
นายกฯ"อภิสิทธิ์"ยันไม่กังวลลงพื้นที่ลพบุรีเสาร์นี้
นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ไม่กังวลลงพื้นที่ลพบุรีเสาร์นี้เชื่อเจ้าหน้าที่ดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้
(6มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเตรียมวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารถึง 1,500 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยให้นายกรัฐมนตรีในการลงพื้นที่จังหวัดลพบุรีในวันที่ 7 มีนาคมนี้ว่า ยังไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไรแต่ทราบว่าจะมีกิจกรรมของกลุ่มที่คัดค้านรัฐบาลอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่คงเพียงแต่ดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงหรือการปะทะกันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากถึงขนาดนี้เลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ผู้ปฏิบัติที่เป็นคนดำเนินการพิจารณาว่าอะไรคือความเหมาะสม โดยตนต้องการให้งานเป็นไปตามวัตถุประสงค์คือได้พบปะประชาชนตามปกติ ขณะเดียวกันก็ไม่ให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้น
“ การลงพื้นที่ครั้งนี้ผมไม่มีความกังวลอะไรและมีความมั่นใจเพราะคิดว่าไปทำหน้าที่ไปทำงานตามปกติ ส่วนจะมีใครไปทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอะไร เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเตรียมตั้งจุดสกัดเพื่อไม่ให้คนนอกพื้นที่เข้ามาร่วมชุมนุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ปฏิบัติคงดูแลให้เกิดความเรียบร้อยและคงพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูและสถานการณ์ได้จะเปลี่ยนคนที่มีประสิทธิภาพเข้าไปทำหน้าที่แทน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่หรอก เป็นธรรมดาของหน่วยงานและองค์กรที่การทำงานต้องขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ และตนคิดว่าอย่าเพิ่มไปสรุปว่าเป็นคำขู่หรือว่าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเป็นอย่างนี้ โดยในทางปฏิบัติหน้าที่และภารกิจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละองค์กรรวมถึงรัฐบาล ก็จะต้องมีผลงานในการที่จะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนจะเป็นการพูดในลักษณะปูพรมว่าถ้าข้าราชการคนใดเข้าข้างอำนาจเก่าอาจมีปัญหา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความจริงขณะนี้แนวทางของรัฐบาลก็คือ ตนและรัฐมนตรีทุกคนต้องการไปให้ครบทั่วถึงทุกจังหวัด
ผู้สื่ข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยโจมตีว่าการลงพื้นที่ของรัฐบาลเพื่อวางรากฐานในการหาเสียงล่วงหน้า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นการทำงานเพื่อจะให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วง 2 เดือนมีนโยบายและมาตรการใหม่ ๆ ออกมามาก ซึ่งเท่าที่ฟังเสียงจาก ส.ส.และประชาชนก็พบว่า ยังมีความสับสนและความไม่เข้าใจ เพราะบางครั้งเขาก็รับฟังนโยบายรัฐบาลผ่านสื่อโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่พอไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่กลับเป็นไปอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น การลงพื้นที่ก็ต้องการไปสัมผัสข้อเท็จจริงและเสียงสะท้อนเพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป



