
นายแบงก์ยกมาบตาพุดเสี่ยงสูงสุดก.แรงงานเตรียมพร้อมรับ 4 หมื่นคน-ถกปตท.รับโอนคนงาน
นายกสมาคมแบงก์ยกปัญหามาบตาพุดเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุดแซงหน้าการเมือง หวั่นนักลงทุนต่างชาติโยกฐานหนีไปลงทุนประเทศอื่น ด้าน ไพฑูรย์ เตรียมตำแหน่งงานโครงการไทยเข้มแข็งรองรับ 4 หมื่นคนที่ถูกปลด พร้อมประสาน ปตท.โอนย้ายคนงานชั่วคราว
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทยและประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากการระงับโครงการลงทุนในมาบตาพุดจะมีความรุนแรงในระยะยาวและเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยอันดับหนึ่งที่มีผลกระทบในวงกว้างมากกว่าปัจจัยทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะในปี 2553 การลงทุนภาครัฐและเอกชนจะต้องลดลงหากไม่รีบแก้ไขกฎระเบียบการลงทุนที่ชัดเจนได้
“ผลกระทบคงไม่รุนแรงเหมือนวิกฤติซับไพรม์ เพราะเชื่อว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใน 2 บริษัทคือกลุ่มบริษัทปตท.และกลุ่มบริษัทปูนซิเมนต์ไทย แต่ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอนาคตประเทศไทย ที่จะเสียโอกาสและโตช้าลง” นายอภิศักดิ์กล่าวและว่า ในส่วนของธนาคารไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเชื่อว่าจะไม่กลายเป็นเอ็นพีแอล เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมีความแข็งแกร่ง และมีวงเงินที่เบิกใช้ไปเพียง 2,900 ล้านบาทจาก 1 หมื่นกว่าล้านบาท
นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าธนาคารปล่อยกู้ไม่มากเพียง 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการปล่อยกู้ในส่วนโครงการต่อขยายมากกว่าแม้จะไม่มีผลกระทบต่อภาระหนี้ของธนาคาร แต่อาจจะมีผลกระทบในแง่ของจุดคุ้มทุนที่ล่าช้า และกำไรของบริษัทที่ลดลงไปบ้างโดยหากประเมินผลกระทบอาจขยายวงกว้างมากกว่ามูลค่าเงินลงทุน 4 แสนล้านบาท
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลกระทบจากกรณีของมาบตาพุดจะมีเป็นวงกว้างจะกระทบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว หากยังไม่เร่งออกกฎระเบียบที่ชัดเจน และอาจกระทบต่อธุรกิจที่อยู่นอกพื้นที่มาบตาพุดด้วยที่อาจจะต้องรับต้นทุนที่สูงขึ้น หรือต้องนำเข้าสินค้าเข้ามาแทน โดยมองว่ากระบวนการต่างๆ คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-12 เดือน เพราะยังไม่เห็นทางออกของการแก้ไขปัญหา
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาระบุว่ามีแรงงาน 3.7 หมื่นคน อาจตกงานนั้น จากการตรวจสอบพบตัวเลขใกล้เคียงกันไม่เกิน 4 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง ได้แก่ ช่างปูน ช่างไม้ ช่างเชื่อม จึงตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ล่าสุดมีผู้ขอความช่วยเหลือแล้ว 80 คน โดยขณะนี้กระทรวงได้เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับและประสานไปยังกลุ่มบริษัทในเครือ ปตท. 11 แห่ง ซึ่งมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก ที่สามารถย้ายคนงานจากมาบตาพุดไปทำงานได้ทันทีหากเกิดปัญหา นอกจากนี้ยังมีโครงการไทยเข้มแข็งสร้างถนน และระบบสาธารณูปโภคในปีหน้า ที่จะมีตำแหน่งงานว่างรองรับอีกจำนวนมาก เพราะตำแหน่งงานส่วนใหญ่จะเป็นช่างที่สามารถจะดำเนินการในโครงการไทยเข้มแข็งได้



