ข่าว

“จตุพร”ขึ้นศาลให้การปฏิเสธหมิ่น”อภิสิทธิ์”

“จตุพร”ขึ้นศาลให้การปฏิเสธหมิ่น”อภิสิทธิ์”

14 ธ.ค. 2552

“จตุพร” ขึ้นศาลให้การปฏิเสธ หมิ่น” อภิสิทธิ์” 2 สำนวน เตรียมพยานกว่า 127 ปาก สู้คดี ศาลนัดสืบพยานปีหน้า

(14ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 14 ธ.ค. เวลา 09.30 น. - ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.404/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 12 ม.ค.52 นายจตุพร แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย กล่าวหานายกรัฐมนตรีกระทำการมิบังควร ตีตนเสมอพระเจ้าแผ่นดิน โดยนั่งเก้าอี้เทียบเสมอพระเจ้าแผ่นดินในการถวายรายงานราชการ

 โดยวันนี้ นายจุตพรได้ยื่นคำให้การปฏิเสธต่อศาล จากนั้นทนายโจทก์แถลงขอนำสืบพยานรวม 3 ปาก ใช้เวลา 2 นัด ทนายจำเลยเตรียมพยานสู้คดีรวม 17 ปาก ใช้เวลา 4 นัด ศาลพิจารณาแล้วกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 และ 9 มิ.ย.53 และนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 30 มิ.ย. 23 ,28 และ 29 ก.ค.53 โดยฝ่ายจำเลยเตรียมนำ ข้าราชการ รวมทั้งอดีตปลัดกระทรวงและนายกรัฐมนตรีเบิกความถึงวิธีการปฏิบัติอันสมควรในการเข้าเฝ้า

 ขณะที่วันเดียวกัน ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลยังได้นัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 กรณี เมื่อวันที่ 10 พ.ค.52 นายจตุพร กล่าวปราศรัยบนเวที นปช. ที่วัดไผ่ล้อม แขวงสีกัน เขตดอนเมือง ใส่ความว่ารัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราช และโจทก์เป็นคนสั่งทหารให้ไปยิงประชาชนเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด

 โดยทนายโจทก์ ขอนำสืบพยาน 5 ปากใช้เวลา 3 นัด ส่วนทนายจำเลย เตรียมพยานสู้คดี 127 ปาก ใช้เวลา 15 นัด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 29 -30 พ.ย.53 และ 1 ธ.ค.53 โดยสืบพยานจำเลย ในวันวันที่ 9 ,14 - 16 และ 22 ธ.ค.53 ,17 - 20 ม.ค.54 โดยจำเลยขอให้ส่งประเด็นไปนำสืบที่ศาลต่างจังหวัด รวม 30 ศาล ซึ่งพยานส่วนใหญ่เป็นประชาชนและผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม โดยจะนำสืบลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์ ตั้งแต่ที่พัทยามาถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งที่ไม่มีเหตุเหมาะสม