
พ่อค้าส่งออกไทย อย่า ใจปลาซิว ?
ผมเห็นการออกมาเต้นเป็นเจ้าเข้าของบรรดาตัวแทนสมาคมพ่อค้าส่งออกของไทย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งออก หลังจากมีข่าวว่า รัฐบาลเวียดนามประกาศลดค่าเงินด่องลงไปประมาณ 5% เพราะเกรงว่า
จะเสียตลาดต่างประเทศให้เวียดนามแล้ว ไม่อยากเชื่อว่าบรรดาพ่อค้าส่งออกสินค้าไทยจะ “ใจปลาซิว” เลยนะครับ และถ้ารัฐบาลบ้าจี้พะวักพะวนกับการดูแลเงินค่าเงินบาทตามคำเรียกร้อง อีกหน่อยหากประเทศคู่ค้าอื่นๆ เขาลดค่าเงินของเขาลง รัฐบาลไทยคงไม่ต้องทำอย่างอื่น คงต้องมาจับตาค่าเงินบาทกันไม่หยุดหย่อนเป็นแน่
ผมว่าควรให้ทุกอย่างเป็นตามระบบการค้าเสรีนั่นแหละดีแล้วครับ แล้วนี่ก็จะเป็นบทพิสูจน์ด้วยว่าพ่อค้าส่งออกไทยมี “กี๋น” กันแค่ไหน หรือเก่งเฉพาะตลาดที่เป็นของตาย ไม่กล้าบุกตลาดใหม่ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์พยายามหาเอาไว้ให้อีกด้วย
เห็นอาการกระต่ายตื่นตูมของบรรดาพ่อค้าส่งออกแล้ว ทำให้นึกถึงเรื่อง “ทฤษฎี 2 สูง” ของ ท่านเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ บิ๊กบอสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ที่เคยพูดทางโทรทัศน์เมื่อปลายมีนาคมต่อต้นเมษายน 2552 ขึ้นมาได้ เรื่องที่ท่านพูดก็เกี่ยวกับราคาสินค้าทางการเกษตรเสียด้วย ขอนำมาปลุกใจเสือป่า เอ๊ย พ่อค้าไทยยุคใหม่ให้คึกคักอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ท่านเจ้าสัวธนินท์บอกว่าทุกวันนี้ ประเทศไทยเหมือนมีบ่อน้ำมันบนดิน คือสินค้าทางการเกษตรที่ไม่มีวันหมด รัฐบาลจึงควรหันมาให้ความสนใจสนับสนุนการเกษตรด้วยการวางระบบต่างๆ ให้ดีแบ่งพื้นที่เกษตรกรรมที่มีราว 130 ล้านไร่ ให้ปลูกสินค้าเกษตรหลายๆ อย่าง จะได้มีสินค้าหมุนเวียนขายได้ตลอดปี ท่านยกตัวอย่างการขายข้าวแข่งกับเวียดนามด้วยว่า ให้เขาขายไปก่อนในราคาที่เขาอยากขาย เมื่อเวียดนามขายข้าวหมดแล้ว ก็เป็นทีของเรา ที่จะขายข้าวในราคาที่เราอยากขายบ้าง ซึ่งอาจขายได้สูงกว่าเวียดนามด้วยซ้ำไป ท่านบอกว่าไม่ต้องกลัวเขาจะมาแย่งตลาดของเรา
ที่ท่านเจ้าสัวธนินท์ เชื่อว่าเวียดนามจะแย่งตลาดเราไม่ได้ ท่านบอกว่าเวียดนามมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวอยู่เท่าเดิม...
ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ แล้วบางปีพื้นที่ปลูกข้าวของเวียดนามก็เจอวาตภัย จนนาล่มได้ผลผลิตลดลงกว่าที่คาดไว้อีกด้วย ท่านเจ้าสัวธนินท์แนะว่า ขอให้เราเตรียมข้าวของเราให้พร้อมและรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐานเอาไว้ พร้อมที่จะขายให้ทุกประเทศ ท่านบอกว่าประเทศที่ร่ำรวยเขาอยากกินข้าวที่มีคุณภาพดีทั้งนั้น...ตรงนี้ก็ใช่ครับ และเท่าที่ทราบ ปีนี้หลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก เจอภัยพิบัติทำให้การเพาะปลูกเสียหายยับเยิน จึงไม่น่าห่วงว่าสินค้าส่งออกในหมวดปัจจัย 4 อย่าง อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม ว่าจะขายไม่ออกหรอกครับ
ล่าสุด คุณอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสภาพัฒน์ ก็ออกมายืนยันว่าปีหน้าสินค้าเกษตรไทยจะมีราคาสูงขึ้น 10-20% เชียวนะครับ... ผมว่า ตัวแทนสมาคมต่างๆ นั่น น่าจะกลับไปหารือกับสมาชิกดูซิว่า ปีนี้จะหาผลผลิตสินค้าทางการเกษตรไปป้อนตลาดทันหรือเปล่า เอ๊ะอะมะเทิ่งเหมือน “เสี่ยใจปลาซิว” อายเขาเปล่าๆ ครับ
ภาณุมาศ ทักษณา



