
จี้"มาร์ค"ปรับนโยบายตปท.ฟื้นสัมพันธ์เขมร
โฆษก พท.จี้ "อภิสิทธิ์"ใช้โอกาสเขมรอภัยโทษ ศิวรักษ์ วิศวกรไทย ปรับนโยบาย ตปท.-ปลด กษิต รมว.บัวแก้ว -ฟื้นสัมพันธ์เขมร
(13ธ.ค.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เร่งฟื้นฟู ความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา ว่า หลังจากนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ได้รับอภัยคดีที่ถูกศาลกัมพูชา พิพากษาจำคุก 7 ปี ปรับ 100,000 บาท ข้อหาโจรกรรมข้อมูลการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือเป็นจุดเริ่มต้นและโอกาสที่ดีของรัฐบาลจะฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อประโยชน์ทั้งสองประเทศ เพราะการค้าไทย-กัมพูชา มีมูลค่าปีละเกือบ 70,000 ล้านบาท ขณะที่ไทยขายสินค้าได้ปีละเกือบ 60,000 ล้านบาท โดยไทยซื้อสินค้าจากกัมพูชาเพียงปีละ 3,000 ล้านบาท ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ และต้องแสดงภาวะผู้นำ ไม่ควรใช้ความรู้สึกหรือคติส่วนตัวบริหารประเทศ
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีการจับกุมเครื่องบิน สายการบินต่างประเทศ ว่า ที่มีการใช้เครื่องบินรบ เอฟ 16 สกัดเครื่องบินบังคับให้ลงจอดที่สนามบินดอนเมือง หลังมีแหล่งข่าวความมั่นคงต่างประเทศประสานข้อมูลมายังทางการไทย นั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของนายศิวรักษ์ วิศวกรไทย จะพบว่าก่อนหน้า ที่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลแผนการบิน ไม่มีความสำคัญ เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากกรณีของการสกัดจับเครื่องบินต่างประเทศดังกล่าว ข้อมูลที่แสดงว่าเครื่องบิน จะบินเส้นทางใด ผ่านเมืองใด เวลาใด เป็นข้อมูลที่สำคัญ จึงนำมาซึ่งการตั้งข้อหาโจรกรรมข้อมูลการบินกรณีนายศิวรักษ์ได้
“ การที่คนในรัฐบาล ทั้งคุณอภิสิทธิ์ และรัฐมนตรี กำลังพูดบิดเบือนว่าการจับกุมคุณศิวรักษ์ เหมือนการจัดฉากชงเองกินเอง เป็นการแสดงละครปาหี่นั้น วันนี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า การโจรกรรมข้อมูลแบบนี้ ทางกัมพูชา ถือว่าเป็นความสำคัญของความมั่นคงระหว่างประเทศ สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้พูดกำลังบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงคดีของคุณศิวรักษ์ ” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวและตนจะนำเรื่องการสกัดจับเครื่องบินต่างประเทศดังกล่าว กับกรณีการถูกจับกุมนายศิวรักษ์ และสำเนาคดีนายศิวรักษ์ ให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำไปใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบอภิปรายในสภาต่อไปด้วย เพื่อให้ชัดเจนไปเลยว่าใครกันแน่ที่โกหก ใครที่บิดเบือนจนกระทบความสัมพันธ์ไทย - กัมพูชา
โดยนาอภิสิทธิ์ เคยแถลงนโยบายการรับตำแหน่งนายก ฯ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 1 ใน 5 ข้อพูดถึงเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ สามัคคี แต่กลับทำตรงข้าม ปากพูดดีแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นนโยบายการเผาบ้านล่าหนู ไล่ล่าอดีตนายก ฯ ทักษิณอย่างนี้ แล้วความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านจะเหลืออะไร ยืนยันว่ารัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ และปรับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศออกจากการเป็นรัฐมนตรี และต้องกลับไปเร่งสะสาง คดีบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เวลานี้ยังไม่ความคืบหน้า ขณะที่บริษัทการบินไทย ใช้สิทธิ์ฟ้องคดีทางแพ่งกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปเองแล้ว
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวปฏิเสธกรณีที่มีแหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ระบุว่านายพร้อมพงศ์ ขัดแย้งกับนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีการเสนอข่าวให้ความช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ว่า ตนกับนายนพดล ปัจจุบันยังพูดคุยกันอยู่ เรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขณะที่กรณีของนายศิวรักษ์ ตนได้รับมอบหมายในการประสานข้อมูลกับนายนพดล และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย มาโดยตลอด และไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับผู้ใหญ่คนใดในพรรค
ส่วนในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นกำหนดที่นายศิวรักษ์ จะเดินทางกลับมาประเทศไทย นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ใหญ่ในพรรคกำลังหารือกันว่า จะมีใครเดินทางไปรับนายศิวรักษ์ที่กัมพูชาหรือไม่ ซึ่งคาดว่าภายในวันนี้น่าจะทราบว่าจะมีผู้ใหญ่ในพรรคคนใดเดินทางไปบ้าง โดยได้มีการประสานกับ พล.อ.ชวลิต ประธานพรรคเพื่อไทย ไว้ แต่ยังไม่มีคำตอบ ขณะที่เช้าวันนี้ตนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ ก็ระบุว่า ต้องการให้มีผู้ใหญ่ในพรรคร่วมเดินทางไปรับบุตรชายด้วย โดยนายศิวรักษ์ ยังขอให้มารดานำเสื้อสีชมพูที่มีสัญลักษณ์งาน 5 ธันวา ฯ ไปให้เพื่อใส่ขณะเดินทางกลับ เพื่อต้องการร่วมเฉลิมฉลอง



