
"มาร์ค"ยันไม่มีคนไทยพันเครื่องบินขนอาวุธ
"นายกฯ" ระบุ เครื่องบินและคนที่ขนอาวุธสงครามแวะมาไทย จะต้องดำเนินตามกม.ไทย เตรียมประสานยูเอ็น. และประเทศที่เกี่ยวข้อง ยันงานนี้ไม่มีคนไทยเกี่ยวข้อง เผย ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางของอาวุธทั้งจะไปลงที่ใด ลั่นการดำเนินการทุกอย่างยึดหลักสากล
(13ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องจับเครื่องบินขนอาวุธ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ว่า ต้องดำเนินการตามข้อมติของสหประชาชาติ กับกฎหมายภายในของเรา ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนก็คืบหน้าไปพอสมควร เพราะฉะนั้นการตั้งข้อหาต่างๆ ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อยเร็วๆ นี้ ส่วนของกลางจะต้องตรวจสอบในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร เพราะแนวปฏิบัติตามหลักสากล ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของสิ่งของขณะนี้ก็คิดว่า เดินทางตามขั้นตอนของสหประชาชาติ และกฎหมายภายในอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า ในส่วนของผู้ต้องหาเราจะดำเนินคดีในประเทศ ไม่มีการส่งตัวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ เพราะถือว่า เป็นความผิดที่เกิดขึ้นที่นี่ในเรื่องการครอบครองสิ่งของซึ่งไม่ได้สำแดง และเป็นอาวุธ เมื่อถามต่อว่า ในส่วนของข้อหาที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งนั้น จะมีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามทางเจ้าหน้าที่ แต่หลักคือว่าเครื่องบินที่เข้ามานั้นสำแดงเท็จ เพราะสิ่งที่แจ้งกลับของที่ตรวจพบนั้น ไม่ตรงกัน และสิ่งที่เราตรวจพบ ก็เป็นอาวุธ ซึ่งก็ต้องมีความผิดด้วย
เมื่อต่อถามว่า สรุปแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ข่าวที่ออกมา ค่อนข้างสับสน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้ลงจอดเมื่อวันศุกร์ ก็มีเบาะแส และมีการทำงานทางการข่าวร่วมกันว่า เครื่องบินลำนี้ต้องสงสัย ดังนั้นเมื่อมาจอดเติมน้ำมัน ก็ได้มีการเข้าไปตรวจค้น และก็เจออาวุธ
เมื่อถามว่า สรุปคือเราได้รับแจ้งข้อมูลจากตำรวจสหรัฐอเมริกาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำงานร่วมกันกับประเทศอื่นๆ ก็ได้รับข่าวสารมา ส่วนจะแจ้งมาเรื่องอะไรนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่ตนรับทราบล่วงหน้าอยู่เล็กน้อยว่าจากการข่าวร่วม อาจจะมีกรณีนี้เกิดขึ้น ก็ให้ดำเนินการตามมติของสหประชาชาติ และกฎหมายภายในของเรา
เมื่อถามว่า ตกลงปลายทางเขาจะเดินทางไปที่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบคือว่า เนื่องจากเครื่องบินขอนอาวุธมาหนักมาก จึงต้องเติมน้ำมันเป็นระยะ ๆ ดังนั้นเข้าใจว่าจุดต่อไปเขาจะไปเติมน้ำมันต่อที่ศรีลังกา ส่วนปลายทางว่าจะไปต่อที่ไหนนั้น เราไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่า อาวุธที่มีในเครื่องนั้น มีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชี้แจง โดยขณะนี้เรายึดของกลางเอาไว้ และจากนั้นก็จะมีขึ้นตอน ที่เป็นข้อกำหนดอยู่ เช่น อาวุธบางประเภทก็ต้องทำลายทิ้งไป
เมื่อถามอีกว่า ทางสหรัฐอเมริกา ได้ขอให้เราทำอะไรต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เพราะทุกอย่างเราทำตามหลักสากล เมื่อถามว่า ยังต้องมีประเทศอื่น ที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีนี้อีกหรือไม่ นายกน กล่าวว่า ขณะนี้ หากมีการดำเนินคดี เราจะต้องแจ้งให้ทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น คนที่ถูกจับสัญชาติอะไร ตัวเครื่องบินจดทะเบียนที่ไหน คนที่เป็นเจ้าของสินค้า ก็ต้องแจ้งประเทศเหล่านั้นทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ มี 3 - 4 ประเทศ ที่เราต้องแจ้งไป
เมื่อถามว่า ตกลงสัญชาติของคนที่ขนอาวุธมานั้น เป็นคนสัญชาติอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของสินค้าเป็นของบริษัท เกาหลี ส่วนคนเป็นสัญชาติ เบลารุส และ คาซัสสถาน ส่วนเครื่องบิน เป็นของ จอร์เจีย
เมื่อถามต่อว่า ในทางการข่าวระบุหรือไม่ ว่าอาวุธเหล่านี้ เขาจะขนไปใช้ทำอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจน อย่างที่บอกคือรู้แค่ว่า เขาจะไปเติมน้ำมันต่อที่ศรีลังกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบในเชิงลึก และทำงานกันต่อ ทั้งฝ่ายความมั่น และฝ่ายการข่าว เมื่อถามว่า ที่มีการประสานมานั้น เป็นเรื่องของการก่อการร้ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรชัดเจน ทราบเพียงแต่ว่า จะมีการขนอาวุธ
เมื่อถามว่า ไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการขนอาวุธนี้ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เราไม่ได้เกี่ยวอะไร ทั้งเครื่องบิน อาวุธ และคนเป็นของประเทศอื่นทั้งหมด เพียงแต่เขามาขอแวะเติมน้ำมันที่ไทยเท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่า เราต้องทำหนังสือแจ้งไปถึงสหประชาชาติด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ ต้องทำทั้งหมด



