ข่าว

พลุเฉลิมพระเกียรติในหลวงสว่างไสวทั่วฟ้า

พลุเฉลิมพระเกียรติในหลวงสว่างไสวทั่วฟ้า

14 ธ.ค. 2552

สุดอลังการ 4 ประเทศรวมใจจุดพลุเทิดพระเกียรติ "ในหลวง" ประชาชนนับแสนแห่ชมแน่นขนัดสว่างไสวทั่งเมืองทองธานี เผยสุดวิจิตรตระการตาบนท้องฟ้าตัวเลข 82 พรรษา สีทองสว่างจ้า

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการ สำหรับ "งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บามีศรีแผ่นดิน" ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมกันถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมี 4 ประเทศที่เข้าร่วมงาน ได้แก่ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และชมรมพลุไทย ประเทศไทย ร่วมกันสร้างสรรค์ให้น่านฟ้าริมทะเลสาบ เมืองทองธานี สว่างไสวเจิดจรัสไปด้วยพลุกว่า 2 หมื่นลูก

 เมื่อเวลา 19.05 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว โดย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนกลาโหม และเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการการจัดงาน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า กระทรวงกลาโหมได้ร่วมกับหน่วยงานเอกชนจัดงานแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความจงรักภักดี และแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหาการุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของปวงชนชาวไทยทุกคน สำหรับกิจกรรมการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้จะจัดต่อเนื่องไปจนถึงพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 โดยกระทรวงกลาโหมมีความมุ่งมั่นที่จะให้เป็นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติที่มีความยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 หลังจากชมการแสดงวีดิทัศน์เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับคณะผู้จัดงาน จึงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดการแสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มด้วยการแสดงพลุปฐมฤกษ์ชื่อชุด "ปฐมฤกษ์เบิกฟ้า มหาราชาในดวงใจ" ต่อด้วย "ธ จอมไทย เกริกไกร ทั่วทิศ" จากนั้นจึงเป็นการแสดงพลุ "พระร่มโพธิ์เพชรปกเกล้า ร่มเย็นทั่วแคว้น แดนสยาม" และปิดท้ายด้วย "เก็จแก้วแพรวนภาทั่วหล้า เทิดไท้องค์ราชัน" โดยไฮไลท์อยู่ที่พลุตัวเลข 82 พรรษา ตามพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลุชุดรูปหัวใจอันเป็นสัญลักษณ์ของหัวใจพสกนิกรชาวไทยที่มีแต่ความจงรักภักดี รวมทั้งการจุดพลุขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีขนาดยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร และใช้ระยะเวลาการจุดที่ยาวนานที่สุด กว่าหนึ่งชั่วโมงสว่างไสวทั่วน่านฟ้าริมทะเลสาบเมืองทองธานี

 สำหรับบรรยากาศบริเวณริมสระน้ำ เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่เพื่อเตรียมรับชมความงามของพลุนานาชาติกันอย่างไม่ขาดสาย นอกจากทุกคนจะได้ชมความอลังการของการแสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติแล้ว ภายในงานยังประกอบไปด้วยนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซุ้มต้นโพธิ์ทองที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนเขียนถวายพระพรลงในใบโพธิ์ทอง โดยหลังเสร็จสิ้นงานจะนำใบโพธิ์ทองเหล่านี้ไปหลอมรวมเป็นพระพุทธรูป แล้วนำไปบริจาคตามวัดต่างๆ ในต่างจังหวัด การแสดงดนตรีจากศิลปินค่ายต่างๆ การแสดงวงดนตรีออเคสตราจาก 4 เหล่า การแสดงวงโยธาทิต การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าราคาถูก ฯลฯ

 กระทั่งเวลา 18.05 น. เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ประชาชนที่ไม่มีบัตรสามารถเข้าชมการแสดงพลุนานาชาติ มีประชาชนนับแสนคนวิ่งเข้ามาจับจองพื้นที่โดยรอบบริเวณสถานที่จัดงาน และโดบรอบริมสระน้ำกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งส่วนมากเดินทางกันมาเป็นครอบครัว พร้อมกับพกพากล้องบันทึกภาพทั้งแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเพื่อบันทึกความยิ่งใหญ่ของพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ในขณะที่บางครอบครัวยึดพื้นที่บริเวณถนนโดยรอบเมืองทองธานี เพื่อนั่งชมการจุดพลุ ส่งผลให้การจราจรทั้งบริเวณภายในและภายนอกเมืองทองธานีติดขัดไปตามๆ กัน

