ข่าว

ระดมจากแดนใต้อีก 100นาย มือฉมังล่าโจรทมิฬ ชิงทอง

ระดมจากแดนใต้อีก 100นาย มือฉมังล่าโจรทมิฬ ชิงทอง

12 ม.ค. 2563

ระดมจากแดนใต้อีก 100 นาย มือฉมังล่าโจรทมิฬชิงทอง ปูพรมค้น 3จังหวัด ด้านคณะสงฆ์ลพบุรี นำเงินที่คณะสงฆ์ได้ รวบรวมไปมอบให้เป็นการช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

     จากกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนชิงทองที่ร้านทองออโรร่ากลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จ.ลพบุรี โดยก่อเหตุยิงผู้บริสุทธิ์จนเสียชีวิต 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายอายุเพียง 2 ขวบ และยังมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน  เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 มกราคม สร้างความสลดหดหู่ให้ผู้คนเป็นอย่างมาก กระทั่งวันที่ 11 มกราคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ พร้อมตั้ง รอง.ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี รวมทั้งจัดกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโดกว่า 200 นาย ออกไล่ล่ามาดำเนินคดี และสั่งเด็ดขาดให้จับตายหากต่อสู้ ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

 

     ความคืบหน้าวันที่ 12 มกราคม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ในฐานะหัวทีมชุดสืบสวนคดี ได้สั่งระดมทีมชุดสืบสวนมือดีจากภาคใต้อีก 100 นาย เพื่อเสริมชุดไล่ล่าคนร้ายพร้อมยืนยันว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ไม่ใช่อาวุธปืนของหน่วยราชการ ไม่ใช่ของทหารหน่วยรบพิเศษ แต่มีครอบครองได้ทั้งราชการและบุคคลทั่วไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จำกัดผู้ที่ครอบครองได้เเคบลงแล้ว จากลักษณะการยิง การเดิน การถืออาวุธปืน ไม่ใช่ลักษณะของทหารที่ผ่านการฝึก ทั้งนี้หลังเกิดเหตุหน่วยทหารที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ได้เรียกกำพลทั้งหมดกลับเข้ากรมกองเพื่อตรวจสอบอาวุธปืนและรถจักรยานยนต์ที่ครอบครองแล้ว

    ขณะเดียวกัน รองผบ.ตร. ยังเรียกสื่อมวลชนพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาสำคัญในการทำงานของตำรวจ คือการนำเสนอของสื่ออย่างละเอียดเพราะเป็นการทำลายหลักฐานที่สำคัญ จึงขอความร่วมมือให้นำเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง

     นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ยังขอความร่วมมือประชาชนประชาชน หากมีหลักฐานหรือพบเห็นคนร้ายที่มีลักษณะต้องสงสัยสามารถให้ข้อมูลในทางลับกับเจ้าหน้าที่ได้ พร้อมย้ำว่าต้องการภาพจากกล้องหน้ารถ เส้นทางตั้งแต่หน้าโรบินสัน หรือจุดใกล้เคียงในค่ำคืนวันที่ 9 มกราคม ตั้งแต่ช่วงก่อนเวลา 20.40 นาที และ หลัง เวลา 20.47 นาที หากพบรถจักรยายนต์ฟีโน่ สีขาวคาดแดง ให้นำภาพมาแจ้งเบาะแสได้กับ พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้โดยตรง หรือติดต่อที่ 08-1421-9249

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชุดคอมมานโดได้กระจายกำลังติดตามตัวคนร้ายร้ายนี้ พร้อมกับชุดสืบสวนจากนครบาล และกองปราบปราม กว่า 200 นาย ร่วมตรวจสอบพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.สิงห์บุรี รวมถึงเซฟเฮาส์ที่ได้รับข้อมูลด้วย

    ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บจากเหตุปล้นร้านทอง ผู้บริหารบริษัท โรบินสัน จำกัด​ มหาชน มอบเงินช่วยเหลือรายละ 100,000 บาท สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เป็นเจ้าภาพในการจัดพิธีสวดพระอภิธรรม รวม 3 คืน ส่วนได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 ราย มอบเงินช่วยเหลือรายละ 50,000 บาท

