
ภูเก็ตอัดงบ 500 ล.สร้างศูนย์ผลิตปุ๋ย หวังนำเอาขยะมาทำก๊าซชีวภาพ และผลิตพลังงานไฟฟ้า
ภูเก็ต- อบจ.ภูเก็ต เล็งใช้งบ 500 ล้าน สร้างศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงาน เพื่อนำเอาขยะมาทำก๊าซชีวภาพและนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้า
นายมานพ ลีลาสุทธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหามลพิษจากขยะมูลฝอยของจ.ภูเก็ตมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนประชากรและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยของ จ.ภูเก็ต เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 7% โดยเฉลี่ยมีปริมาณขยะเข้าสู่เตาเผาวันละ 550 ตัน ในขณะที่โรงเตาเผาขยะสามารถรองรับได้วันละ 250 ตัน ส่วนที่เหลือจะต้องนำไปฝังกลบ แม้ว่าขณะนี้ทางเทศบาลนครภูเก็ตจะอยู่ระหว่างการสร้างเตาเผาเพิ่ม แต่ก็ยังไม่เพียงพอรองรับกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ในขณะที่ขยะมูลฝอยซึ่งนำไปฝังกลบยังคงมีคุณค่าในการที่จะนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก เช่น จัดทำปุ๋ยอินทรีย์ สร้างพลังงานทดแทน เป็นต้น
"ด้วยความจำเป็น ทำให้ อบจ.ภูเก็ต จัดทำโครงการสร้างศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานขึ้น เพื่อนำเอาขยะอินทรีย์มาหมักทำให้เกิดก๊าซชีวภาพและนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยมีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับใช้ในการเกษตรกรรม และที่สำคัญอีกประการนอกจากลดปริมาณก๊าซมีเทนซึ่งเกิดจากการสะสมของขยะมูลฝอยซึ่งเป็นก๊าซที่ทำลายบรรยากาศของโลกทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน"
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และในองค์ประกอบของขยะที่เกิดขึ้นนั้นประมาณ 60% เป็นขยะอินทรีย์ ประมาณ 30% เป็นขยะเผาไหม้ได้ ประมาณ 9% เป็นขยะรีไซเคิล ส่วนที่เหลือเป็นขยะอื่นๆ ด้วยองค์ประกอบของขยะมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบเตาเผา ซึ่งหากสามารถลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่จะเข้าสู่เตาเผาได้ และจะเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของเตาเผาที่มีอยู่
โดยการจัดทำศูนย์ผลิตปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานนั้น ได้ขอใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งจากศูนย์กำจัดขยะของจ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในความดูแลของเทศบาลนครภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ โดยใช้เทคโนโลยีการย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ ประกอบด้วย ระบบการคัดแยกขยะอินทรีย์เบื้องต้น ระบบการคัดแยกด้วยถังคัดแยกน้ำ การจัดการขยะอินทรีย์ที่คัดแยกแล้วด้วยกระบวนการหมักแบบไร้อากาศ ระบบการคัดแยกและรวบรวมก๊าซชีวภาพและระบบการผลิตไฟฟ้า
"ระบบการรีดน้ำตะกอน ระบบการผลิตปุ๋ยหมัก และระบบการควบคุมและจัดการของเสียต่างๆ เช่น น้ำเสีย กลิ่น เสียง เป็นต้น คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท โดยของบจากรัฐบาลและอบจ.สนับสนุนส่วนหนึ่ง หากได้รับความเห็นชอบจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี เพื่อเป็นโครงการนำร่องก่อนที่จะขยายไปในพื้นที่อื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัด”
นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากที่ได้รับฟังความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความไม่เข้าใจ เพราะคิดว่าเป็นการสร้างโรงเตาเผาเพิ่ม ซึ่งก็ได้มีการทำความเข้าใจไปเรียบร้อยแล้ว และส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ดังนั้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะหากสามารถสร้างได้จะทำให้ลดการขนส่งขยะเข้ามาภายในตัวเมือง ลดปริมาณขยะอินทรีย์และพลังงานที่จะต้องใช้ในการเผาขยะ ปัญหาการเกิดสารไดออกซินจากการเผาไหม้ขยะไม่สมบูรณ์ลดลง ตลอดจนนำขยะอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ด้วยเทคโนโลยีที่ให้ผลพลอยได้ในรูปของพลังงานและปุ๋ยหมัก



