ข่าว

ก๊าซแอมโมเนียรั่วนร.นับร้อยถูกห้ามส่งรพ.

ก๊าซแอมโมเนียรั่วนร.นับร้อยถูกห้ามส่งรพ.

13 ธ.ค. 2552

ก๊าซแอมโมเนียรั่วจากโรงงานน้ำแข็ง เอ็ม.พี.กลางดึก นร.ครึ่งพันเข้าค่ายต้นกล้าวัดกลางแตกตื่นหนีตายอลหม่าน ด้านเจ้าของโรงงานรับเกิดจากความร้อนของการผลิต รับภายใน 7 วันปรับปรุงแก้ไข

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. พ.ต.ท.ทัศน์    สุระนาค สารวัตรเวร สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งมีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากโรงงานน้ำแข็งมิตรภาพขอนแก่น หรือ โรงน้ำแข็ง เอ็ม.พี. ส่งผลให้เด็กนักเรียนที่มาเข้าค่ายต้นกล้าวัดกลาง โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง เขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 334 คน และพี่เลี้ยงอีกจำนวน 95 คน ต้องหลบหนีกันอลหม่านเป็นเหตุให้เด็กมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแจ้งหน่วยกู้ชีพจาก รพ.ขอนแก่น,รพ.ศรีนครินทร์ และรพ.ราชพฤกษ์ นำตัวนักเรียนที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ แสบตา และเป็นลม ส่งโรงพยาบาล

 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียน กว่า 400 คน พากันอพยพออกจากโรงเรียน เดินเท้าไปที่สนามกีฬากลาง เพื่อเลี่ยงการสูดก๊าซแอมโมเนีย ที่รั่วออกมาจากโรงงานน้ำแข็งดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศของความชุลมุนวุ่นวาย ก็มีนักเรียนเป็นลม หน้ามืด ล้มลงเป็นจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ต่างเร่งนำตัวผู้ป่วย จำนวนกว่า 100 รายส่งโรงพยาบาลทันที

จากการสอบถามนายวงศกร เจริญศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงในโครงการเข้าค่ายต้นกล้าวัดกลาง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและกลุ่มพี่เลี้ยงในโครงการ ประมาณ 10 คน ได้นั่งประชุมกันที่หอประชุมอเนกประสงค์ของโรงเรียน ซึ่งอยู่ติดกับรั้วของโรงงานน้ำแข็งดังกล่าว เพื่อสรุปบทเรียนในการเข้าค่ายในครั้งนี้ และเป็นการเตรียมค่ายสำหรับวันรุ่งขึ้น แต่แล้วจู่ๆ ตนเกิดได้กลิ่นแสบๆ ลอยเข้าจมูก โดยตนทราบทันทีว่า เป็นกลิ่นแอมโมเนีย ที่รั่วออกมาจากโรงงานน้ำแข็ง ตน และเพื่อนๆ จึงรีบขึ้นไปปลุกน้องๆ ที่นอนหลับอยู่บนอาคารเรียนติดกันให้รีบพากันอพยพทันที

นายณัฐวุฒิ กันหากูล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พี่เลี้ยงของโครงการฯ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนๆ พี่เลี้ยง นั่งทานอาหารค่ำที่บริเวณกลางสนามฟุตบอล ตั้งอยู่ไม่ห่างจากอาคารอเนกประสงค์มากนัก จู่ๆ ได้กลิ่นแสบจมูกลอยมา สักพักก็มีน้ำตาไหล รู้สึกคลื่นไส้ ซึ่งตนมั่นใจว่า ก๊าซแอมโมเนียรั่วจากโรงงานน้ำแข็งอย่างแน่นอน จึงรีบไปบอกอาจารย์ และน้องๆ ทันที โดยปกติแล้วการประชุมสรุปผลโครงการรายวัน จะทำกันภายในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ แต่คืนนี้ อากาศดีจึงออกมานั่งประชุมที่อาคารอเนกประสงค์ ทำให้ได้กลิ่นอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์อาจรุนแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้

"ผมอยากให้ครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้าย เพราะทราบมาว่า เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันมาแล้ว เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งผมอยากให้ผู้ใหญ่ออกมาตรการควบคุมปัญหาดังกล่าวให้กับพวกเราด้วย" นายณัฐวุฒิ กล่าว

ด้านนายธนาวิจก์ โถตบุตร อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง เปิดเผยว่า ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายต้นกล้า เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อขัดเกลา อบรมบ่มนิสัยให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการเปิดโอกาสให้รุ่นพี่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมด้วย สำหรับนักเรียนชั้น ม.1 ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 371 คน และมีนักเรียนรุ่นพี่อีกประมาณ 150 คน ร่วมเข้าค่าย และพักภายในโรงเรียน ซึ่งคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

"จากระยะเวลาที่ผมทำงานอยู่โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง มาเกือบ 10 ปี พบว่า เหตุครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ช่วงเวลาบ่าย 2 โมง ก็สร้างความโกลาหลเป็นอันมาก ผมอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหามาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาวเสียที อาจจะเป็นการซื้อที่ดินของโรงงาน เพื่อทำเป็นสนามฟุตบอลก็ได้ จะได้ไม่เกิดปัญหาเหล่านี้อีก" นายธนาวิจก์ กล่าว

ทางด้านนายชูเกียรติ  เหลืองอุบล ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง กล่าวว่า ทางสภานักเรียนได้จัดโครงการต้นกล้าวัดกลาง ระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. โดยให้นักเรียนมาเข้าค่ายที่โรงเรียน ซึ่งจะมีกิจกรรมเข้าค่ายเตรียมความพร้อมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปี 1 ซึ่งเมื่อเวลา 24.30 น. ขณะที่รุ่นพี่มีการประชุมเพื่อสรุปการจัดกิจกรรมบริเวณโรงยิม ก็ได้กลิ่นเหม็นก๊าซแอมโนเนียขึ้น จึงได้แยกกันไปปลุกรุ่นน้องที่พักอยู่ที่อาคารเรียนที่ 2 และอาคาร 5 ให้หลบหนี  ออกจากอาคารเรียน ส่งผลให้เด็กนักเรียนมีอากาคลื่นไส้อาเจียน แสบตา เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเร่งนำเด็กส่งรพ.จำนวนกว่า 100 คน ส่วนนักเรียนที่เหลือคณะครูและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการอพยพไปอยู่ที่โรงยิม โรงเรียนแก่นนครวิทยายน ซึ่งตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร
 
 นายชูเกียรติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในรอบ 8 ปี โรงงานน้ำแข็งแห่งนี้เคยเกิดเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ทำให้เด็กนักเรียนได้รับความเดือดร้อนมาก จึงต้องการให้ทางโรงงานน้ำแข็งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ก็จะเกิดขึ้นซ้ำซาก จนผู้ปกครองหวาดกลัว
 
 ขณะนี้เด็กนักเรียนจำนวนกว่า 100 คน ที่พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว โดยมีผู้ปกครองมารอรับ ส่วนนักเรียนที่อพยพไปอยู่ที่โรงยิม โรงเรียนแก่นนครวิทยายน ได้เคลื่อนย้ายกลับมาอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลวัดกลางแล้ว และเด็กทุกคนปลอดภัยดี ไม่มีเด็กคนไหนได้รับอันตราย
 
 ด้านนายธนสิน  อุ่นสากล อายุ 32 ปี หุ้นส่วนผู้จัดการโรงงานน้ำแข็งมิตรภาพขอนแก่น กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของเครื่องจักรที่เกิดความร้อนในการส่งก๊าซแอมโมเนียเข้าไปทำความเย็น แต่เมื่อเกิดความร้อนมากก็จะทำให้วาล์วออโตเมติกเปิดแล้วจะไหลมาที่ท่อน้ำที่ใช้สำหรับดักก๊าซเอาไว้ แต่ด้วยที่ปริมาณบ่อกักน้ำมีขนาดเล็กจึงทำให้ก๊าซส่งกลิ่นเหม็นออกมาประมาณ 5 นาที ทางพนักงานก็รีบปิดวาล์ว ทำให้สามารถควบคุมกลิ่นไว้ได้ แต่ขณะที่ก๊าซรั่วนั้นอยู่ในช่วงที่อากาศหนาว อีกทั้งลมยังพัดไปในทิศทางของรงเรียน ทำให้ก๊าซละเหยช้า จนเป็นเหตุให้เด็กได้รับผลกระทบจากกลิ่น ดังนั้นเรื่องนี้ภายใน 7 วัน ทางโรงงานจะมีการนำท่อก๊าซลงสู่บ่อน้ำขนาดใหญ่เพื่อกำจัดกลิ่นได้ดีขึ้น
 
 นายธวัชชัย  รื่นรมย์ศิริ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า ทางเทศบาลนครขอนแก่นได้มีการตรวจสอบโรงงานน้ำแข็งแล้วและในวันที่ 14 ธ.ค. นี้จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงานไม่ให้มีกลิ่นรั่วไหลออกมา จนส่งผลกระทบกับเด็กนักเรียน เพราะที่ผ่านมาในรอบ 8 ปี โรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 ครั้ง ดังนั้นจึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย