ข่าว

คุมแก๊งขนขีปนาวุธข้ามชาติฝากขังผลัดแรก

คุมแก๊งขนขีปนาวุธข้ามชาติฝากขังผลัดแรก

14 ธ.ค. 2552

ตำรวจกองปราม คุม 5สมาชิกแก๊งขนขีปนาวุธข้ามชาติฝากขังผลัดแรก ด้าน"สุเทพ” ยันจับเครื่องบินขนอาวุธเป็นไปตามขั้นตอน เผย เลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นสมาชิกยูเอ็น ย้ำทุกอย่างต้องทำอย่างโปร่งใส

(14ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำผู้ต้องหาชาวคาซัคสถาน และเบลารุส รวม 5 คนที่ลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ โดยเครื่องบินรับส่งสินค้าขนาดเล็กแบบ IL-76 ทะเบียนเครื่อง 4L-AWA ของสายการบิน แอร์เวส(Airwesl) สัญชาติจอร์เจีย เที่ยวบิน AWG 732 เดินทางมาจากกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ จุดหมายปลายทางที่ประเทศศรีลังกา ไปส่งศาลอาญา เพื่อขออำนาจฝากขังผลัดแรก โดยเบื้องต้นตำรวจจะขออำนาจศาลนำตัวผู้ต้องหามาควบคุมเพื่อสอบสวนขยายผลความคืบหน้าต่อไป
 
 ต่อมาเวลา 08.40 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ไทยจับเครื่องบินสัญชาติจอร์ เจียที่ขน อาวุธสงครามจากประเทศเกาหลีเหนือผ่านเข้ามาเติมน้ำมันที่ประเทศไทยจนหลาย ฝ่ายกังวลว่าอาจเป็นการชักศึกเข้าบ้าน ว่า ตนได้รับรายงานมาตลอด ซึ่งเราได้ระมัดระวังก่อนที่จะดำเนินการอะไร โดยได้ประชุมปรึกษาหารือ ดูทั้งกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งมติสหประชาชาติ เมื่อไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ก็ต้องดำเนินการ ซึ่งการดำเนินการนั้นยืนยันว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อให้ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องทราบว่า ประเทศไทยทำตามหน้าที่ เรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องทั้งประเทศเจ้าของเครื่องบิน ประเทศที่เป็นลูกเรือและกัปตันถือสัญชาติ และประเทศที่ขายสินค้า รวมทั้งประเทศที่ซื้อสินค้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่แสดงตัวออกมา

 เมื่อถามว่าแต่ในจุดหมายปลายทางการบินต้องมีการระบุประเทศที่จะเดินทางไป นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องรอให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐาน รายละเอียดต่างๆมารายงานก่อน จึงจะเปิดเผยให้ทราบได้ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (14 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะประชุมหารือกัน สำหรับเรื่องอาวุธต่างๆนั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส แต่ขณะนี้ยังตรวจสอบและจัดทำบัญชีไม่ครบ เพราะมีจำนวนมาก ต้องใช้เวลา  เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าประเทศไทยจะถูกใช้เป็นเครื่องมือเนื่องจากสหประชาชาติยังไม่มีปฏิกิริยาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ในบันทึกของสหประชาชาติกำหนดไว้ชัดเจนว่าในกรณีนี้ประเทศซึ่งเป็นเส้นทางผ่านที่ใช้ขนส่งจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดยมีการระบุไว้ชัดเจนแล้ว และเมื่อดำเนินการเสร็จก็ต้องรายงานกลับไปที่สหประชาชาติด้วย ซึ่งเราหลีกหนีไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้จะมีจุดจบอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย คนที่รับภาระหนักคือสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ส่วนตำรวจนั้นเป็นผู้ช่วย อสส. ในการสืบสวน รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