช่องทางตามกฎหมายระหว่างประเทศประสานขอข้อมูลต่อไป อย่างไรก็ดี คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ อัยการสูงสุดจะมีหนังสือเป็นทางการออกมาว่าจะใช้อำนาจตาม มาตรา 20 อย่างไร

 สำหรับการใช้อำนาจสอบสวนตาม มาตรา 20 ดังกล่าว หากอัยการสูงสุดตัดสินใช้ใช้อำนาจ แต่งตั้งอัยการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องนำเสนอสำนวนให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งคดีว่า จะฟ้องหรือไม่ฟ้อง

 ส่วนจะมีการตั้งเรื่องส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า คดีนี้ ไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากการกระทำผิดเกิดขึ้นในประเทศไทย และยังไม่ปรากฏว่า มีการกระทำผิดเกิดขึ้นในต่างประเทศ จึงต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายไทยให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการยุติธรรม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 4 แสนบาท ขอประกันตัวซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศาลพิจารณาคำร้อง

ศาลไม่ให้ประกัน5ผู้ต้องหาขนขีปนาวุธ

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. ศาลอาญาพิเคราะห์คำร้องและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางมีจำนวนมาก ซึ่งหากมีการจำหน่ายแพร่หลายของอาวุธดังกล่าวจะเกิดความเสียหายเป็นอันตรายแก่บุคคลจำนวนมาก และเชื่อว่า หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี จึงมีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว

บัวแก้วแจ้งคณะทูตถาวรฯยูเอ็นหลังตร.ได้ข้อสรุป

นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในการประชุม สมช. ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ (14 ธ.ค.)  ได้ให้สำนักงานตำรวจแหน่งชาติดำเนินการตรวจสอบอาวุธข้ามชาติดังกล่าวและจะแถลงข่าวเรื่องนี้ต่อไป ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ภายหลังจากได้ทางการไทยมีข้อสรุปชัดเจนแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศจะประสานข้อมูลแจ้งไปยังคณะทูตถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เพื่อรายงานต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตามข้อมติของสหประชาชาติที่1874(2009) ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศสมาชิกต้องรายงานการดำเนินการ ต่อคณะกรรมาธิการคว่ำบาตรได้ทราบโดยเร็วที่สุด

เลขาฯสมช.เตรียมเอาผิดผู้ต้องหาขนอาวุธอีกหลายคดี

 เมื่อเวลา 15.45 น. นาย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. แถลงภายหลังการประชุม สมช. ว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีมีเครื่องบินมาจอดที่สนามบิน ดอนเมือง และพบเรื่องอาวุธ ซึ่งทาง สมช.ได้รับมอบหมายให้มาประสานการปฏิบัติในเรื่องนี้ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย บางส่วนก็เป็นเรื่องที่ดำเนินการระหว่างประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ก็พบว่าเป็นอาวุธสงครามอย่างที่ทราบกัน และได้นำไปเก็บไว้ที่คลังอาวุธของกองทัพอากาศที่ อ.ตาคลี แล้ว ส่วนจะเป็นอาวุธของประเทศไหน และมีประเภทอะไรบ้างนั้น บอกไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลทางคดี โดยจุดหมายปลายทางแจ้งว่าไปที่โคลัมโบ แต่ก็ต้องตรวจสอบต่อไป เพราะจะเชื่อจากหลักฐานที่ผู้ต้องหาบอกไม่ได้

 นาย ถวิล กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการทางคดีนั้น ขณะนี้ทางตำรวจได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้น ว่ามีและครอบครองอาวุธ ซึ่งทางอัยการกำลังประสานงานดำเนินการร่วมกับตำรวจ และพบว่ายังมีความผิดในฐานกฎหมายอื่น ๆ อีก ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นด้านศุลกากร และการเดินอากาศ หากผิดกฎหมายอะไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากประเทศไทยยังไม่เคยมีกรณีนี้เกิดขึ้น กระทรวงการต่างประเทศจึงยังไม่มีแนวปฏิบัติในเรื่องนี้ ทางรมว.ต่างประเทศ ได้สั่งการให้กรมองค์การระหว่างประเทศ และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ประสานกับยูเอ็นอย่างใกล้ชิดถึงแนวปฏิบัติในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอ จากประเทศต้นทางที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ขณะนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมายตามมติของยูเอ็น และกฎหมายภายในของเรา ซึ่งตั้งใจที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบกับประเทศไหน แต่เป็นการดำเนินการไปตามกฎหมายทีละขั้นตอน ซึ่งจะพยายามระมัดระวังให้ดีที่สุด และก็จะรายงานผลการหารือครั้งนี้ให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป

 เมื่อถามว่าอาวุธพวกนี้จะเก็บไว้เองหรือทำอย่างไร นายถวิล กล่าวว่า ต้องปฏิบัติตามมติของยูเอ็นคือ 1. ต้องตรวจสอบ 2. ต้อง ยึด ทำลาย และลายงานให้ยูเอ็นทราบ แต่วิธีปฏิบัติต้องประสานกับยูเอ็นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องภายในประเทศของไทย และก็ยังไม่พบว่ามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายต่างประเทศ

 เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงกับวิกเตอร์บูท นักค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซียหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า “ เป็นจินตนาการใหม่ เท่าที่ทราบจากตำรวจยังไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ ” ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงออกมาระบุว่าไทยได้เงินรางวัลนำจับ 7 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น นายถวิล กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ และยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้

 ทาง ด้านพล.อ.ต.เมธา สังขวิจิตร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่พบว่ามีอาวุธร้ายแรงประเภทนิวเคลียร์ตามที่หลาย ฝ่ายกังวล ขณะที่พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาการ ผบก.ป. กล่าวว่า ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ทางกองปราบจะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบอาวุธได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอผู้เชี่ยวชาญจากยูเอ็น