ข่าว

พม่าปลูกฝิ่นเพิ่มเท่าตัวแต่แค่1ใน4ของอัฟกัน

พม่าปลูกฝิ่นเพิ่มเท่าตัวแต่แค่1ใน4ของอัฟกัน

14 ธ.ค. 2552

UNODC ระบุ พม่าปลูกฝิ่นเพิ่มเท่าตัวนับจากปี 2549 แต่ยังปริมาณเพียงแค่ 1ใน 4 ของอาฟกานิสถาน

(14ธ.ค.) สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC ประกาศที่กรุงเวียนนาของออสเตรียในวันนี้ว่า ผลผลิตฝิ่นของพม่าได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวนับจากปี 2549 พร้อมเตือนถึงความน่าวิตกเรื่องการขยายตัวของผลผลิตด้านฝิ่นในภูมิภาค แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พม่าซึ่งเคยเป็นผู้ผลิตฝิ่นหลักของโลกในต้นทศวรรษที่ 1990 มีผลผลิตเพียง 1 ใน 4 ของจำนวนฝิ่นที่ปลูกในอาฟกานิสถาน ซึ่งปัจจุบันครองตำแหน่งผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่สุดของโลก

 อันโตนิโอ มาเรีย คอสต้า หัวหน้า UNODC ระบุในแถลงการณ์ ก่อนหน้าการออกมาแถลงผลสำรวจล่าสุด ต้านการเพาะปลูกต้นป็อปปี้ที่ใช้ในการผลิตฝิ่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า  กำลังมีแนวโน้มในทางที่ผิด เพราะพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้ปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นในปีนี้เป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เป็น 31,700 เฮคเตอร์ หรือ  77500 ไร่หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 จากเมื่อปี 2549

 สำหรับพม่านั้น แม้จะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก แต่ปริมาณผลผลิตกลับลดลงร้อยละ 28 และมูลค่าผลผลิตฝิ่นโดยรวมของพม่าในปีนี้ก็ลดลงร้อยละ 15 เป็นประมาณ  104 ล้านดอลลาร์ (ราว 3640 ล้านบาท) จาก  123 ล้านดอลลาร์ (ราว 4300 ล้านบาท) ของปีที่แล้วด้วย แต่นายคอสต้าก็เตือนด้วยว่า  รัฐบาลชาติต่างๆและผู้บริจาคยังจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป และรับประกันทั้งเรื่องความต่อเนื่อง และเงินทุนสำหรับทุกแง่มุมเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดนี้ ซึ่งรวมทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา และสาธารณสุข

 ส่วนลาวนั้น คอสต้าระบุว่าผลผลิตฝิ่นเพิ่มร้อยละ 19 แต่ฝิ่นยังเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดใจสำหรับชาวไร่ชาวนาในลาว เพราะราคาสูงถึงกิโลกรัมละ  1,327 ดอลลาร์ (ราว 46,000 บาท) ซึ่งแพงเป็น 4 เท่าตัวจากราคาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า

 เขาเตือนด้วยว่า อันตรายอีกอย่างคือการเพิ่มขึ้นของผลผลิตและการบริโภคยาเสพติดสังเคราะห์ (synthetic drugs ) ในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และว่าจะเป็นชัยชนะที่แลกมากับการสูญเสียอันใหญ่หลวงสำหรับการปราบปรามยาเสพติด หากฝิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แค่ถูกแทนที่ด้วยสารประตุ้นประเภทแอมเฟตามีน