ข่าว

 ว่าด้วยเรื่องเงินทอง “ขาขึ้น”

ว่าด้วยเรื่องเงินทอง “ขาขึ้น”

13 ธ.ค. 2552

ปลายปีแบบนี้มีเรื่องให้คิดเยอะค่ะ โดยเฉพาะสำหรับ “คนช่างคิด” ที่ต้องนั่งนึกทบทวนว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทำอะไรไปแล้วบ้าง และอะไรที่ตั้งใจว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

 เชื่อว่า ผู้คนส่วนใหญ่จะ “เหมือนๆ” กับทุกปีที่ผ่านมา นั่นคือ ทำในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ ส่วนที่ตั้งใจ ปรากฏว่า จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ทำ

 ที่แน่ๆ คือ ตลอดปี 2552 ที่ผ่านมา เราผ่านเรื่องราวมากมายที่ล้วนแล้วแต่สาหัสสากรรจ์ และล้วนฝากบาดแผลที่เจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจ ประเด็นทางการเมือง ส่วนจะบาดใครลึกแค่ไหน กว้างแค่ไหน และเจ็บปวดแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ “ภูมิต้านทาน” ของแต่ละคน

 ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง หลายคนบอกว่า ขอรับมือกับอะไรๆ ที่เป็น “ขาขึ้น” บ้าง หลังจากที่ “ขาขึ้นมาก่ายหน้าผาก” หลายรอบแล้ว งานนี้ต้องบอกว่า “มีลุ้น” ค่ะ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ว่ากันว่าน่าจะค่อยๆ ฟื้นให้เห็น หลังจากรัฐบาลทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะไทย อัดมาตรการกระตุ้นกันสุดฤทธิ์สุดเดช

 ส่วนที่ไม่น่าจะต้องลุ้น เพราะทุกสำนักล้วน “ฟันธง” ว่า “ขึ้น” แน่ๆ แต่จะเป็นช่วงเวลาไหน ก็คือ ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในปี 2553

 ที่เป็นความเห็นเชิงวิชาการ ก็อย่างกรณีของสถาบันวิจัยนครหลวงไทย ที่ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เป็นสัญญาณบ่งบอกทิศทางอัตราดอกเบี้ย) มีโอกาสที่ปรับขยายตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 หรือตกในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน

 ปัจจัยสนับสนุนแนวคิดนี้ มาจากการที่สถาบันวิจัยนครหลวงไทยประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นตามแรงกดดันจากการขยายตัวของระดับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ยังมีโอกาสขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับในช่วงปีที่ผ่านมา ประกอบกับการขยายตัวของระดับราคาสินค้าในประเทศโดยรวมจะยังคงไม่ชัดเจนมากนัก อย่างไรก็ตาม คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แบงก์ชาติจะปรับเพิ่มขึ้นจะอยู่ในระดับ 0.25-0.50% เท่านั้น

 ถ้าอ่านความเห็นเชิงวิชาการแล้ว “งง” เอาแบบง่ายๆ ว่า ปีหน้าสถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินว่า แบงก์ชาติจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25-0.50% จากระดับปัจจุบันตอนนี้ที่ 1.25% ก็เท่ากับว่า ดอกเบี้ยนโยบายในปี 2553 จะอยู่ในกรอบ 1.50-1.75% ซึ่งก็ยังถือว่า “จิ๊บจ๊อย”  เพราะแม้จะขยับเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นลักษณะค่อยๆ เพิ่มและเพิ่มเพียงแค่เล็กน้อย ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับต่ำ

 ขณะที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3 ครั้งรวดแล้ว

 หลายคนอาจจะบอกว่า “ไม่สนใจ” ว่าแบงก์ชาติจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ไหน อย่างไรและเมื่อไหร่ เพราะสนใจธนาคารพาณิชย์มากกว่า ทางสถาบันวิจัยนครหลวงไทยบอกว่า ดอกเบี้ยแบงก์ชาติน่าจะยัง “ทรงตัว” ต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพราะเงินยังท่วมแบงก์ หลังจากหลายๆ แบงก์เร่งระดมเงินฝากผ่านโครงการเงินออมพิเศษต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่การระบายเงินออกด้วยการ “ปล่อยกู้” ค่อนข้างลำบาก เพราะสภาพเศรษฐกิจทำให้แบงก์ต้องเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

 แต่พอถึงปี 2553 แบงก์พาณิชย์น่าจะขยับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยในส่วน “เงินฝาก” น่าจะเพิ่มในช่วง 0.25-0.75% และเงินกู้จะขยับได้ประมาณ 0.25-0.50%

 สำหรับคนที่ไม่อยากรอ ก็ไม่ใช่ว่าปลายปีแบบนี้ แบงก์พาณิชย์จะหยุดโหมแคมเปญระดมเงินฝาก เพราะล่าสุดธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง มีแคมเปญมานำเสนอทั้งแบบสั้นและแบบยาว

 ถ้าอยาก “พักเงิน” ช่วงสั้นๆ แค่ 3 เดือน ทางธนาคารกรุงไทย นำเสนอเงินฝากประจำ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี (หรือฝาก 3 เดือนก็ได้ดอกเบี้ย 1%) โดยรับฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท

 คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แคมเปญดังกล่าวจะเกิดขึ้นในงาน “เคทีบี แฟร์ 2009” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคมนี้ โดยประชาชนที่สนใจสามารถนำบัตรประชาชนไปใช้สิทธิฝากเงินได้ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ 880 แห่ง ได้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคมนี้

 ขณะที่คุณอนุชิต อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกรุงไทย บอกว่า คาดว่า แคมเปญเงินฝากดังกล่าวจะทำให้ธนาคารได้ฐานลูกค้าอย่างน้อย 2-3 หมื่นราย และสูงสุด 4-5 หมื่นราย วงเงินฝากราวๆ 2-3 หมื่นล้านบาท

 ทั้งนี้ ประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปร่วมงานกรุงไทยแฟร์ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งนอกจากจะมีเงินฝากแคมเปญพิเศษแล้ว ยังมีเงินกู้โครงการพิเศษอีกด้วย ก็สามารถไปใช้บริการได้ที่สาขาสวนมะลิ สาขาถนนสุเทพ จ.เชียงใหม่ สาขาถนนสิงหวัฒน์ จ.พิษณุโลก สาขาสี่แยกสนามจันทร์ จ.นครปฐม สาขาศรีราชา จ.ชลบุรี สาขานครราชสีมา สาขาร้อยเอ็ด สาขาภูเก็ต และสาขาศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

 ใครชอบ (ฝาก) “สั้น” ก็เชิญที่แบงก์กรุงไทย ส่วนที่ชอบ (ฝาก) “ยาว” ลองพิจารณาเงื่อนไขธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ออกแคมเปญ "ฝากทุกเดือนรับดอกเบี้ยเพิ่ม 0.5% ต่อปี" ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากกรุงศรีเซฟเวอร์ พลัส 6 เดือน และบัญชีเงินฝากประจำกรุงศรีปลอดภาษี 24 เดือน ภายใต้เงื่อนไขจำนวนฝากเริ่มต้นตั้งแต่ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป และทำการฝากเงินติดต่อกัน 3 เดือน ก็รับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งแคมเปญนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553

 เขียนเรื่อง “ขาลง” มาเยอะแล้ว ขอเปลี่ยนเป็น “ขาขึ้น” บ้าง แม้แค่ชั่วคราวก็ยังดี !!

ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]