
ล้วงตับการเมืองสุดสัปดาห์ประจำวันอาทิตย์13ธ.ค.
"ผิดคิว !!!"
"ศึกชิงบทฮีโร่" ช่วยเหลือ "วิศวกรไทย" มาถึง ฉากไคลแม็กซ์ ที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา สื่อนอกตีข่าวกษัตริย์กัมพูชา พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระราชทานอภัยโทษแก่ "ศิวรักษ์ ชุติพงษ์" วิศวกรชาวไทย ที่ถูกศาลกัมพูชาตัดสินจำคุก 7 ปี ในข้อหาจารกรรมข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว
และมีรายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศรายงานท่าทีกัมพูชาล่าสุดว่า ในขณะที่ประเทศไทย "รัฐบาลโอบามาร์ค" กำลังประลองกำลังกับ "ซีกพรรคเพื่อไทย" กันอย่างเคร่งเครียด
แต่ฝ่ายที่ตื่นเต้นสุดๆ เห็นจะเป็น "ฮุน เซน" ที่ตระเตรียมงานส่งมอบตัว "ศิวรักษ์" กลับไทยในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคมนี้ ชนิดที่มีทั้งการขึ้นป้ายขนาดใหญ่ไว้ล่วงหน้า เตรียมพิธีกรรมปล่อยตัว "ศิวรักษ์" กลับไทย จนเกือบนึกว่ามหรสพ
แถมยังมีข่าวว่า มีชื่อของ "เสี่ยแม้ว" ทักษิณ ชินวัตร และ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บินไปร่วมพิธีในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคมนี้ อีกต่างหาก
รวดเร็วทันใจ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่า เรียบร้อยโรงเรียนแม้ว หรือโรงเรียนฮุนเซนดี
เพราะงานนี้ตรวจสอบจากขาเม้าท์ที่ตึกบีบีดีได้คำตอบมาว่า "เกมลับลวงพราง" ชิงตัว "ศิวรักษ์" มี "รายการผิดคิว" ชนิดที่พากันหน้าแหกหลายช็อต
เพราะตั้งแต่ "ทักษิณ-บิ๊กจิ๋ว" ออกตัวจะช่วย "แม่ศิวรักษ์" นางสิมารักษ์ ณ นครพนม เอาตัวลูกชายกลับมา ก่อนส่งไม้ต่อให้ "เพื่อไทย" รับบทเคลื่อนไหวในทางข่าว
ทั้งการประกาศเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา "โฆษกเสด็จพี่" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แถลงว่า คณะ ส.ส.เพื่อไทยที่ตั้งใจจะไปประเทศกัมพูชาเพื่อยื่นหนังสือในวันที่ 14 ธันวาคม
ก่อนจะยกเลิกในวันรุ่งขึ้นและส่งเอสเอ็มเอสมาแจ้งนักข่าวกลับไปกลับมาว่า ขอเปลี่ยนไปยื่นหนังสือที่สถานทูตกัมพูชาในประเทศไทยในวันที่ 11 ธันวาคม แต่ก็มาแจ้งยกเลิกภายหลัง บอกเพียงว่าจะยื่นที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อขอลางานให้แม่ศิวรักษ์เพียงที่เดียว
แต่สุดท้ายเมื่อมีข่าวในช่วงเช้าวันที่ 11 ธันวาคม ว่าเขมรอภัยโทษให้ "ศิวรักษ์" แล้ว ก็เลยมี "รายการแก้เกี้ยว" โดยการแจ้งเอสเอ็มเอสมาอีกครั้งว่า พท.นำโดย "โฆษกเสด็จพี่เจ้าเก่า" จะไปยื่นหนังสือที่สถานทูตกัมพูชา เวลา 15.30 น.
ทั้งๆ ที่โฆษกกัมพูชายืนยันข่าว อภัยโทษไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
ท่ามกลางความงุนงงและข้อสังเกตที่มีการมองว่า "อาจมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับลูกเร็วไปหรือไม่ เลยทำให้อีกฝ่ายหนึ่งพลาดผิดคิวอย่างที่เห็น"
ขนาด "ทนายยามยากนายใหญ่" นพดล ปัทมะ ยังตีลูกมึน หลุดปากมาหลังทราบข่าว "อภัยโทษศิวรักษ์"
ว่า "เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการอภัยโทษ เพราะครอบครัวยังไม่ได้ยื่นขอกราบบังคมทูล อีกทั้งหนังสือที่บิ๊กจิ๋วร่างขอความอนุเคราะห์ไปยังรัฐบาลฮุน เซน ก็ยังไม่ไปถึงมือเขมรแน่นอน"
.....ฟังแล้วงานนี้บอกได้คำเดียวว่า นอกจากจะหักมุมแล้ว ยังมีการเฉลย "หลังฉาก" ให้ดูตอนจบอีกต่างหาก !!!
ส่งลูกมาคุ้ม
แม้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การเมืองจะนิ่ง เพราะถือว่าเป็นสัปดาห์มหามงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แต่ดู "รองฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ" ไม่ได้นิ่งไปตามการเมือง เนื่องด้วยภารกิจหนักที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา และยิ่งช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ประชาชนต่างแห่กันกลับภูมิลำเนา
ในฐานะ "รองนายกฯ" ที่ดูแลเรื่องนี้ ต้องติดตาม-วางแผน-ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้พี่น้องประชาชนไปเที่ยวกันอย่างสบายใจ ดังนั้นจึงต้องประชุมกันแบบถี่ยิบทุกวัน
ล่าสุดก่อนที่จะไปร่วมประชุมงานขับขี่รถรณรงค์ปลอดภัยในช่วงปีใหม่ที่ตึกบัญชาการ "รองฯเทพเทือก" ได้เดินจากตึกสันติไมตรีมายังตึกบัญชาการ ทำเนียบ ด้วยอาการจ้ำอ้าวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง
แต่ปรากฏว่าพอมาถึงหน้าตึกบัญชาการ กลับออกอาการกระหืดกระหอบอย่างเห็นได้ชัด พร้อมออกตัว ขอเวลาพักผ่อนส่วนตัว 5 นาที ก่อนให้สัมภาษณ์แก่บรรดากระจิบกระจอกข่าว
ทำเอาบรรดานักข่าวรุ่นเดอะ รุ่นดึก พากันหยอกเหย้าว่า "เอาเรี่ยวเอาแรงไปไว้ที่ไหน สงสัยกลางคืนไม่ค่อยได้พักผ่อน เพราะมัวหนีไปหากิ๊ก"
ด้าน "รองฯ สุเทพ" รีบบอกปัดว่า "จะมีเวลาที่ไหนไปหากิ๊ก คืนหนึ่งได้นอน 4-5 ชม.ก็ดีถมไปแล้ว"
แหมๆ ๆ จริงๆ ๆ ท่านรองฯ น่าจะบอกความจริงไปว่า ที่ไม่มีเวลาไปหากิ๊ก เพราะแท้จริง ศรีภรรยาเล่นส่ง "น้องขิง" เอกณัฐ เตชะไพบูลย์ "มาเป็นเลขาฯ ส่วนตัว" ซะงั้น
แล้วเล่นเอาลูกมาเป็นเลขาฯ แบบนี้ จะกระดิกตัวไปไหนได้ ก็เล่นเกาะติดแบบ 24 ชั่วโมงแบบนี้
....งานนี้เขาไม่เรียกว่า "เมียมาคุม" แต่เรียกว่า "ส่งลูกมาคุมแทน" คิ คิ คิ



