
ไทยกวาดแล้ว29ทองขยับหนีห่างเวียดนาม
ทัพนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มอีก 9 เหรียญทอง รวม 29 เหรียญทอง ขยับหนีเวียดนาม ที่มีอยู่ 25 เหรียญทอง เพื่อชิงตำแหน่งเจ้าซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ยกน้ำหนักปิดท้ายทำเพิ่ม 3 ทอง รวม 4 ทอง 4 เงิน "เสธ.ยอด" รับตกเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ทอง ขณะที่ "เจมส์บอนด์" ณัฐพงษ์ เกษอินท
ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" รายงานความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 "เวียงจันทน์เกมส์" เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทยเริ่มขยับหนีในตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง หลังจากเก็บเพิ่มอีก 8 เหรียญทอง จาก ยกน้ำหนัก 3 เหรียญทอง, กรีฑา 3 เหรียญทอง และจักรยาน กับ ยิงปืนอย่างละ 1 เหรียญทอง ทำให้นำหน้า เวียดนาม ที่มี 25 เหรียญทองออกไปแล้ว โดยมีผลการแข่งขันดังนี้
ยกน้ำหนักทำเพิ่ม 3 ทอง
ยกน้ำหนัก มีชิง 4 เหรียญทอง รุ่น 85 กก.ชาย ไทยส่ง พิทยา ตีบนอก แชมป์เก่าลงป้องกันแชมป์ ผลปรากฏว่า พิทยา ฟอร์มยังเจ๋งยกท่าสแนทช์ได้ 150 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก 182 กก. น้ำหนักรวม 332 กก. คว้าเหรียญทองไปครองพร้อมทำลายสถิติซีเกมส์ในท่าสแนทช์ ที่นักกีฬาอินโดนีเซียเคยทำได้ 146 กก. เมื่อปี 2005
รุ่นน้ำหนักเกิน 69 กก.หญิง ไทยส่ง แอนนิภา มูลธาร์ ลงแข่งขัน สาวไทยทำได้ดีที่สุดแค่เหรียญเงิน โดยท่าสแนทช์ยกได้ 117 กก. คลีนแอนด์เจิร์กยกได้ 140 กก. น้ำหนักรวมได้ 257 กก. ขณะที่ ซาย ซาย ลัตต์ จากพม่ายกท่าสแนทช์ได้ 118 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์กได้ 143 กก. น้ำหนักรวมได้ 261 กก.คว้าเหรียญทองไปครอง
รุ่น 94 กก.ชาย สุทธิพร วัฒนากสิกรรม ซิวเหรียญทองพร้อมทำลายสถิติซีเกมส์ทุกท่า ท่าสแนทช์ยกได้ 168 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 192 กก. น้ำหนักรวม 360 กก. โดยท่าสแนทช์ทำลายสถิติเก่าของตัวเองถึง 12 กก.หลังจากเคยทำได้ 156 กก.ใน “นครราชสีมาเกมส์” ส่วนท่าคลีนแอนด์เจิร์กทำลายสถิติของ ขวัญชัย นุชพุ่ม ที่ทำไว้ 191 กก.ในซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ฟิลิปปินส์ 1 กก. และน้ำหนักรวมทำลายสถิติของตัวเอง 13 กก.หลังจากเคยทำได้ 347 กก.ที่โคราช
รุ่นน้ำหนักเกิน 94 กก.ชาย ขวัญชัย นุชพุ่ม แชมป์เก่า 2 สมัยคว้าเหรียญทองสุดท้ายให้ทีมยกน้ำหนักไทยได้สำเร็จ โดยท่าสแนทช์ยกได้ 155 กก. ท่าคลีนแอนด์เจิร์กยกได้ 190 กก. น้ำหนักรวมยกได้ 345 กก. ทำให้ทีมนักยกน้ำหนักไทยชุด “เวียงจันทน์เกมส์” คว้าไปทั้งหมด 4 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน
“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ประธานที่ปรึกษาสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทยกล่าวถึงผลงานของทีมไทยว่า สมาคมยกน้ำหนักตั้งเป้าไว้ 5 เหรียญทองขึ้นไป แต่ได้มาแค่ 4 เหรียญทองก็ต้องยอมรับว่าพลาดเป้า นักกีฬาบางรุ่นทำผลงานได้ไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามในการแข่งขันครั้งนี้แม้ว่าผลการแข่งขันไม่ดีแต่ในแง่ของมิตรภาพแล้วถือว่าได้มิตรประเทศมากขึ้น
“เจมส์บอนด์” เปิดซิงทองว่ายน้ำ
ว่ายน้ำ ชิง 6 เหรียญทอง ทัพฉลาม-เงือกไทย ที่แข่งมาตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม ยังไม่รู้จักคำว่าเหรียญทอง สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จในประเภทกบ 200 ม.ชาย จาก “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ ฉลามหนุ่มวัย 17 ปี เวลา 2.13.42 นาที ทำลายสถิติซีเกมส์ของ เอลวิน เชีย ของมาเลเซีย ที่ทำไว้ 2.15.62 นาที ส่วน วรวุฒิ อำไพวรรณ 2.17.72 นาที ได้ที่ 5
สำหรับผลประเภทอื่น ฟรีสไตล์ 50 ม.ชาย อาวุธ ชินนภาแสน สถิติ 22.75 วินาที ได้เหรียญเงิน, ฟรีสไตล์ 200 ม. หญิง “เงือกอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง สถิติ 2.01.65 นาที ได้เหรียญเงิน, ฤทัย สันทัดวัฒนา สถิติ 2.03.90 นาที ได้เหรียญทองแดง, ฟรีสไตล์ 1,500 ม. ชาย ปัญญาวีร์ สนทนา สถิติ 16.02.21 นาที ได้เหรียญทองแดง, ผลัดผสม 4x100 ม.หญิง ทีมไทย ทำสถิติ 4.19.89 นาที ได้เหรียญทองแดง และ กบ 200 ม. หญิง เพียงขวัญ ปะโวโพตะโก สถิติ 2.40.83 นาที ได้ที่ 5
มนฤดีป้องปั่นไทม์ไทรอัลหญิง
จักรยาน ชิง 2 ทอง ที่ลานหน้าวัดพระธาตุหลวง ประเภทไทม์ไทรอัลหญิง 30 กม.มีนักปั่นทั้งหมด 11 คน “น้องกอล์ฟ” มนฤดี ชาภูคำ แชมป์เก่าคว้าเหรียญทองมาครองได้อีกสมัย สถิติ 34.28.06 นาที โดยเหรียญเงินเป็นของ จันทร์เพ็ง นนทะสิน สาวไทยอีกคน สถิติ 35.06.84 นาที เหรียญทองแดง ไดนาห์ ชาน จากอินโดนีเซีย สถิติ 35.19.78 นาที ในขณะที่ประเภทไทม์ไทรอัลชาย 40 กม.นักปั่นไทยลงแข่งขัน 2 คน จากทั้งหมด 9 คน แต่ปรากฏว่าชวดทุกเหรียญ โดย ประจักษ์ มหาวงษ์ สถิติ 1.02.53 ชม. ได้ที่ 4 และภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ สถิติ 1.03.50 ชม. ได้ที่ 5
มนฤดี กล่าวว่า ดีใจมากที่ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และพอใจกับสถิติที่ทำได้ เหรียญทองนี้ได้มาเพราะความร่วมมือร่วมใจของทีม ที่ช่วยให้ตนเองมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ไม่เจ็บป่วย ทำให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ ถือว่าโชคก็มีส่วนด้วยเพราะทุกอย่างเป็นใจหมด กลับบ้านครั้งนี้ก็ตั้งใจจะปลูกต้นไม้ 9 ต้นที่บ้าน และจะดูแลให้มีความสวยงาม เพราะหลายปีที่ผ่านมา ได้บนบานก่อนการแข่งขันมาทุกอย่างแล้ว เลยอยากจะบนแปลกๆ บ้าง
