ข่าว

"อภิสิทธิ์"ยันนายกฯมาเลย์ไม่ยุ่งปัญหาไฟใต้

"อภิสิทธิ์"ยันนายกฯมาเลย์ไม่ยุ่งปัญหาไฟใต้

13 ธ.ค. 2552

นายกฯ"อภิสิทธิ์" เผย นายกฯมาเลย์ พร้อมให้ความร่วมมือรบ.ไทยหลายเรื่อง เตรียมเคลียร์ข้อเจรจา และบันทึกข้องตกลง ให้ได้ข้อยุติให้เร็วที่สุด เผยปัญหาไฟใต้รบ.เสือเหลืองไม่ขอยุ่ง ยันเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่พร้อมให้การสนับสนุนแก้ปัญหา

(13ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" กล่าวถึงการพบนายกรัฐ มน ตรีประเทศมาเลเซีย ว่า การพบปะกับนายกฯมาเลเซียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสหารือในประเด็นเรื่องต่างหลายเรื่อง โดยสิ่งที่น่ายินในการพบปะในครั้งนี้ ได้นำเอาข้อตกลงที่ยังค้างอยู่หลายเรื่องมาเจรจา ซึ่งได้ข้อยุติในหลายเรื่องเช่นกัน โดยตนและนายกฯมาเลเซีย ได้มีความเห็นพ้องร่วมกันว่าระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย จะเร่งดำเนินการในข้อตกลงที่ยังคคั่งค้าง ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ให้ทั้งสองประเทศเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนที่ตนจะเดินทางไปมาเลเซียในปีหน้า อย่างไรก็ตามข้อตกลงต่างๆ จะมีประโยชน์ในการให้ความครอบคลุมในหลายเรื่อง เช่น ปัญหาเรื่องอาชญากรข้ามชาติ , ความร่วมมือการข่าว , การแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลบัตรประชาชนทั้งสองประเทศมาแลกเปลี่ยนร่วม นอกจากนั้นยังมีความตกลงที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนสินค้าหรือการเดินทางผ่านแดน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างสองประเทศด้วยกันเอง หรือข้ามไปสู่ประเทศที่สาม ก็จะได้มีการเร่งรัดในเรื่องของข้อตกลงความร่วมมือเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถลงนามได้ในปีหน้า

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในทางด้านของการศึกษาก็เช่นกัน จะมีในเรื่องของความตกลงที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา จะมีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการกีฬา ข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ซึ่งจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องประชาชนของสองประเทศเข้าหากันให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น แต่ว่าแน่นอนที่สุดครับปัญหาหนึ่งซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการจับตาดูเกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะว่าเป็นเรื่องซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย แต่ว่านานาชาติก็ให้ความสนใจในเรื่องของท่าทีในเรื่องนี้ โดยเฉพาะก่อนหน้านี้มีการแสดงความคิดเห็นของทั้งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและตนเอง

 " แนวทางการแก้ไขปัญหา และก่อนที่มีการประชุมในคณะใหญ่ระหว่างรัฐมนตรีของสองฝ่าย ได้มีการพูดคุยกันในกลุ่มเล็ก ผมได้อธิบายถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นในเรื่องของกระบวนการการพัฒนา การมุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างความยุติธรรม ซึ่งเป็นแนวทางซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากการดำเนินการในอดีตอย่างไร รวมไปถึงการที่เราได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นสามารถมีส่วนร่วม สามารถที่จะรักษาอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ วัฒนธรรมของเขาได้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียนั้นได้ยืนยันว่า ปัญหาที่พูดถึงกันอยู่ทั้งหมดนั้น มาเลเซียถือว่าเป็นปัญหาภายในประเทศของเรา แล้วก็แนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งหลายต้องขึ้นอยู่กับเราในการที่จะตัดสินใจ แต่การรับฟังแนวทางที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ท่านได้แสดงออกว่าท่านเห็นด้วยว่าแนวทางที่ทำนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือตามที่เราจะร้องขอ แน่นอนในแง่ของเรื่องของการข่าว ในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของการไม่อนุญาตให้คนกระทำความผิดไปดำเนินการ ก็ไปดำเนินการอะไรในพื้นที่มาเลเซียนั้น ท่านได้ยืนยันอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น ผมเรียนว่าตรงนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี " นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันมีการทำความกระจ่างว่าก่อนหน้านี้มีการพูดถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไปแสดงความคิดเห็นว่า อยากจะให้มีเรื่องของการปกครองลักษณะที่เป็นพิเศษ จริง ๆแล้วสิ่งที่ท่านหมายถึงก็คือการกระจายอำนาจหรือการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรตราบเท่าที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศไทย กฎหมายไทย ก็เป็นสิ่งที่ถือว่าสอดคล้องต้องกันในเชิงความคิดที่จะยอมรับกันได้ทุกฝ่าย นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเองยังได้แสดงออกชัดเจนว่า ต้องการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประฌามความรุนแรง แล้วก็มีส่วนร่วมในการที่จะช่วยกันพัฒนานำความสงบ นำความสันติสุข มาสู่พื้นที่ดังกล่าว

 อย่างไรก็ตามที่พิเศษในการเดินทางมาครั้งนี้คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เดินทางลงไปที่จังหวัดนราธิวาสพร้อมกับตน และได้ไปทำพิธีในการเปลี่ยนชื่อสะพานที่ข้ามแม่น้ำโก-ลก เป็นสะพานมิตรภาพ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีการไปเยี่ยมโรงเรียน เพื่อดูโรงเรียนการสอน 2 หลักสูตร ซึ่งเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความพยายามของเรา และความจริงก็เป็นโรงเรียนของทางเอกชนที่จะพยายามพัฒนาการศึกษาให้กับเยาวชน โดยเปิดโอกาสให้มีหลักสูตรที่มีความหลากหลาย มีการสอนภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษามลายู ภาษาอารบิค อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนั้นยังได้มีโอกาสได้ชมโครงการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในส่วนโครงการตามพระราชดำริ หรือในส่วนของหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยสรุปแล้วการเดินทางมาครั้งนี้ได้มีส่วนสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศมาเลเซีย แล้วก็มีส่วนสำคัญด้วยในการที่จะมีกรอบความร่วมมือกันในการช่วยกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมไปถึงมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราด้วย