     วันเดียวกันที่ สภ.เมืองลพบุรี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี กล่าวว่า สำหรับการติดตามตัวคนร้ายนั้น ผ่านมา 3 วันแล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีกระแสโซเชียลมีเดียมากมายมีการเผยแพร่ว่าตำรวจมีบุคคลต้องสงสัยแล้วพร้อมกับนำรูปบุคคลนั้นมาแนบ นอกจากนี้ยังมีหลุดมาอีกหลายกรณี จึงทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิด ซึ่งตำรวจยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการออกหมายจับคนร้ายแต่อย่างใด ต้องขอฝากไปถึงบุคคลที่แชร์ หากไม่มีมูลความจริงและคนที่นำข้อมูลมาแชร์ก็มีความผิดทางกฎหมาย ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ ให้รอฟังข้อมูลจากตำรวจเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ตำรวจมีข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่อยู่ในระหว่างการสืบสวน และยังคงให้น้ำหนักเรื่องชิงทองเป็นหลัก ส่วนเรื่องปัญหาส่วนตัว เรื่องอื่นๆ นั้น เรายังไม่ตัดทิ้ง

    พล.ต.ต.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายยังคงยึดหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ ซึ่งขณะนี้ตำรวจมีมากพอสมควรแล้ว ทั้งเส้นทางหลบหนี กล้องวงจรปิดจุดต่างๆ เบาะแสจากพลเมืองดีและกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าที่ทำให้ตำรวจพบหลักฐานเชื่อมโยงคนร้ายได้ โดยสอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 10 ปาก และมีข้อมูลที่จะต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อหาความเชื่อมโยง ส่วนประเด็นที่มีชาวบ้านให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าคืนวันที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น. ได้พบเห็นผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ฟีโน่ จอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกหน้าโรงพยาบาลอานันทมหิดลนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติม

   “หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างการเทียบรหัสที่ติดอยู่บนปลอกกระสุน ว่า เป็นตัวเลขกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เมื่อมีความชัดเจนจะสามารถติดตามเส้นทางการซื้อขายและนำไปสู่ตัวผู้ก่อเหตุได้ อยากฝากไปถึงประชาชนที่แต่งกายเลียนแบบคนร้ายนั้น การกระทำแบบนี้ถือว่าสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกิดความสูญเสีย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ถือว่ามีความผิดทางอาญา ในข้อหาทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 จึงขอให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้” ผบก.ภ.จว.ลพบุรี กล่าว

       นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อขอตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนชนิด CZ P01 ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งจะตรวจเช็กไปถึงการซื้อขายเปลี่ยนมือด้วยเพื่อจำกัดวงแคบในการสืบสวน โดยรายชื่ออยู่ในมือทีมสืบสวนแล้ว แต่ขอไม่เปิดเผยจำนวนว่ามีกี่กระบอก

    ขณะที่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 แจ้งว่า ขอประชาสัมพันธ์หากผู้ใดขับรถในพื้นที่ช่วงเวลา 20.40 น. ในวันเกิดเหตุและพบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ที่มีรูปพรรณใกล้เคียงคนร้าย ขอให้นำภาพจากกล้องหน้ารถหรือกล้องวงจรปิดมาให้ตำรวจเพื่อนำมาประกอบข้อมูลทางคดี

    อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ติดตามความคืบหน้าของคดี และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งก็มีการรายงานความคืบหน้ามาเป็นระยะ ส่วนรายละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้มากเนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวน และเร่งทำงานของเจ้าหน้าที่ อาจจะส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของคนร้ายได้ โดยขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระดมสรรพกำลังของทุกหน่วยในการติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

      ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายใช้ความระมัดระวังเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและก่อเหตุอุกฉกรรจ์ หากมีการต่อสู้เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดตามหลักยุทธวิธีและระดับการใช้กำลัง และขอเรียนว่าในประเด็นที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าว มีผู้แต่งกายเลียนแบบลักษณะคล้ายคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งอาจจะทำให้เจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ระหว่างการทำงานหามรุ่งหามค่ำเกิดการไขว้เขว ก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แทนที่จะช่วยกันหาเบาะแสเพื่อนำไปสู่การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า และอยากให้ผู้ที่กระทำคำนึงถึงความรู้สึกของญาติผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต หากเป็นญาติท่านจะรู้สึกอย่างไร ไม่ควรนำเอาความสูญเสียมาทำเป็นเรื่องล้อเล่น

