ข่าว

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียน ปี 2553

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียน ปี 2553

14 ธ.ค. 2552

เป็นปีที่ห้าติดต่อกันแล้วที่ช่วงปลายปีต่อต้นปี จะมีการนำเสนอบทความสี่ตอน วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มของโลกในปีหน้า แบ่งออกเป็นภูมิภาคอาเซียน เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยบทความชิ้นนี้จะเป็นตอนแรกโดยประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของอาเซียนในปี 2553

การที่รัฐบาลเดโมแครตของสหรัฐ ให้ความสนใจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างออกนอกหน้าในปีที่กำลังจะผ่านไป เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการแข่งขันชิงกันเป็นเจ้าแห่งภูมิภาคระหว่างสหรัฐกับจีน ในปีนี้จะรุนแรงขึ้น ทั้งนี้การรับเอื้อประโยชน์จากสองมหาอำนาจมากขึ้นและผ่อนคลายความกดดันจากข้อจำกัดต่างๆ ที่รัฐบาลบุชเคยกะเกณฑ์ไว้นั้น น่าจะทำให้ประเทศในอาเซียนมีช่องทางดำเนินงานด้านความมั่นคงของตนอย่างเป็นอิสระมากขึ้น แต่ใช่ว่าจะไปได้สวยทุกประเทศ

 ที่น่าจะไปได้ดีคืออินโดนีเซีย ที่กำลังหมายมั่นการเป็นประเทศผู้นำเอเชียในระดับเดียวกับอินเดียหรือเกาหลีใต้ ประธานาธิบดี บังบัม ยุดโดโยโน กำลังสานต่องานที่เขาปูทางได้ดีตั้งแต่สมัยวาระแรก การที่มีรัฐมนตรีคลังมือดีทำให้เศรษฐกิจไม่เป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้าด้านความมั่นคงเหมือนชาติอื่น กอปรกับโอบามาและคลินตันให้ความสำคัญกับประเทศที่มีมุสลิมสายกลางมากที่สุดในโลกแห่งนี้เป็นพิเศษ อนาคตของอินโดนีเซียจึงสดใส เช่นเดียวกับเวียดนาม ที่งานใหญ่อย่างเจ้าภาพอาเซียนจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ประเทศฮึกเหิมทะยานไกลมากขึ้น ขณะที่ลาวและกัมพูชา ซึ่งได้อานิสงส์จากเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศดึงดูดการค้าการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดเสถียรภาพด้านความมั่นคงเป็นอย่างมาก

 ฟิลิปปินส์จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2553 ใครก็ตามที่มาดำรงตำแหน่งแทน กลอเรีย อาร์โรโย ยังต้องเผชิญกับปัญหาก่อการร้ายจากฝ่ายคอมมิวนิสต์และมุสลิมหัวรุนแรงอย่างหาทางออกไม่ได้ พม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ทั่วโลกจับตาว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2553 ได้สำเร็จหรือไม่ และฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังชนกลุ่มน้อยจะแบ่งสรรผลประโยชน์ลงตัวกับฝ่ายขุนศึกที่ต้องครองอำนาจต่ออย่างแน่นอนได้ลงตัวหรือไม่

 ประเทศที่ไปไม่สวย มีปัญหาภายในก็มักมีปัญหากับเพื่อนบ้าน จนต้องเจียดงบซื้ออาวุธไว้แข่งกัน  สิงคโปร์ที่มีเสถียรภาพทางการเมืองอาจประคองนาวาไปได้ ขณะที่มือดีอย่าง นาจิบ ราซัค ก็คงไม่ทำให้พรรคอัมโนต้องซวดเซมากกว่าที่เป็นในปี 2551 ส่วนที่อ่อนแอจนมองไม่เห็นฝั่งว่าจะสมานฉันท์พาชาติรอดได้อย่างไรก็ต้องยกให้แก่ไทยเราไปอีกปีล่ะครับ