“เสธ.หมึก” พล.ต.เดชา เหมกระศรี เลขาธิการสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่า ไรอัน อารีฮาน จากอินโดนีเซีย เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง มีการสปรินท์ที่ดีมาก ประกอบกับเส้นทางที่ลาวนั้นไม่มีทางขึ้นเขา ทำให้ได้เปรียบมาก การพลาดเหรียญทองประเภทไทม์ไทรอัลชายนั้น ถือว่าผิดความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม 2 เหรียญทองที่ทำได้แล้ว ก็น่าพอใจ ซึ่งยังเหลือลุ้นจากประเภท แมทสตาร์ท ชายและหญิง โดยหลังการแข่งขันวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ทีมจักรยานทั้งหมดจะวิ่งแก้บนรอบอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช บริเวณพระธาตุหลวง 9 รอบ
ทีมปืนยาว 3 ท่าหญิงคว้าทอง
ยิงปืน ชิง 4 ทอง ปืนยาว 3 ท่า 50 ม.ทีมหญิง ทีมไทยประกอบด้วย สุนันทา มัจฉาชีพ, ศศิธร หงษ์ประเสริฐ และสิริจิตร คงนิล ช่วยกันยิงได้ 1,725 คะแนน คว้าเหรียญทองมาครอง เหรียญเงิน สิงคโปร์ 1,717 คะแนน เหรียญทองแดง มาเลเซีย 1,702 คะแนน ในขณะที่ประเภทบุคคล สุนันทา ยิงได้ 677.60 คะแนน เท่ากับ เซียง เหว่ย เซอร์ จากสิงคโปร์ ต้องชู้ตออฟ ก่อนสาวไทยจะแพ้ ได้แค่เหรียญเงินอย่างน่าเสียดาย
ส่วนประเภทเป้าเคลื่อนที่ ทีมชาย ทีมไทยประกอบด้วย วิษณุ กล่อมใจ, มงคลชัย มีชู และ สารมนต์ เจรียงจิต ยิงได้ 1,605 คะแนน ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ได้แก่ เวียดนาม 1,674 คะแนน เหรียญทองแดง อินโดนีเซีย 1,579 คะแนน
เทนนิสประเดิมชัยศึกคู่
"เจ้าปิ๊ก" ดนัย อุดมโชค นักหวดมือ 1 ไทย จับคู่ "เจ้าพ้ง" กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ ประเดิมชัยในประเภทชายคู่ รอบแรก เทนนิสซีเกมส์ ครั้งที่ 25 หลังเอาชนะ บัน เคนนี และ ทาน นีซาน จากกัมพูชา 2-0 เซต 6-2, 6-2 ผ่านเข้ารอบสองต่อไป เช่นเดียวกับประเภทหญิงคู่ "น้องแจน" สุชานัน วิรัชประเสริฐ และ "น้องจูน" ณัฐนิดา หลวงแนม เอาชนะ อเดลลี โบอี้ และ ชู ลิน ยี จากมาเลเซีย 2-0 เซต 6-0, 6-1
หวายทีมเดี่ยวซิวชัย 2 นัดติด
เซปักตะกร้อทีมเดี่ยว ทีมชาย หลังจากคว้าเหรียญทองประเภททีมชุดมาแล้ว ช่วงเช้าเจอกับ มาเลเซีย คู่ปรับจากรอบชิงประเภททีม ก่อนทีมไทยส่งเกรียงไกร แก้วเมียน, ภัทรพงศ์ ยุพดี และอนุวัฒน์ ชัยชนะ เอาชนะ 2-0 เซต 21-13, 21-11 จากนั้นในช่วงบ่ายไล่ต้อน ฟิลิปปินส์ 2-0 เซต 21-5 และ 21-10 คว้าชัย 2 นัดติด โดย นายกมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกล่าวว่า ทีมมีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บอยู่บ้าง จึงต้องจัดตัวผู้เล่นที่สมบูรณ์ที่สุดลงสนาม โดยยังมี “โจ้หลังเท้า” สืบศักดิ์ ผันสืบ คอยเสียบแทนได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์คับขัน ซึ่งต้องยอมรับว่า นักเตะดาวรุ่งทำผลงานได้ดีแม้จะเจอกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างมาเลเซียก็ตาม