    ด้าน พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำสำเนาภาพคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสั้นติดเครื่องเก็บเสียงบุกชิงทรัพย์ร้านทองใน จ.ลพบุรี มาให้เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว ประจำด่าน ตม.อรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเป็นเบาะแสในการสังเกตรูปพรรณสัณฐานและพฤติกรรมลักษณะท่าทางและการเดินเพื่อเป็นแนวทางในการตรวจบุคคลต้องสงสัย ที่เกรงว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีออกจากพื้นที่เพื่อลักลอบหลบหนีออกไปฝั่งประเทศกัมพูชา

    นอกจากนี้ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สั่งการให้ พ.ต.ท.เรืองเดช ธรรมนันท์ รองผกก.ตม.จว.สระแก้ว นำสำเนาภาพคนร้ายไปประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ตม.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อขอความร่วมมือในการตรวจบุคคลที่เดินทางเข้ากัมพูชา ทั้งบริเวณจุดผ่านแดนถาวรคลองลึก-ปอยเปต และบริเวณพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ

    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ฐนพงศ์ ยังได้นำสำเนาภาพคนร้ายไปประสานความร่วมมือกับ พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 12 ซึ่งดูแลพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1201 ซึ่งดูแลพื้นที่ตะเข็บชายแดนบริเวณตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในการปิดตายช่องทางธรรมชาติตามตะเข็บชายแดนป้องกันคนร้ายลักลอบหนีออกนอกประเทศบริเวณตะเข็บชายแดนตามช่องทางธรรมชาติด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อีกด้วย

    ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งให้ นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผวจ.ลพบุรี นำเงินไปมอบเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของ ด.ช.ภานุวิชญ์ วงศ์อยู่ หรือน้องไตตั้น ที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดหัวช้าง ต.ท่าศาลา อ.เมืองลพบุรี รวมทั้งได้นำความเสียใจและความห่วงใยมาแจ้งให้ครอบครัว “วงศ์อยู่” ได้รับทราบด้วย

   ทั้งนี้คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี โดยพระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าคณะอำเภอทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด และตัวแทนคณะสงฆ์ ได้นำเงินที่คณะสงฆ์ได้รวบรวมไปมอบให้เป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลในวัดต่างๆ นอกจากนี้ยังแสดงความเสียใจกับทั้ง 3 ครอบครัวและให้กำลังใจ อย่างน้อยก็เป็นการเยียวยาได้บ้างไม่มากก็น้อย

    ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสายกลยุทธ์องค์กร บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงาน คปภ.จังหวัดลพบุรี และสำนักงาน คปภ. ภาค 4 ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดลพบุรี ติดตามและประสานงานกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตลอดจนลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่

     ต่อมาเวลา 16.30 น. วันที่ 12 มกราคม ที่วัดบ่อเงินเจริญสุข ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานฌาปนกิจของนายธีระฉัตร นิ่มมา อายุ 33 ปี หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า หนึ่งในเหยื่อโจรชิงทอง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและคนรู้จักของนายธีระฉัตร  ซึ่งขณะประกอบพิธีฌาปนกิจนายธีระฉัตร ในช่วงที่วางดอกไม้จันทน์ แฟนสาวของนายธีระฉัตรนั้น อยู่ในอาการโศกเศร้าและร้องไห้ตลอดเวลาจนหน้ามืดเป็นลม เพื่อนร่วมงานช่วยกันพยุงไว้ โดยระหว่างเปิดฝาโลงศพแฟนสาวขึ้นไปดูใบหน้าของนายธีระฉัตรเป็นครั้งสุดท้าย โดยแฟนสาวร้องไห้อย่างหนักพร้อมพูดว่า “หนูมาส่งแล้วนะ ไม่ไปได้มั้ย” สร้างความสะเทือนใจให้ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก