ข่าว

ส.ว.สรรหาทำเอกสารแจงสภาล่มซ้ำซาก

ส.ว.สรรหาทำเอกสารแจงสภาล่มซ้ำซาก

14 ธ.ค. 2552

ส.ว.สรรหา ทำเอกสารแจงปัญหาสภาล่มซ้ำซาก พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข ระบุเหตุองค์ประชุมมีปัญหาเพราะสมาชิกไม่สนใจการประชุม พร้อมแฉกดบัตรแทนกันมีบ่อย แฉซ้ำมีกลุ่มเดินเกมล็อบบี้กดดันสมาชิกลงมติพิจารณาร่างพ.ร.บ.ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน จนเป็นเหตุให้สภาล่ม

(14ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน นายวิชาญ  ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา ได้นำเอกสาร“ความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภา และสภาฯล่มซ้ำซาก” มาแจกกับสื่อมวลชนรัฐสภา โดยเอกสารได้วิเคราะห์ถึงเหตุสภาล่มซ้ำซากในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติที่ผ่านมา โดยผู้เขียนได้วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก จำนวนเอกสารประชุมที่มีจำนวนมากสมาชิกศึกษาได้ไม่ทัน ,ไม่มีการกำหนดประเด็นและกรอบเวลาที่ใช้ในการอภิปรายที่ชัดเจน , มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระจากที่กำหนดไว้เดิมทำให้เกิดความสับสน ,เนื้อหาของเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบและขาดความชัดเจน ,สมาชิกไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเข้าประชุมเท่าที่ควร ,รัฐมนตรีไม่ค่อยได้เข้าฟังไม่การอภิปรายของสมาชิกบางครั้งในการตอบคำถามไม่ตรงประเด็นและไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับความเห็นและข้อเสนอแนะ

นายวิชาญ ยังได้ระบุถึงสาเหตุพิเศษที่ทำให้เกิดปัญหาองค์ประชุมโดยเฉพาะการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13 พ.ย. 52 ว่า มาจากส.ว.ส่วนหนึ่งเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานศพของบิดาส.ว.ท่านหนึ่งซึ่งเสียชีวิต , ส.ว.ส่วนหนึ่งเดินทางไปจ.เชียงราย เพื่อร่วมกิจกรรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และส.ส.ส่วนหนึ่งเดินทางไปกัมพูชาเพื่อพบกับเจ้านายเก่า ทั้งสามกลุ่มนับจำนวนกันแล้วมีจำนวนเกินร้อยทำให้องค์ประชุมในวันดังกล่าวเกิดปัญหา อย่างไรก็ดีจะโทษสมาชิกทั้งสามกลุ่มข้างต้นคงไม่ถูกเพราะหากการประชุมไม่มีการตีรวนการประชุมคงไม่ต้องเสียเวลา นอกจากการเสียบบัตรแทนกนยังมีให้เห็นเสมอในเวลาที่องค์ประชุมหมิ่นเหม่ จะครบหรือไม่ครบ โดยในวันสุดท้ายที่องค์ประชุมครบ 312 เสียงพอดี แต่ต่อมาเหลือเพียง 309 เสียง เป็นเพราะการลงมติรอบสอง มีสมาชิกบางคนที่กดแทนคนเอนนอกจากตัวเอง และเข้าใจว่าตอนหลังไม่กล้าทำเพราะกลัวว่าจะถูกตรวจสอบภายหลังจึงทำให้จำนวนองค์ประชุมหายไป

นายวิชาญ ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาองค์ประชุมในอนาคตโดยเสนอว่า ก่อนปิดประชุมแต่ละวันให้ประธานสั่งให้เจ้าหน้าที่พิมพ์รายชื่อผู้ร่วมประชุมตามลำดับเวลาที่มาลงชื่อ ซึ่งจะฟ้องว่าใครมาสาย ใครไม่อยู่ในเวลาลงมติ โดยจะยืนยันได้ว่าใครอยู่ในห้องประชุมจนถึงเวลาปิดการประชุมบ้าง สำหรับกรณีการลงมติให้ประธานสั่งเจ้าหน้าที่พิมพ์รายชื่อผู้เข่าร่วมประชุมขณะที่ลงมติ ซึ่งจะฟ้องว่าใครอยู่หรือไม่อยู่เป็นเหตุให้สภาล่ม ขณะเดียวกันเป็นการยืนยันด้วยว่าใครลงมติอย่างไรบ้าง 
  
นอกจากนี้ นายวิชาญยังได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการประชุมวุฒิสภาวันที่ 16 พ.ย. 52 โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวในเวลา 17.00 น. โดยประมาณ ขณะที่มีสมาชิกในห้องประชุม 113 คน และมีร่างกฎหมายค้างการพิจารณา (ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ....) ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งเสนอให้ปิดประชุมและเลื่อนวาระไปพิจารณาในสัปดาห์หน้า เนื่องจากสมาชิกเหนื่อยล้าจากการประชุมแล้วและควรให้มีจำนวนสมาชิกมากกว่าที่มีอยู่เพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญ ทั้งนี้ตนไม่เข้าใจเจตนาของสมาชิกคนดังกล่าวแต่เหตุผลที่ใช้ปิดประชุมดูจะไม่ค่อยมีเหตุผล ส่วนตัวรู้สึกถึงเหตุการณ์ผิดปกติจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า มีการเดินล็อบบี้ในหมู่สมาชิก “แกนนำกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการให้กฎหมายผ่านวุฒิสภาโดยเร็วบางคน ” ก่อนเปิดประชุม ,หลังเปิดประชุมมีการขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อนทั้งที่มีกฎหมายอื่นเร่งด่วนกว่า โดยระหว่างการพิจารณาส.ว.ส่วนหนี่งมีความรู้สึกว่า ผู้มีส่วนได้เสียในการจะทำให้กฎหมายนี้ผ่านโดยเร็ว ไม่ยินยอมให้มีการปรับปรุง แก้ไขกฎหมายทั้งในประเด็นของกฎหมายและข้อความใดๆ เลย และมีแกนนำกลุ่มบางคน คอยตรวจสอบการลงมติของส.ว.ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบผลคะแนนที่สมาชิกลงมติ

โดยมการนำมติมาตรวจสอบเพื่อประเมินผลว่าเสียงสนับสนุนในการให้ความเห็นชองกฎหมายฉบับนี้ในแต่ละมาตราเพียงใด และนำไปใช้ในการคาดการณ์ว่าจะมีการลงมติสนับสนุนกฎหมายในวาระที่ 3 อย่างไรหรือไม่ โดยเมื่อเห็นว่าผลการลงมติส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะก้ำกึ่ง แกนนำกลุ่มได้เริ่มกระบวนการล็อบบี้ด้วยการเชิญชวน ข่มขู่ ร้องขอ และกล่าวหาส.ว.ทั้งที่มาจาการเลือกตั้งและส.ว.สรรหา โดยข่มขู่ส.ว.สรรหาว่าจะไม่พิจารณาให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกหากไม่ลงมติผ่านกฎหมายฉบับนี้  และข่มขู่ส.ว.เลือกตั้งว่าจะไปตรวจสอบการทำงาน หรือตรวจสอบบัญชีในอดีตที่อาจมีประเด็นปัญหา โดยมีผู้กล่าวหาว่า ส.ว.ที่คัดค้านการผ่านกฎหมายฉบับนี้เป็นพวกไม่เห็นด้วยกับการปราบโกง ไม่ต้องการให้มีการลงโทษ หรือเป็นพวกเดียวกับผู้ทุจริต

ทั้งนี้ภายหลังความพยายามล็อบบี้ไม่เป็นผลเพราะสมาชิกส่วนใหญ่มีความรู้สึกผิดปกติในการประชุม กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียจึงเริ่มกระบวนการโทรศัพท์ระดมสมาชิกท่านอื่นที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมและคาดว่าจะสามารถล็อบบี้ให้สนับสนุนการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้เข้ามาให้ห้องประชุม แต่สมาชิกส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้ามาร่วมประชุมได้ทัน ผู้มีส่วนได้เสียจึงเริ่มตีรวนการประชุม โดยขอให้ประธานเลื่อนประชุมไปพิจารณาต่อในสัปดาห์ถัดไป เมื่อขอเลื่อนองค์ประชุมไม่เป็นผลจึงขอพักการประชุม 2 ชั่วโมง ท้ายสุดมีการส่งสัญญาณให้สมาชิกในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียกับกฎหมายเดินออกจากห้องประชุมเพื่อให้องค์ประชุมเหลือน้อยลง โดยไม่สนใจสายตาคนอื่นว่าจะคิดอย่างไร ถือเป็นการจงใจแสดงออกว่าต้องการทำให้สภาล่ม และท้ายที่สุดองค์ประชุมไม่ครบจนต้องปิดการประชุม ถือว่าเป็นภาวะ วุฒิสภาล่ม เป็นครั้งแรก ถือเป็นการล้มที่เกิดจากส.ว.ส่วนหนึ่ง และใครบางคนที่มีส่วนได้เสียกับกฎหมายฉบับนี้

“การดำเนินการต่างๆ มีส.ว.ที่มาจากการสรรหากลุ่มหนึ่ง ที่เข้าใจว่าสำนักงานบางแห่งมีอิทธิพลต่อกฎหมายฉบับนี้ส่งเข้าประกวด และผู้ที่คาดหวังจะได้รับการสรรหาเข้ามาใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าวุฒิสภาในวันนี้ถูกครอบงำ และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเพื่อนสมาชิกบางคน และเจ๊ ผู้มีภาพพจน์อันงดงามและสวยหรูซึ่งนับเป็นความอับยศของวุฒิสภาชุดนี้ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ทำให้เห็นธาตุแท้จองผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญบางคนที่มีภาพพจน์ดี สังคมให้ความเคารพยกย่องว่าเป็นผู้สะอาดดำเนินการเพื่อประโยชน์ของชาติ ส.ว.บางคนที่มาจากการสรรหา มีภาพจน์ดีสังคมยกย่องว่ามีหลักการดี สุดท้ายก็ละทิ้งความมีลักการและเหตุผลที่ดีเพื่อตอบแทนบุญคุณใครบางคน ส.ว.เลือกตั้งบางคนเกรงกลัวอิทธิพลของการตรวจสอบการทำงาน นักวิชาการบางคนมีภาพพจน์ดี มีอุดมการณ์ มีความรู้ แต่ยอมละทิ้งหลักการเพื่อตอบแทนบุญคุณ ”  นายวิชาญ ระบุในเอกสาร