
ธ.ก.ส.เล็งยืดหนี้เกษตรกรแสนรายรับผลกระทบภัยธรรมชาติพืชผลเสียหายมูลหนี้5พันล้าน
ธ.ก.ส.เล็งยืดหนี้เกษตรกรที่เจอปัญหาภัยธรรมชาติ พืชผลเสียหายราว 1 แสนราย มูลหนี้ 4-5 พันล้านบาท ชี้ไม่กระทบภาพรวมใช้หนี้คืน 7 หมื่นล้านสิ้นปีนี้ เร่งปล่อยสินเชื่อฟาสต์แทร็กตามเป้า 2.2 หมื่นล้าน ส่วนปีหน้าตั้งเป้าขยายสินเชื่อ 3.4 แสนล้านบาท
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.ในปีนี้ น่าจะมีกำไรประมาณ 7 พันล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ว่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8% มาอยู่ที่ 10% หรือประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้หารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการให้เข้าไปดูแลแก้ปัญหาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเกษตรกรมีปัญหาในการชำระหนี้คืน ซึ่งปกติจะเริ่มชำระหนี้เข้ามาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และไตรมาสแรกของปีหน้า โดยเฉพาะก่อนปิดบัญชีของ ธ.ก.ส.เดือนมีนาคม 2553 น่าจะมีการชำระเข้ามาประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนนี้มองว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะขณะนี้เกษตรกรเริ่มขายผลผลิตทางการเกษตรได้ราคาดีขึ้นและยังได้เงินชดเชยส่วนต่างจากการเข้าโครงการประกันรายได้ด้วย
ทั้งนี้ อาจจะมีเกษตรกรบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด เช่น กลุ่มเกษตรกรภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ภาคเหนือตอนล่างที่ประสบภัยแล้ง ภาคตะวันตกที่มันสำปะหลังมีปัญหาจากเพลี้ย ซึ่งขณะนี้กำลังรวบรวมตัวเลขผู้ได้รับความเสียหายคาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือต่อไป โดยจากการประเมินเบื้องต้นน่าจะมีเกษตรกรได้รับความดือดร้อนประมาณ 9 หมื่น-1 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 4-5 พันล้านบาท
ส่วนมาตรการช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการได้ทันทีคือ การผ่อนผันการชำระหนี้ออกไป 1 ปี แต่หากได้รับความเสียหายเกินครึ่งของผลผลิตอาจจะขยายเวลาผ่อนผันให้เป็น 3 ปี และคงต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติ ในการช่วยเหลือด้วยการให้สินเชื่อเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยที่รัฐบาลชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยให้ธนาคารต่อไป
นายลักษณ์กล่าวถึงผลการปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายกระทรวงการคลังว่า ธ.ก.ส.สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 87% ของเป้าหมาย 4.7 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นเดือนธันวาคมนี้ น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่สินเชื่อฟาสต์แทร็กนั้นปล่อยไปได้ 1.7 หมื่นล้านบาทจากเป้าหมาย 2.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 78% โดยมองว่าช่วงเวลาที่เหลือน่าจะเร่งรัดปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้า เนื่องจากยังมีเกษตรกรที่ต้องการสินเชื่อสร้างยุ้งฉางเก็บข้าวเข้ามาจำนวนมาก
"ธ.ก.ส.พยายามเร่งปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว โดยเฉพาะสินเชื่อฟาสต์แทร็กอีก 5 พันล้านบาทน่าจะทำได้ภายในสิ้นปีนี้ หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียงเป้าหมาย ส่วนปีหน้าตั้งเป้าสินเชื่อไว้ 3.2-3.4 แสนล้านบาท เหตุที่ลดลง เนื่องจากปีนี้รวมในส่วนของการรับจำนำสินค้าเกษตรในช่วงครึ่งปีแรกด้วย 1.3 แสนล้านบาท" นายลักษณ์กล่าว