ส่วนประเภททีมเดี่ยวหญิง ทีมไทยประกอบด้วย พิกุล สีดำ, จิรัตติกา หึกขุนทด และ อารีรัตน์ ตาขัน เอาชนะ อินโดนีเซีย 2-0 เซต 21-13, 21-12
เตะขนไก่คว้า 2 เหรียญเงิน
กีฬาเตะลูกขนไก่ หรือชัตเติลค็อก เป็นการแข่งขันแบบพบกันหมด ปรากฏว่า ทีมไทยเก็บได้ 2 เหรียญเงิน จากชายเดี่ยว อภิศักดิ์ สาระชอน เหรียญทองเป็นของ ลาว และหญิงเดี่ยว จินดามนต์ กูโคกกรวด เหรียญทองเป็นของ เวียดนาม
กระโดดน้ำได้ทองแดงหญิงคู่
กระโดดน้ำชิง 2 เหรียญทอง ทีมไทยคว้ามาได้อีก 1 เหรียญทองแดง จากประเภทแพลตฟอร์ม 10 เมตร หญิงคู่ สุธีนุช ผุศดี กับ สุขฤทัย ธรรมโอรส ทำได้ 225.42 คะแนน เหรียญทอง มาเลเซีย 300.84 ส่วนสปริงบอร์ด 3 เมตร ชายคู่ สุชาติ พิชิ กับ สาธิต ธรรมโอรส ทำได้ 293.25 คะแนน ได้อันดับ 5 เหรียญทอง มาเลเซีย 406.32 คะแนน
ตบสาวเสียเซตให้ญวน
วอลเลย์บอล เป็นการเล่นรอบแรก ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติลาว ในประเภทหญิง ทีมชาติไทยชุดแชมป์เอเชีย ลงสนามนัดที่ 2 พบกับ เวียดนาม หลังจากนัดแรกชนะลาว 3-0 เซต แมทช์นี้นักตบสาวไทยเปิดฉากเอาชนะไปได้ก่อน 25-21 แต่ในเซตที่ 2 กลับเล่นเสียเองบ่อยครั้งทำให้พ่ายไป 24-26 เซตต่อมาทีมไทยออกตัวนำถึง 7-0 ก่อนชนะ 25-10 และเซตที่ 4 แม้ว่านักตบเวียดนามจะเป็นฝ่ายออกนำ แต่สุดท้ายทีมไทยแซงหน้าเอาชนะไปในที่สุด 3-1 เซต 25-21, 24-26, 25-10 และ 25-21 คว้าชัยชนะ 2 นัดติด
ตบชายหาดชนะรวด
วอลเลย์บอลชายหาด เป็นการเล่นรอบแรกนัดที่ 3 ประเภทชาย สาย ซี จ.ต.สิทธิชัย สังขโชติ-ประทีป สุขโต (ไทย 2) ชนะ ติมอร์ 1 (21-15, 21-8) ชาย เอ จ.อ.กิตติพัทธ์ ยังถิ่น-จ.อ.สถาพร สว่างเรือง (ไทย 1) แชมป์เก่า ชนะ อินโดนีเซีย 2 (21-15, 18-21, 13-15) ประเภททีมหญิง สาย เอ กมลทิพย์ กุลนา-ยุพา ภูครองพลอย (ไทย 1) แชมป์เก่า ชนะ ลาว 2 (21-10, 21-16) สายบี จารุณี สารนอก-อุษา เต็นปักษี (ไทย 2) ชนะ อินโดนีเซีย 2 (21-16, 21-10) ทำให้ทีมลูกยางชายหาดไทยยังไม่แพ้ใคร
วศินนำเดี่ยวสวิงบุคคล
การแข่งขันกอล์ฟ ในประเภทบุคลชาย เป็นการเล่นรอบ 3 วศิน ศรีภัทรานุศรน์ ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208 นำเดี่ยว โดยมี ธันยากร ครองผา ที่ทำ 1 อันเดอร์พาร์เท่ากัน ไล่หลัง 1 แต้ม และ โจนาธาน หลง ของสิงคโปร์ ตี 1 โอเวอร์พาร์ รวม 6 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ประเภททีม นักกอล์ฟไทยนำเป็นจ่าฝูงเช่นกัน หลังทำ 635 ตามมาด้วย สิงคโปร์ 636 และฟิลิปินส์ 637
วูซูพ่ายเจ้าภาพเรียบ
วูซู ประเภทต่อสู้ เป็นการเล่นรอบก่อนรองชนะเลิศ รุ่น 48 กก.ชาย ต้อม สืบสงัด แพ้ แสงทะวีไส จันทะสอน จากลาว และรุ่น 52 กก.ชาย ขวัญยืน จันทรา แพ้ คำหล้า สุขะฟน จากลาว
"พิมล" ลุยล่าทองยูธอลป.-อชก.ต่อ
ส่วนเทควันโดที่ประสบความสำเร็จคว้ามา 6 ทอง 3 เงิน และ 4 ทองแดง จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้แค่ 3 เหรียญทองเท่านั้น แถมยังครองอันดับ 1 ตารางคะแนนเหรียญรวมไปครองอีกด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา นักกีฬาทั้งหมดได้เดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว โดยมี "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย และ "บิ๊กชา" ปรีชา ต่อตระกูล ประธานคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติต้อนรับ
ผศ.พิมลเปิดเผยว่า ดีใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่าเกินคาดที่ตั้งใจไว้มาก โดยเฉพาะประเภทต่อสู้ที่ส่งไปทั้ง 10 คนคว้าเหรียญกลับมาได้ทั้งหมด แต่ก็อย่ามองข้าม เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และลาว พัฒนาดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่กวางโจว ประเทศจีนปี 2553 เป็นเจ้าภาพ เราจะต้องพบกับชาติเหล่านี้แน่ นอกเหนือจาก เกาหลีใต้ จีน และอิหร่าน ที่เป็นคู่ปรับสำคัญกับเรามาตลอด จากนี้ไปสมาคมจะมองเป้าไปที่ "กวางโจวเกมส์" และศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 2010 ซึ่งจะมีการคัดเลือกเพื่อหานักกีฬาเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายปีหน้าที่ประเทศเม็กซิโก โดยสมาคมตั้งเป้าเอาไว้ว่า จะต้องคว้าตั๋วเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายให้มากที่สุด เพื่อโอกาสและความหวังในการลุ้นเหรียญทองของนักกีฬาไทย
เทควันโดปิดแคมป์เปิดปีหน้า
ขณะที่ "บิ๊กชา" ปรีชา ต่อตระกูล ประธานคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติไทย กล่าวว่า จากนี้ไปสมาคมจะปิดแคมป์เพื่อให้นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บได้พักรักษาตัว จากนั้นกลางเดือนมกราคมปี 2553 จะเปิดแคมป์ให้เก็บตัวฝึกซ้อมต่อเพื่อมุ่งเป้าไปที่เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 และยูธโอลิมปิกต่อ เพราะนักเทควันโดไทยมีโอกาสที่จะคว้าเหรียญทองทั้ง 2 รายการได้ แต่ต้องมีการวางระบบต่างๆ ให้ดีกว่านี้ แม้ว่า ซีเกมส์ที่ผ่านมาเราจะประสบผลสำเร็จเกินเป้าก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดรายละเอียดต่างๆ ที่มองข้ามไม่ได้ ยิ่ง 2 นักกีฬาความหวังอย่าง นาชา ปั้นทอง กับ ชลนภัส เปรมแหวว ที่พลาดท่าไม่มีเหรียญทองก็ต้องกลับมาทบทวนกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้นักกีฬารุ่นใหม่อย่าง "น้องจูน" วรวงษ์ พงษ์พานิช ก็มีแววดีที่จะขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ได้อย่างสบาย