 ด้านนางสมใจ เชื้อดี อายุ 62 ปี อาชีพค้าขาย เดินทางมาพร้อมพี่สาวคือ นางเตือนใจ เชื้อดี จากบ้านพักย่านหนองแขมมาถึงบริเวณงานตั้งแต่เวลา 15.00 น. กล่าวว่า ตั้งแต่รู้ข่าวว่าจะมีการจุดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะมาดูด้วยตาตัวเอง เพราะอายุมากแล้วอยากจะมีโอกาสได้เห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง จึงชักชวนพี่สาวมาดูด้วยกัน แม้ลูกๆ จะห้ามให้มาเพราะเกรงว่าจะเดินทางลำบากก็ตาม

 ส่วนนางวันดี ลูกรักษ์ วัย 87 ปี อาชีพแม่บ้าน มาจากบ้านย่านตลิ่งชัน พร้อมกับลูกหลานรวม 7 คน กล่าวว่า ตั้งแต่รู้ว่าจะมีการจุดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ตั้งใจเดินทางมาดูทันที และปกติไม่ว่าจะมีการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถที่ไหน ลูกๆ ก็มักจะพาไปร่วมงานด้วยทุกครั้ง 

 สำหรับการแสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เป็นการแสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติประกอบกับดนตรีเพื่อถวายความจงรักภักดีจากนานาประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 4 องก์ คือ องก์ที่ 1 "ปฐมฤกษ์เบิกฟ้า มหาราชาในดวงใจ" โดย Glorious จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยลักษณะของพลุจะวาดสีสันบนท้องฟ้าด้วยสีของธงชาติไทย คือ แดง ขาว และน้ำเงิน โดยรวมจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข และเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา บนท้องฟ้าจะถูกแต่งแต้มด้วยเลข 8 และ 2 สีทองประกายสว่างระยิบระยับ พร้อมกับพลุภาพรอยยิ้ม และพลุที่ดูเหมือนมีชีวิตชีวา ราวกับการเต้นรำเพื่อแสดงความยินดีของพสกนิกรทุกคน

 ส่วนองก์ที่ 2 "ธ จอมไทย เกริกไกร ทั่วทิศ” โดย Yamazaki จากประเทศญี่ปุ่น ลักษณะของพลุจะอ่อนช้อยแบบญี่ปุ่น พลุสีเหลืองนับหมื่นประกายแสดงถึงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองในวาระอันสำคัญยิ่งนี้ การแสดงพลุจะเป็นแบบต่อเนื่องเพื่อส่งต่อสันติภาพไปทุกๆ มุมโลก ผ่านพลุรูปหัวใจตระการตา

 ขณะที่องก์ที่ 3 "พระร่มโพธิ์เพชรปกเกล้า ร่มเย็นทั่วแคว้น แดนสยาม” จัดแสดงโดยชมรมพลุแห่งประเทศไทย ลักษณะของพลุที่จุดจะมีเสียงดังกระหึ่มกึกก้อง ประหนึ่งมโหรีประโคมในงานพระราชพิธี  และองก์ที่ 4 "เก็จแก้วแพรวนภาทั่วหล้า เทิดไท้องค์ราชัน” โดย Nico จากประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยเป็นพลุที่แสดงถึงจินตภาพที่ล้วนแต่เป็นความยินดีและการเฉลิมฉลองถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแสดงพลุองก์นี้เป็นการแตกตัวเป็นรูปพัดจากหลากหลายตำแหน่งบนท้องฟ้า ก่อนจะปิดงานแสดงพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติด้วยพลุดอกไม้ชุดใหญ่ เบ่งบาน ตระการตาพร้อมกับพลุสีเงินดวงใหญ่เป็นการส่งท้าย